เลิศรัตน์ เผย พรรคเพื่อไทย ตอบกลับความเห็นประเด็นการเมือง-องค์กรอิสระแล้ว
“เลิศรัตน์” เผย “พรรคเพื่อไทย” ตอบกลับความเห็นประเด็นการเมือง-องค์กรอิสระแล้ว ผลสรุปทุกพรรคอยากให้นายกฯมาจากสภา-ให้ส.ส.สังกัดพรรค-ไม่จำกัดวาระของส.ส. ด้าน “ส.ว.”เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งและสรรหา แนะให้ปรับกระบวนการสรรหาให้ยึดโยงสายอาชีพ-เปิดกว้าง ส่วนองค์กรอิสระต้องปรับกระบวนการสรรหา-ลดวาระดำรงตำแหน่ง
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ประสานเพื่อรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ องค์กรอื่นๆ ในกมธ.ยกร่างรัฐะรรมนูญ กล่าวว่าขณะนี้มีพรรคการเมือง 23 พรรคจาก 74 พรรคการเมืองตอบรับจดหมายและนำเสนอความคิดเห็นตามประเด็นที่คณะอนุ กมธ.ประสานเพื่อรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สปช.และองค์กรอื่น ๆ กำหนด โดยมีพรรคการเมือง อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคมาตุภูมิ, พรรคชาติพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ตอบกลับจดหมายดังกล่าว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รับจดหมายตอบกลับแต่อย่างใด
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่าสำหรับการประเมินความเห็นดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านระบบสภาผู้แทนราษฎร , ต้องการให้ใช้รูปแบบของ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สำหรับที่มาของส.ส. เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับระบบเขตเดียวเบอร์เดียว, ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งและเป็นที่น่าเชื่อถือภายใต้ระบบประชาธิปไตย, ส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้คงส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในจำนวน 125 คนเช่นเดิม ขณะที่ในประเด็นการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งส.ส. พรรคการเมืองเสียงส่วนใหญ่ คือ 11 พรรคไม่เห็นด้วย แต่ยังมีพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย คือ 10 เสียง เห็นด้วยกับการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งให้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ส่วนประเด็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้สิทธิ์ผู้สมัครที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่าประเด็นที่มาของส.ว.พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกรณีที่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งให้เพียง 1 วาระ ขณะที่กระบวนการได้มาส.ว. เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งผสมกับการสรรหา แต่มีข้อท้วงติงสำหรับการสรรหาที่ต้องปรับปรุงกระบวนการที่เพิ่มความยึดโยงกับสายวิชาชีพ และเปิดกว้างมากกว่าเดิม ส่วนจำนวน ส.ว.สายเลือกตั้งนั้นมีข้อเสนอให้กำหนดจำนวนส.ว.ที่ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้น ๆ ขณะที่ประเด็นคำถามเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา และวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการสรรหาโดยมีข้อเสนอให้เปิดกว้างและคณะกรรมการสรรหาต้องมีความหลากหลาย ขณะที่วาระดำรงตำแหน่งเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรลดวาระดำรงตำแหน่งลง เช่น กรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าควรปรับลดจากวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี เป็น 5 ปี เป็นต้น





