ตำรวจคาดเสี่ย"นพพร"หลบหนีออกจากกัมพูชาแล้ว ขณะที่"ปริญญา" โต้กรณีถูกขูดรีดเงิน 25 ล้าน
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง และสน.วัดพระยาไกร ได้ส่งสำนวนคดีกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่ทวงหนี้ และบังคับให้ผู้เสียหายลดหนี้ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เพื่อให้คณะพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตรวจสอบสำนวนคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทาง ตร.พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นก่อนที่จะนำส่งอัยการพิจารณา เพื่อลงความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไป
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวถึงสำนวนคดีทั้ง 2 คดีด้วยว่า พนักงานสอบสวนทำสำนวนอย่างรอบคอบและรัดกุม หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถนำไปรวมในสำนวนได้ รวมทั้งหากจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี หรือเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ ทางพนักงานสอบสวนก็จะสอบปากคำผู้ต้องหา จากนั้นก็นำไปรวมในสำนวนเพิ่มเติม
ด้านการติดตามจับกุมผู้ต้องหา 3 รายที่ยังหลบหนี ได้แก่ นายปรีชา ดาราไตร อายุ 45 ปี นำเข้าและขายรถมือสอง นายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ อายุ 45 ปี เจ้าของอู่รถเมล์สาย 8 และนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจด้านพลังงานลมมหาเศรษฐีหมื่นล้าน
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ขณะผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ส่วนนายนพพร จากการสืบสวนทราบว่า เดินทางหลบหนีออกจากประเทศกัมพูชาแล้ว นายปรีชา และนายไพเชษฐ์ ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวน บช.น. อยู่ระหว่างหาข้อมูลผู้ที่นำจดหมายร้องเรียนของนายนพพร ลงโพสต์ในโซเชียลมีเดีย เพื่อหาข้อมูลว่า ล่าสุด นายนพพร หลบหนีอยู่ประเทศใด ก่อนประสานกองการต่างประเทศดำเนินการต่อไป
ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งสำนวนคดีในส่วนของ สน.พระโขนง และสน.วัดพระยาไกร ให้กับทางพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)แล้ว แต่ในส่วนของ สน.คันนายาว ซึ่งเป็นเรื่องอาวุธปืนของนายชากานต์ ภาคภูมินั้น จะส่งภายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ทั้งนี้อยากให้นายนพพร เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ปากคำถึงกรณีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด สำหรับจำนวนมูลหนี้ที่แท้จริงระหว่างนายนพพร กับนายบัณฑิต โชติวิทยะกุล นั้น ถือว่าเป็นคดีทางแพ่ง ซึ่งแยกกันคนละส่วนกับคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากพบว่ามีผู้อื่นเข้ามาเชื่อมโยง เกี่ยวข้อง หรือมีประเด็นใดเพิ่มเติม จะมีการขยายผลและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
"ปริญญา" โต้เสี่ย"นพพร" กรณีเงิน 25 ล้าน
กรณี นายนพพร ศุภพิพัฒน์ อายุ 43 ปี ชี้แจงข้อเท็จจริงและร้องขอความเป็นธรรมอ้างเป็นฝ่ายตกเป็นเหยื่อ ยืนยันไม่ได้เป็นลูกหนี้คู่กรณี แค่ต้องการตกลงยอมความเกี่ยวกับเงินที่เคยกู้ยืมบริษัทเพื่อนร่วมหุ้น จำนวน 17 ล้านบาท ก่อนให้ น.ท.ปริญญา หรือเสี่ยเจี๊ยบ รักวาทิน อายุ 52 ปี กรรมการบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยาจำกัด พานายทหารใหญ่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย แต่กลับใช้ทีม 3 พี่น้องไปอุ้มเหยื่อ นอกจากนี้อ้างว่าถูกนายปริญญา ขู่รีดเงินค่าแรง 25 ล้านบาท หลังจากถูกออกหมายจับจึงต้องหนีออกไปตั้งหลักนอกประเทศนั้น
มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้สอบปากคำ นายปริญญา เกี่ยวกับเงินจำนวน 25 ล้านบาท ตามที่นายนพพร แฉในจดหมาย โดยนายปริญญา ให้การว่า กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินประนีประนอมที่ นายนพพร จ่ายให้ นายบัณฑิต โชติวิทยะกุล คู่กรณีฟ้องร้องคดียักยอกทรัพย์เงินที่ร่วมลงทุนใน บริษัท กริฟฟอน อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง ก่อนตกลงทำสัญญายอมความ
โดยนายนพพร โทรมาหา บอกเพียงแค่ว่า ให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย โดยรับรู้เป็นพยานร่วมกับตัวแทนของนายบัณฑิต ไปรับเงินสดจำนวนดังกล่าวที่ตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่บริษัท WEH จากเลขานุการของนายนพพร ส่วนกรณีนายบัณฑิตย์ เรียกเงินนายนพพร 120 ล้านบาท นายปริญญา ระบุว่า ยังไม่ทราบหลักฐานที่มาแน่ชัดว่า นายนพพร ติดหนี้จำนวนเท่าไร เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดจำนวนเงิน รวมทั้งไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด





