23 พรรคการเมืองตอบกลับสปช. หนุนนายกฯมาจากสภา-ส.ส.สังกัดพรรค-ไม่จำกัดวาระดำรงตำแหน่ง
ส่วนที่มาส.ว.เปิดทางเลือกตั้ง-สรรหา แต่ให้นั่งเก้าอี้แค่ 1 ปี ด้านป.ป.ช.รับลูกปมให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแสดงบัญชีเสียภาษีย้อนหลัง 5 ปี ขณะกมธ.ปฏิรูปกฎหมายเสนอหั่นวาระตุลาการศาลรธน.เหลือ 5 ปี หวั่นฝังรากลึก และห้ามองค์กรอิสระงดออกเสียง
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ประสานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และองค์กรอื่นๆ ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 23 พรรคการเมืองจาก 74 พรรคการเมืองนำเสนอความคิดเห็นตามประเด็นที่คณะอนุกมธ.ประสานเพื่อรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สปช.และองค์กรอื่น ๆ กำหนด โดยมีพรรคการเมือง อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคมาตุภูมิ, พรรคชาติพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย ในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ตอบกลับจดหมายดังกล่าว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รับจดหมายตอบกลับแต่อย่างใด
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า การประเมินความเห็นดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านระบบสภาผู้แทนราษฎร และต้องการให้ใช้รูปแบบของ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สำหรับที่มาของส.ส. เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับระบบเขตเดียวเบอร์เดียว ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งและเป็นที่น่าเชื่อถือภายใต้ระบบประชาธิปไตย
ส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้คงส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในจำนวน 125 คนเช่นเดิม ขณะที่ในประเด็นการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งส.ส. พรรคการเมืองเสียงส่วนใหญ่ คือ 11 พรรคไม่เห็นด้วย แต่ยังมีพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย เห็นด้วยกับการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งให้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ส่วนประเด็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้สิทธิผู้สมัครที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 ม.ค.ของปีที่มีการเลือกตั้ง
พรรคการเมืองหนุนเลือกตั้งส.ว.-สรรหา
สำหรับประเด็นที่มาของส.ว.พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกรณีที่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งให้เพียง 1 วาระ ขณะที่กระบวนการได้มา ส.ว. เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งผสมกับการสรรหา แต่มีข้อท้วงติงสำหรับการสรรหาที่ต้องปรับปรุงกระบวนการที่เพิ่มความยึดโยงกับสายวิชาชีพ และเปิดกว้างมากกว่าเดิม ส่วนจำนวน ส.ว.สายเลือกตั้งนั้นมีข้อเสนอให้กำหนดจำนวนส.ว.ที่ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้น ๆ
ขณะที่ประเด็นคำถามเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา และวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.), ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการสรรหา โดยมีข้อเสนอให้เปิดกว้างและคณะกรรมการสรรหาต้องมีความหลากหลาย ขณะที่วาระดำรงตำแหน่งเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรลดวาระดำรงตำแหน่งลง เช่น กรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าควรปรับลดจากวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี เป็น 5 ปี เป็นต้น
กมธ.ชงลดวาระศาลรธน.เหลือ5ปี
นายวันชัย สอนศิริ ในฐานะกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กมธ.ได้ข้อสรุปให้แก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้ลดเวลาการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจาก 9 ปี เหลือ 5 ปี เนื่องจากเห็นว่าเวลา 9 ปีนานเกินไป และไม่อยากให้มีการฝังรากลึกจนคิดว่า จะทำอย่างไรก็ได้ เพราะไม่มีใครกล้าปลด
ส่วนเรื่องอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้น กมธ.เห็นตรงกันว่า ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า จะให้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องใดบ้างให้ชัดเจน ไม่ให้มาถกเถียงกันว่า มีการวินิจฉัยเกินอำนาจหน้าที่อีก ส่วนประเด็นเรื่องที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ ควรมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน โดยให้มีตัวแทนจากนักกฎหมายมหาชนมาร่วมเป็นด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 ธ.ค. กมธ.จะประชุมให้ได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว และจะส่งข้อเสนอทั้งหมดให้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เพื่อส่งต่อให้กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญต่อไป
"กมธ.เห็นตรงกันว่า หลักการสำคัญในการปรับปรุงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ คือ 1.ไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เรื่องสองมาตรฐาน 2.ต้องปลอดจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง 3.ไม่ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่ง ฝังรากลึกนานจนเกินไป 4.การลงมติขององค์กรอิสระ จะใช้วิธีงดออกเสียงไม่ได้ เพราะองค์กรอิสระถูกตั้งขึ้นมา เพื่อให้แสดงความเห็น และชี้ขาดในการลงมติ เพื่อตัดสินลงโทษ ดังนั้น จะมาใช้วิธีงดออกเสียง ลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้ การลงมติงดออกเสียงในองค์กรอิสระหลังจากนี้ต้องไม่มี" นายวันชัยระบุ
ป.ป.ช.หนุนเพิ่มสิทธิตรวจสอบจนท.รัฐ
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่กมธ.ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีข้อเสนอไปยังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนมีสิทธิขอข้อมูลการดำเนินการและติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เห็นว่า ประชาชนต้องติดตามตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐทุกส่วนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่มีช่องทางที่จะเข้าไปติดตามตรวจสอบได้ ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ส่วนเรื่องวิธีการ ช่องทาง ก็ต้องมีการหารือกันในรายละเอียดให้รอบคอบและเหมาะสม
สำหรับข้อเสนอเรื่องการสร้างกระบวนการป้องกันทุจริตที่ให้ผู้สมัครลงเลือกตั้งยื่นแสดงบัญชีรายการเสียภาษีย้อนหลัง 5 ปี เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบก่อนนั้น ถือเป็นความก้าวหน้าไปอีก เพราะเป็นการคัดกรองตั้งแต่ต้น จากเดิมที่ต้องให้เข้ามาดำรงตำแหน่งก่อนจึงจะมีการตรวจสอบโดยให้มีการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.
ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวตนเข้าใจเจตนาว่าต้องการคัดกรองตั้งแต่ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามีรายละเอียดการดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเห็นอย่างไร
5 กมธ.ปฏิรูปส่งข้อเสนอยกร่างฯแล้ว
นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนการติดตามความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ปฏิรูป ทั้ง 18 ชุดนั้น หลังจากที่ กมธ.ปฏิรูปด้านต่าง ๆ ได้นำส่งข้อเสนอมายังกมธ.ฯ แล้ว คณะอนุกมธ.กลั่นกรอง รวบรวม สังเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะนำไปดำเนินการแยกความเห็นและข้อเสนอให้เป็นไปตามโครงร่างของรัฐธรรมนูญที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนด โดยจะไม่ทิ้งประเด็นที่กมธ.ปฏิรูปเห็นต่างกันแม้แต่ประเด็นเดียวและจัดทำเป็นรายงานนำเสนอให้ที่ประชุมสปช.พิจารณาเห็นชอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำส่งต่อกมธ.วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะฯแล้ว ได้แก่ กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค, กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, กมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี, กมธ.ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, กมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข รวมเรื่องที่นำเสนอจำนวน 55 เรื่อง





