วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ปฏิรูปสื่อเสนอ10ประเด็นหนุนจริยธรรม-ปกป้องสิทธิ

"กมธ.ปฏิรูปสื่อ" เสนอ 10 ประเด็น ส่งเสริมจริยธรรม ปกป้องสิทธิเสรีภาพ ลดสร้างเกลียดชัง เล็งตั้ง"สภาวิชาชีพ"

นางเตือนใจ สินธุวณิก โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยนายบุญเลิศ คชายุทธเดช รองโฆษกกมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนฯ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่กมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนฯ จะส่งให้กับคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ใน 10 ประเด็น

คือ 1. รัฐธรรมนูญประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชนในการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน พิมพ์ โฆษณาและสื่อความหมายโดยวิธีอื่นๆรวมถึงสิทธิในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐอย่างทั่วถึง เสมอภาค 2. เงื่อนไขในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน พิมพ์ โฆษณา และสื่อความหมาย ด้วยวิธีอื่นของประชาชนและสื่อมวลชน 3. สื่อมวลชนย่อมได้รับหลักประกันความเป็นอิสระ 4. การคุ้มครองเสรีภาพและส่งเสริมวิชาชีพและสวัสดิการ ของผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อสารมวลชน 5. ส่งเสริมการจัดองค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านจริยธรรม และกลไกกำกับกันเองของสื่อมวลชน ทั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพความเป็นธรรม

โฆษกกมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนฯ กล่าวว่า 6. คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรวิชาชีพสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ และให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่ จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ 7. แนวทางการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับการประกอบกิจการภายใต้ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป 8. การส่งเสริม รู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชน 9. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบการทำงานของสื่อและผู้ใช้สื่อ และ10. การสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง

ด้านนายบุญเลิศ กล่าวถึงการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังว่า ทาง กมธ.คิดว่าควรจะต้องมีสภาวิชาชีพมากำกับดูแลสื่อด้วยกันเอง โดยเฉพาะการกำกับจริยธรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ ทั้งนี้การมีสภาวิชาชีพ ควรจะมีทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับจังหวัด นอกเหนือไปจากระดับชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้เสรีภาพของสื่อแต่ละประเภทที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แตกแยก คือการนำเสนอถ้อยคำ ภาพและอื่นๆ ที่สร้างให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน แบ่งแยกเป็นสีและข้าง ดังนั้นทาง กมธ. จึงเห็นว่าควรบัญญัติ การใช้เสรีภาพการสื่อสารนั้นๆ โดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง ส่วนจะนำไปบัญญัติไว้ในหมวดใด ระหว่างหมวดสิทธิและเสรีภาพ หรือหมวดความปรองดองก็แล้วแต่การตัดสินใจของคณะ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าเหมาะสม

รองโฆษกกมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ วิทยุและโทรทัศน์ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้นสภาวิชาชีพจะมีอำนาจและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจาก สมาคมวิชาชีพซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลความประพฤติ จริยธรรม จรรยาบรรณรวมทั้งสวัสดิการของสื่อเสมือนเข้ามาดูแลศีลธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้จะเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพจากการครอบงำทั้งทางด้านของจากรัฐบาล ด้านการเมือง และที่เพิ่มเติมคือเจ้าของกิจการสื่อ ก็จะไม่สามารถบังคับการนำเสนอของสื่อได้