วิจารณ์หึ่งวุฒิสภาเสนอกร.ขอตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ11 คาดรองรับเลขาวุฒิคนใหม่ ด้านแหล่งข่าวในกร. อัดยับทำลายระบ
รายงานข่าวจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสสภา (กร.)ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางสำนักงานเลขาธิการสนช.ได้เสนอขออนุมัติปรับระดับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฏหมาย (นิติกร ระดับทรงคุณวุฒิ หรือที่ปรึกษาระดับ 11 ) ต่อกร. อีก 1 ตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปฏิบัติงานรองรับสภานิติบัญญัตติแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีร่างพระราชบัญญัติที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสนช.จำนวนมาก ทำให้สำนักงานเลขาธิการสนช.มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น
จึงจำเป็นต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฏหมายในกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อให้คำแนะนำวินิจฉัยปัญหาด้านกฏหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเสนอขอตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 นี้เป็นเพียงการขอปรับตำแหน่งชั่วคราว เท่านั้นซึ่งหากตำแหน่งนี้ว่างลงก็ให้ยกเลิกตำแหน่งที่ปรึกษา 11 กลับไปเป็นที่ปรึกษาระดับ 10 เหมือนเดิม โดยเรื่องดังกล่าว นายพรเพชร ได้มติมอบหมายให้อนุกร.ระบบ (อนุกรรมการกร.) ไปทำความเห็นอีกครั้งก่อนเสนอต่อกร.เพื่ออนุมัติตามที่สำนักงานเลขาธิการ สนช.เสนอมา โดยจะมีการประชุมกร.ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้
แหล่งข่าวระดับสูงในกร.กล่าวว่า มีการเสนอการขอตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 จริงโดยจะมีพิจารณาในกร.วันที่ 8 ธ.ค.นี้ ซึ่งหลายคนเห็นว่า เป็นการสร้างธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ดีไม่งาม ทำลายระบบการเข้าสู่ตำแหน่งที่ไม่ผ่านระบบการประเมินผลงานแต่เป็นการตั้งตำแหน่งใหม่รองรับโดยใช้มติกร.เป็นหลังพิง โดยความจริงตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 ในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีอยู่แล้ว 2 ตำแหน่งแต่กลับมีการเปิดตำแหน่งระดับ 11 อีก ซึ่งมีข่าวว่า เปิดเพื่อรองรับให้กับคนๆหนึ่ง ซึ่งหากทำได้ในอนาคตหากใครต้องการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นก็เข้าหานักการเมืองเพื่อปูนบำเหน็จให้ก็ไม่ถูกต้องตามระบบ ทั้งที่ต้องทำตามระบบนั่นคือ การทำผลงาน การประเมินผลงาน เพื่อก้าวขึ้นสู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น
“ข้ออ้างที่ว่ามีกฏหมายเข้ามาเยอะจำเป็นต้องมีการเปิดตำแหน่งใหม่เพื่อรองรับไม่น่าจะเป็นเหตุผล คนที่อยู่ในตำแหน่งมีความรู้ความสามารถจริงก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่กลับมีการขอตำแหน่งที่สูงขึ้นมีเป้าหมายอะไร หรืออยากได้ตำแหน่งอะไรก็เปิดตำแหน่งใหม่ แบบนี้จะมีระบบไว้เพื่ออะไร และความชอบธรรมจะอยู่ตรงไหน เราก็เห็นๆกันที่ผ่านมาข้าราชการแตกเป็นก๊กเป็นเหล่าก็เพราะไม่ทำตามระบบ และที่พูดๆกันว่าจะปฏิรูประบบราชการ หากทำแบบนี้จะปฏิรูปกันไปทำไม ที่สำคัญเป็นการบั่นทอนกำลังใจของข้าราชการที่ตั้งใจทำงาน ”แหล่งข่าว กล่าว
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ภายหลังที่ทางสำนักงานเลขาธิการสนช.เสนอเรื่องขอตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 ปรากฏว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอย่างมาก โดยมองว่า เรื่องนี้ไม่ความเหมาะสม และไม่จำเป็น เพราะสำนักงานมีตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 จำนวน เพียงพอต่อการรองรับงานของสนช. และงานด้านกฏหมายก็ยังมีส่วนงานอื่นที่สามารถช่วยดำเนินการได้อีกทั้งเป็นการทำลายระบบการแต่งตั้ง โยกย้าย ของสำนักงาน นอกจากนี้ยังวิจารณ์กันหนาหูอีกว่า การปรับตำแหน่งดังกล่าวนี้อาจเป็นเพราะเพื่อรองรับข้าราชการะดับสูงระดับ 10 คนหนึ่งให้ขึ้นสู่ระดับ 11เพื่อเป็นการปูทางให้สามารถนั่งตำแหน่งเลขาธิการวุฒิสภาคนใหม่ ซึ่งนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภาจะเกษียณอายุราชการ ในปี 2558 เพราะตำแหน่งดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราวหากคนที่มานั่งในตำแหน่งนี้ได้โยกย้ายหรือขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นตำแหน่งดังกล่าวก็จะถูกยุบไป





