วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.เคาะสรุปให้ตุลาการศาลรธน.มีวาระ6ปี

สปช.เคาะข้อสรุปให้ตุลาการศาลรธน.มีวาระ 6 ปี โล๊ะ 7 อรหันต์ ให้คณะกรรมการสรรหา มาจากทุกภาคส่วน

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ในฐานะคณะกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมสปช. เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายฯมีความเห็นให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีจำนวน 9 คน ลดวาระการดำรงตำแหน่งจาก 9 ปี เหลือ 6 ปี และเป็นได้แค่วาระเดียว เนื่องจากเห็นว่า ระยะเวลา 6 ปี เป็นเวลาที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป ส่วนที่มาของศาลรัฐธรรมนูญให้มาจากคณะกรรมการสรรหาชุดหนึ่ง ที่จะมีความหลากหลายจากภาคส่วนอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่กรรมการสรรหาแค่ 7 คนหรือ 7 อรหันต์เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการสรรหาชุดนี้ จะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 2 - 3 เท่า หรือ 18 - 27 คน เพื่อส่งให้วุฒิสภาพิจารณากลั่นกรองให้เหลือ 9 คน ไม่ใช่ส่งมาเพื่อให้ส.ว.ประทับตราให้ความเห็นชอบเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะส.ว.จะมีส่วนร่วมในการพิจารณามากขึ้น และไม่ใช่ตรายางเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

นายวันชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า จะต้องมีการเขียนระบุในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดีใดได้บ้าง เช่น ความขัดแย้งระหว่างองค์กร ความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการวินิจฉัยเกินอำนาจหน้าที่เหมือนที่ผ่านมา ทำให้มีการตีความกันเอง ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน แต่คณะกรรมาธิการฯไม่ได้เสนอว่า จะให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่พิจารณาคดีอะไรได้บ้าง ต้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาเอง ขณะเดียวกันเรื่องคุณสมบัติของศาลรัฐธรรมนูญต้องเปิดกว้าง ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมาจากผู้พิพากษา ผู้มีความรู้ด้านนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว ส่วนการลงมติ ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตัวให้เสร็จก่อนที่จะวินิจฉัยลงมติ เพื่อป้องกันไม่ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้วิธีงดออกเสียงในการลงมติ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯจะนำข้อสรุปเหล่านี้เสนอให้ที่ประชุมสปช.ให้ความเห็นชอบต่อไป

นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ กรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ตนได้ทำความเห็นส่วนตัวเสนอเพิ่มต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทุกคน ต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตัวก่อนที่จะลงมติตัดสินคดีใด ๆ ให้เหมือนกับรูปแบบของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กรรมการป.ป.ช.แต่ละคนต้องไปศึกษาข้อมูลมาจริง ๆ และมีเหตุผลของตัวเองที่สามารถอธิบายได้ในการลงมติ ไม่ใช่ไปยกมือลงความเห็นตามกรรมการคนอื่น ๆ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจนำความเห็นดังกล่าวไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกก็ได้