เปิดข้อเสนอกมธ.ปฏิรูป 5 คณะ ต่อการยกร่างรธน.พบกมธ.สื่อมวลชน เสนอตั้งองค์กรคุมสื่อฯ ด้านจริยธรรม
เปิดข้อเสนอกมธ.ปฏิรูป 5 คณะ ต่อการยกร่างรธน. พบกมธ.สื่อมวลชน เสนอให้ระบุโทษอาญา กรณีพบสื่อสาร Hate Speech – เสนอตั้งองค์กรคุมสื่อฯ ด้านจริยธรรม ส่วนประเด็นปฏิรูป ด้านศึกษาเสนอตั้งองค์กรปฏิรูป-คณะกรรมการพัฒนามนุษย์ เพื่อต่อยอด-ติดตามการปฎิรูประยะยาว
นายไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. กล่าวถึงขั้นตอนการติดตามความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ปฏิรูป ทั้ง 18 ชุด ว่า หลังจากที่ กมธ.ปฏิรูปด้านต่าง ๆ ได้นำส่งข้อเสนอมายังกมธ.ฯ แล้วคณะอนุกมธ.กลั่นกรอง รวบรวม สังเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะนำไปดำเนินการโดยแยกความเห็นและข้อเสนอให้เป็นไปตามโครงร่างของรัฐธรรมนูญที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนด โดยจะไม่ทิ้งประเด็นที่กมธ.ปฏิรูปเห็นต่างกันแม้แต่ประเด็นเดียวและจัดทำเป็นรายงานนำเสนอให้ที่ประชุมสปช.พิจารณาเห็นชอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุด วันนี้ (5ธ.ค.) มีความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำส่งต่อกมธ.วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะฯแล้วได้แก่กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค, กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, กมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี, กมธ.ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, กมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข รวมเรื่องที่นำเสนอจำนวน 55 เรื่อง โดยมีสาระสำคัญที่จำแนกตามโครงร่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 4 ภาค คือ ภาคที่ 1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน แบ่งเป็น 1.ความเป็นพลเมือง มีประเด็นที่นำเสนอ คือ สร้างพลเมืองที่มีศักยภาพ มีคุณภาพ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความสำนึกต่อส่วนรวมเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่แตกต่างหลากหลายอย่างสันติสุข เพื่อเป็นกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต ,
2.สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมือง มีประเด็นที่นำเสนอ คือ ด้านผู้บริโภค ให้มีองค์การคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ตัวแทนผู้บริโภคสามารถกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการคุ้มครองผู้บริโภคได้ และให้สิทธิผู้บริโภคสามารถรักษาสิทธิของตนเอง แทนการกำกับโดยรัฐเท่านั้น , ด้านการศึกษา ให้สิทธิแก่ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงบุคคลในครอบครัวยากจนได้รับโอกาสการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการศึกษาที่มีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย นอกจากนั้นบุคคลต้องมีเสรีภาพในการเรียน สอน วิจัย เผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ โดยไม่ขัดต่อหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และเอกภาพของชาติ
ด้านสื่อสารมวลชน มีสาระสำคัญคือสื่อมวลชนต้องได้รับหลักประกันสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน พิมพ์ ภายใต้การจำกัดสิทธิในเงื่อนไขความรับผิดชอบ และการทำหน้าที่ต้องไม่ตกอยู่ภายใต้การแทรกแซงจากอำนาจรัฐและทุน ทั้งนี้มีข้อเสนอให้ตั้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนด้านจริยธรรม และกลไกกำกับกันเองของสื่อมวลชน เพื่อป้องกันสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม, ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีสาระสำคัญคือรัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิประชาชนที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ดีและได้รับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม มีคุณภาพ มีมาตรฐาน โดยสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
3.การมีส่วนร่วมทางการเมือง มีประเด็นที่นำเสนอคือการพิจารณาร่ากฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอตามรัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจน คือ วาระแรกภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ยื่นคำร้องขอต่อประธานรัฐสภา หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ถือว่าได้รับหลักการแล้ว ต้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป และในส่วนกมธ.พิจารณาร่างกฎหมายของประชาชนต้องมีตัวแทนประชาชนผู้เสนอกฎหมายไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร่วมพิจารณาด้วย
ภาคที่ 2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง มีประเด็นที่นำเสนอคือ 1.หมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สาระสำคัญคือรัฐต้องส่งเสริมกระบวนการส่งเสริมและมีส่วนร่วมของประชาชนตามแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน อาทิ ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองผู้บริโภค การศึกษา สื่อมวลชน โดยประเด็นของสื่อมวลชนนั้นรัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงาของสื่อและผู้ใช้สื่อ เพื่อให้สื่อมวลชนตระหนักในความรับผิดชอบของการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการมีจริยธรรม และ 2.หมวดการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น มีสาระสำคัญคือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน
ภาคที่ 3 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ประกอบด้วย 1.ศาลและกระบวนการยุติธรรม มีสาระสำคัญ คือ รัฐต้องบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม อาทิ องค์กรตำรวจ องค์กรทนายความ องค์กรอัยการ องค์กรศาล เพื่อให้การบริการและอำนวยความสะดวกกับประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง เท่าเทียม สะดวก ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ และรัฐต้องสนับสนุนประชาชนในท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมในการระงับข้อพิพาททางคดีก่อนนำคดีขึ้นสู่ศาล และรัฐต้องจัดมาตรการที่เด็ดขาดในการป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรม และ 2.การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีสาระสำคัญ คือ ให้องค์กรอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปลอดการแทรกแซงทาง และให้มีองค์กรผู้บริโภคทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐทุกระดับ
ภาคที่ 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ประกอบด้วย 1.การปฏิรูปเพื่อลดการเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม มีข้อเสนอคือ ด้านการศึกษา ให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษาและวัฒนธรรมแห่งชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาที่เป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากกลุ่มผลประโยชน์ เพื่อเป็นกลไกที่เข้าไปดูแลการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ปี และ 2.การสร้างความปรองดอง ด้านสื่อมวลชนมีข้อเสนอให้กำหนดมาตรการกำกับดูแลสื่อสารมวลชนที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง หรือ Hate Speech ด้วยทางวิธีทางกฎหมายคือให้ถือเป็นความผิดทางอาญาที่ชัดเจน





