จี้รัฐสาง15คดีโกง มี4กลุ่ม "ไร่ส้ม"ติดโผ เร่งศึกษาโมเดล"คดีทุจริตไม่มีอายุความ" จับปลาตัวใหญ่ให้ได้
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯเร่งหน่วยงานรัฐดำเนินการ 15 คดีโกงที่สังคมจับตาให้เป็นรูปธรรม เหตุล่าช้า ไม่คืบหน้า ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัว เปิดข้อมูลคดีจับโกงโยงผู้มีอิทธิพลการเมือง ใช้เวลาร่วม 20 ปี "ไร่ส้ม" อยู่ในกระบวนการ ป.ป.ช. 7 ปี แนะลุยจับ "ปลาใหญ่" ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เชื่อผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลประยุทธ์เอาจริง แต่ฝ่ายปฏิบัติยังไม่ตอบสนอง
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.) ว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและดำเนินคดีการทุจริตและประพฤติไม่ชอบ ให้เร่งดำเนินการพิจารณาและดำเนินคดี 15 คดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ แต่มีความล่าช้าและไม่มีความคืบหน้า เพื่อให้เกิดรูปธรรมและมีผลงานให้ประชาชนได้ประจักษ์
"แม้ประเทศไทยจะได้รับการจัดอันดับด้านการต่อต้านคอร์รัปชันดีขึ้น 17 อันดับ โดยมาอยู่ที่ 85 ของโลก (จากเดิม 102) และมีความตื่นตัวของภาคเอกชนที่จะต่อต้านความไม่ถูกต้องมากขึ้น แต่จากการติดตามพบว่าคดีคอร์รัปชันหลายคดีไม่มีความคืบหน้าและเงียบหายไป โดยเฉพาะ 15 คดีที่ประชาชนจับตามอง ทำให้องค์กรฯ ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาคดีให้รวดเร็วขึ้น" นายประมนต์ ระบุ
จำแนก15คดี4กลุ่ม-"ไร่ส้ม"ติดโผ
สำหรับ 15 คดีที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ระบุ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มคดีที่รอคำอธิบาย ได้แก่ กรณีไมโครโฟนทองคำ กรณีป้ายโฆษณาบนป้อมจราจร กรณีการทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีโกงลำไยในปี 2547-2548 และคดีไฟไหม้รถหรู
กลุ่มที่ 2 คดีที่คาราคาซังและคาใจ ได้แก่ คดีการทุจริตจำนำข้าวทั้งระบบ กรณีอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับสินบนแลกให้สิทธิการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ กรณี นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม กรณีทุจริตการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ และกรณีโครงการไทยเข้มแข็ง
กลุ่มที่ 3 คดีที่รออัยการดำเนินคดี กรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการปล่อยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
กลุ่มที่ 4 คดีที่องค์กรฯให้ความสำคัญและอยากให้ประชาชนจับตามองมากที่สุด คือ กลุ่มคดีที่ต้องไม่กะพริบตา ได้แก่ กรณี บริษัท ไร่ส้ม ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรณี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และกรณีจดหมายน้อยของเลขาธิการศาลปกครอง
จี้ตัดสินคดีโกงหวังปรามการกระทำผิด
นายประมนต์ กล่าวต่อว่า การจับตาการดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา พบว่าปัญหาของประเทศไทยคือมีขั้นตอนการดำเนินคดีหลายขั้นตอน การดำเนินคดีตามลำดับเวลามาตรฐานจะเริ่มจากการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้เวลา 2-5 ปี ขั้นตอนอัยการถึงศาล 1-2 ปี ขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา ใช้เวลา 6-8 ปี ทำให้ใช้เวลามากกว่า 10 ปี หากผู้ถูกดำเนินคดีเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมือง หรือมีอำนาจทางราชการ บางคดีใช้เวลายาวนานกว่า 17-20 ปี กว่าจะดำเนินคดีแล้วเสร็จ
"เราจะเห็นกรณีต่างๆ มากมายที่การดำเนินคดีล่าช้า อย่างคดีไร่ส้ม เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตั้งแต่ปี 2550 อัยการเพิ่งมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อเดือน พ.ย.2557 ส่วนคดีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน มีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณา ใช้เวลากว่า 9 ปีกว่าคดีจะสิ้นสุด"
