กมธ.ยกร่างรธน. ไร้ข้อสรุป ปมนิรโทษกรรม-ตั้งองค์กรเสริมสร้างความปรองดอง
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมซึ่งพิจารณารายงานของคณะอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 ว่าด้วยการสร้างความปรองดอง ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน อนุฯ ว่า ทางคณะอนุฯ ได้เสนอหลักการที่สำคัญที่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ การตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ เป็นองค์กรกึ่งนิติบุคคลที่มีความเป็นอิสระ และอยู่ภายใต้รัฐสภา คล้ายกับสถาบันพระปกเกล้า เพื่อมาดำเนินการพิจารณาศึกษาและแสวงหาแนวทางเพื่อลดและยุติความขัดแย้งทางการเมืองทุกระดับ, ทำแผนและเสิรมสร้างความปรอดองระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว โดยต้องมีการประเมินผลการทำงานด้วย
นอกจากนั้นคณะกรรมการฯต้องติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือน เจรจา แสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง รวมถึงจัดการศึกษาอบรม เผยแพร่องค์ความรู้และทักษะการจัดการปัญหา การแก้ไขปัญหาขัดแย้งอย่างสันติวิธีกับบุคลากรและพลเมืองด้วย สำหรับกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติต้องเป็นตัวแทนจากทุกฝ่าย และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย สำหรับวาระแรกในการทำงานนั้น อาจกำหนดบทเฉพาะกาลให้คณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติมีระยะเวลาดำเนินการ 5 – 10 ปี ภายใต้เงื่อนไข คือ ยกเลิกคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ ที่ตั้งขึ้นโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. 2550 และระยะแรกต้องประสานงานร่วมกับผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพราะขอบเขตอำนาจอาจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานดังกล่าว โดยต้องคำนึงถึงการสร้างความปรองดองที่แยกจากความขัดแย้งระดับบุคคล หรือขัดแย้งระดับระบบ นอกจากนั้นหากกระบวนการครอบคลุมไปยังการนิรโทษกรรมต้องกำหนดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและระยะเวลาให้เหมาะสม
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นนิรโทษกรรมนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด แต่ได้มีการอภิปรายให้ข้อสังเกตคือหากกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เขียนรัฐธรรมนูญให้ยุติธรรมกับทุกฝ่าย ร่างรัฐธรรมนูญปราศจากอคติ และไม่ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อให้ฝ่ายใด หรือกีดกันฝ่ายใด จะเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่ความปรองดองได้ อย่างไรก็ตามการประชุมของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ข้อสรุปหรือมีมติใด ๆ ต่อแนวทางข้อเสนอของคณะอนุฯ
นายคำนูณ แถลงด้วยว่าก่อนเริ่มพิจารณานายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ปรารภกับที่ประชุมว่า การปฏิรูปและปรองดองเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้กำหนดให้เป็นหมวดหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ ภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ซึ่งแบ่งเป็นหมวด 1 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม และหมวด2การสร้างความปรองดอง โดยในส่วนของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมนั้นถือเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องใช้เวลาอีก 5- 10 ปี ส่วนประเด็นการสร้างความปรองดองถือเป็นเรื่องเฉพาะหน้า เพื่อสร้างบรรยากาศที่จำเป็น เปรียบได้กับเหมือนคนป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ต้องกินยาทามิฟลูเพื่อรักษา แต่ระหว่างที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นั้น มีอาการปวดหัว และตัวร้อนร่วมด้วย จึงต้องกินยาไทลีนอลบรรเทาอาการไปก่อน





