วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม19ล.ให้ผู้ต้องขังยากไร้

อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม 19 ล้าน ให้ผู้ต้องขังยากไร้ ใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวชั้นศาล

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวโครงการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องขังที่เป็นคนยากไร้ ไม่มีเงินประกันตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในนามกระทรวงยุติธรรม เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระชนมายุครบ 87 พรรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 โดยกระทรวงยุติธรรมมอบให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับผิดชอบ โครงการเชิงรุก โดยสนับสนุนเงินและค่าใช้จ่ายจากกองทุนยุติธรรมในการช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ โดยผู้ต้องขังที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ต้องเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการสอบสวนหรือยังเป็นผู้บริสุทธิ์ และมีฐานะยากจน จากการสำรวจพบผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์ขอการสนับสนุน 738 ราย พิจารณาไปแล้ว 471 ราย อนุมัติ 130ราย รวมเป็นเงินช่วยเหลือ 19,477,000 บาท โดยจำนวนที่อนุมัติ 130 ราย เป็นผู้ต้องหาที่คุมขังในเรือนจำในกรุงเทพฯ 12 ราย นนทบุรี 1 ราย เป็นเงิน 2.2 ล้านบาท ส่วนอีก 117 รายกระจายอยูในเรือนจำจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งได้ทยอยปล่อยตัวตั้งแต่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่วน 267 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ

"กรณีแรกทางกรมคุ้มครองสิทธิฯแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว 19 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวบ้านทุ่งป่าคา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจจับกุมกรณีมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง โดยกองทุนยุติธรรมได้อนุมัติเงินเพื่อหลักประกันจำนวน 6.3 ล้านบาท เบื้องต้นศาลมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขัง 16 ราย ส่วนที่เหลืออีก 3 รายมีอัตราโทษสูงเกินกว่าอำนาจของศาลจังหวัดแม่สะเรียง จึงต้องดำเนินการส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เป็นผู้พิจารณาสั่งปล่อยตัวชั่วคราวต่อไป"โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าว

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องขังที่ได้รับการช่วยเหลือตามโครงการนี้ พิจารณาจากคดีที่ไม่ร้ายแรง โทษจำคุกไม่เกิน 5-10 ปี ประเภทคดี และครอบครัว โดยการขอประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของจำเลย อย่างไรก็ตาม ขึ้นกับดุลยพินิจของศาลในการพิจารณาให้หรือไมให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือในโครงการนี้ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรักษาสัญญาที่ได้โอกาสในการออกไปเตรียมตัวสู้คดี สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มนี้ จะเป็นล็อตแรก และจะดูผลตอบรับของสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือในกลุ่มอื่นต่อไป นอกจากนี้ร่างพรบ.กองทุนยุติธรรม ที่ได้ปรับปรุงจะมีการขยายความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ นอกจากการจ่ายเงิน แต่จะมีการให้คำปรึกษาและช่วยเรื่องทนายในการต่อสู้คดี และจะมีการหักโอนเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับมาเข้ากองทุนยุติธรรม