นายประมนต์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ทางองค์กรฯ จะรวบรวมข้อมูลคดีทั้งหมดเสนอต่อศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเร่งรัดและทำให้เกิดการตัดสินคดี โดยเฉพาะคดีของคนที่มีฐานะทางสังคมสูง หรือมีอำนาจทางการเมือง หรือภาคราชการ เพราะหากไม่ลงโทษ คนจะไม่เกรงกลัวการกระทำผิด
เร่งศึกษาโมเดล"คดีทุจริตไม่มีอายุความ"
ส่วนความคืบหน้าของการขยายเวลาอายุความคดีทุจริต ไม่ให้มีอายุความนั้น ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ บอกว่า ยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยแนวทางการเสนอให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ มีอยู่ 2-3 วิธี หากไปดูในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (ยูเอ็นซีเอซี) มีวิธีปฏิบัติว่าคดีต่างๆ ควรมีอายุความเท่าไร ตั้งแต่ 5 ปีถึง 25 ปี หากแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับนานาชาติ คดีขนาดใหญ่จะทำให้มีอายุความยาวขึ้น
และอีกมาตรการที่น่าสนใจ คือ หากผู้ต้องหาหลบหนีไม่มาถูกดำเนินคดีตามเวลา จะไม่นับอายุความ จนกว่าจะกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม
สำหรับการประเมินการต่อต้านการคอร์รัปชันของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น นายประมนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาระดับผู้บริหารมีความเอาจริงเอาจังในการเอาผิดผู้คอร์รัปชันอย่างแข็งขัน แต่สิ่งที่ทางองค์กรเป็นห่วง คือ เจ้าหน้าที่ระดับล่างยังไม่เอาจริงเอาจังเท่าที่ควร ดังนั้นควรมีการกวดขันให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างลงมือปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น
ยกคดีอดีตผบช.ก.ตัวอย่างทุจริตราชการ
ด้าน นายมานะ นิมิตมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า 3 คดีทุจริตที่องค์กรฯจับตามองและอยากให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน (กลุ่มที่ 4) นั้น มีความสำคัญแตกต่างกัน อย่างคดี บริษัทไร่ส้มฯ เกิดขึ้นมานานตั้งแต่ปี 2547 เข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. ปี 2550 ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมีความคืบหน้า เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมโดยทั่วไปของคดีที่เกี่ยวข้องการทุจริตในเมืองไทยที่ใช้เวลาดำเนินคดีนานมาก บางคดีใช้เวลา 16-17 ปีกว่าจะถึงที่สุด ซึ่งเป็นช่องทางให้มีการโอนถ่ายทรัพย์สินเพื่อหลบหนีการเอาผิดได้
ส่วนคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นคดีที่ทำให้คนไทยเห็นว่า การทุจริตแบบเป็นขบวนการในภาคราชการเป็นเรื่องจริง การเรียกสินบน ซื้อขายตำแหน่งมีอยู่จริง จึงต้องเร่งขจัดการกระทำผิดพวกนี้ให้หมดไป
จี้จับปลาตัวใหญ่ให้ได้
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การดำเนินคดีคอร์รัปชันในปัจจุบันอยู่ในบรรยากาศที่กระตือรือร้นและมีความชัดเจนมากขึ้น แต่การเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ไม่รวดเร็วเท่าที่ควร ขณะที่ต่างประเทศจะมีช่องทางดำเนินคดีที่รวดเร็วจะตอบโจทย์การเอาผิด
"สิ่งที่สำคัญคือต้องจับปลาตัวใหญ่ให้ได้ เอาผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษให้ประชาชนเห็นชัดเจน จะช่วยปรามการทุจริตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่ตราบใดที่ปลาตัวใหญ่ยังลอยนวลอยู่ หรือเกิดคดีแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศได้ กลับมาเมื่อคดีหมดอายุความ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ จะไม่ก่อให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำความผิด" นายสมพล ระบุ
เขากล่าวด้วยว่า โลกทุกวันนี้พัฒนาเลยคำว่าการปราบปรามคอร์รัปชันแล้ว แต่ไปถึงขั้นที่ว่าหากคุณมีหน้าที่รับผิดชอบ แต่คุณละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็ถือว่าเป็นการทุจริตอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องถูกลงโทษด้วย





