"พล.ต.ท.ประวุฒิ"เผยออกหมายจับเสี่ยโรงไฟฟ้าแก๊ง'พงศ์พัฒน์' พร้อมไล่ล่าเสี่ยโจ้พ่อค้าน้ำมันเถื่อน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเงินรางวัลนำจับ1 ล้านบาทให้กับผู้ที่ให้ข้อมูลหรือแจ้งชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน และลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนทางภาคใต้ ว่าได้มีประชาชนปจ้งข้อมูลเข้ามาเหมือนกัน และมีการชี้ช่องทางและชี้ข้อมูลว่าน่าจะอยู่ที่ไหน แต่ว่ายังเป็นแค่คำสมมุติฐาน เพราะยังไม่มีใครเห็นตัว หรือส่งรูปถ่ายมาให้ว่าอยู่ตรงไหน และก็มีการประสานเข้ามากับพื้นที่
แต่มีการเช็คแล้วน่าจะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแนวชายแดนไทยอยู่ในประเทศใกล้ๆ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเป็นรูปถ่าย หรือรายละเอียดชัดเจนทางเรากำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ถ้าเข้ามาในชายแดนไทยก็คงดำเนินการทันที ซึ่งข้อมูลยังไม่ชัดเจนบอกแค่ว่ามีคนพบเห็นว่าอยู่ที่ไหน เป็นการส่งข่าวเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่เป็นผู้หวังดี แต่ถ้ามีเงินรางวัลเป็นค่าตอบแทนก็จะกล้าที่จะหาข้อมูลและรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า ผู้หวังดีแจ้งมาช่องทางไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ให้น้ำหนักแค่ไหนกับข้อมูลที่ได้มา พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ทางเราทำทุกทาง ไม่ได้มุ่งเน้นผู้ที่เข้ามาแจ้งเบาะแสอย่างเดียว เพราะการสืบสวนทางการลับมีข้อมูลอยู่บ้างแล้ว โดยข้อมูลจากผู้หวังดีใกล้เคียงกับข้อมูลของเรา
เมื่อถามว่า ขณะนี้นายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลของใคร พล.ต.ท.ประวุฒ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่ข่าวในทางลับเรารู้อยู่พอสมควร แต่ยังพูดไม่ได้
เมื่อถามว่า เป็นไปได้ไหมว่าเกี่ยวกับกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อ โฆษก ตร.กล่าวว่า เรื่องความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนใต้ต้องตัดไปเลย จริงๆแล้วไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องการหาผลประโยชน์ธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างเดียว ซึ่งหากถามว่ามีโอกาสแค่ไหนที่จะได้ตัวเสี่ยโจ้นั้น น่าจะ 50% แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย ซึ่งขณะนี้มีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ และมีการดำเนินการประสานไปยังตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ขอเป็นหมายแดง หรือหมายเฝ้าระวัง เวลาผู้ต้องหาปรากฏตัวที่ประเทศไหนก็จะแจ้งมาที่เราว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน ถึงแม้ไม่มีหมายจับก็ใช้หมายแดงได้
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแค่ไหนว่าเสี่ยโจ้ กับพล.ต.ท.พงศพัฒน์ มีความเชื่อมโยงกัน โฆษก ตร. กล่าวว่า เท่าที่หลักฐานชัดเจน คือการเชื่อมโยงกับนายตำรวจที่จับกุมไปก่อนหน้านี้ เรื่องนี้เป็นหลักฐานในสำนวน จึงไม่ขอเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่จะมีการเพิ่มเงินรางวัลนำจับเสียโจ้นั้น ส่วนตัวคิดว่ารางวัลนำจับในขณะนี้ถือว่าเป็นตัวเงินที่สูงแล้ว ไม่น่าจะมีการเพิ่มเงินรางวัลนำจับแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า นอกจากเสี่ยโจ้แล้วมีเครือข่ายอื่นๆ ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ โฆษก ตร.กล่าวว่า ในขบวนการมีลูกน้อง ซึ่งแนวทางการสืบสวนยังดำเนินการต่อก็ต้องขยายผลไปถึง ซึ่งคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จะมีการออกหมายจับเพิ่มหรือไม่นั้น ขณะนี้หมายจับเท่าที่ดูหมดแล้ว ไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม นอกเสียจากมีหลักฐานใหม่ ซึ่งขณะนี้เป้าของขบวนการจบหมดแล้ว คืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว ซึ่ง
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกว่า 50 นายนั้น โฆษก ตร. กล่าวว่า เรื่องของโพยที่ยึดได้ที่ต้องไปตรวจสอบรายชื่อรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งโพยดังกล่าวทำขึ้นโดยฝ่ายที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสังคมยังสงสัยเราต้องออกมาชี้แจง ไม่มีการตัดตอนแน่นอน
ในส่วนการติดตามตัว พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป. นั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการติดต่อเข้ามารายงานตัวแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการประสาน แต่จะไม่มีการจับกุมเนื่องจากไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ต้องหา มีเพียงการออกหมายเรียก ซึ่งถ้าออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งแล้วไม่เดินทางมาก็จะออกหมายจับต่อไปในข้อหา ไม่มาให้ถ้อยคำ ซึ่งหากพบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงก็จะดำเนินคดี แต่เบื้องต้นขณะนี้เป็นการออกหมายเรียกเท่านั้น
"ในส่วนของการดำเนินการถอดยศนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเงื่อนไขในส่วนของต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก และกระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา และเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้กระบวนการยังไม่ถึงขั้นนั้น เป็นเพียงการดำเนินการทางวินัยและอาญา อย่างไรก็ตามในส่วนของการสรุปสำนวนคดีนี้นั้น ขอเวลาสักระยะ เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำของกลาง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพราะนอกจากการตรวจนับจำนวนลักษณะแล้ว ต้องตรวจสอบด้วยว่าของกลางชิ้นไหนเป็นของแท้ไม่แท้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง" โฆษก ตร.กล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางตำรวจได้ดำเนินการออกหมายจับนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ลงวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองศ์ ,จ้างวานใช้ให้ผู้อื่นกระทำการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้(1 ธ.ค.) ทางพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปขอหมายจับที่ศาลทหาร เนื่องจากวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีการประการใช้กฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.





