กลุ่มผู้เสียหายแจ้งกองปราบ ดำเนินคดีกรรมการ หจก.ดัง ตุ๋นลงทุนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เสียหายนับ 100 ล้าน
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่1 ธันวาคม น.ส.วิริยา สุขสุวรรณ อายุ 28 ปี พร้อมด้วย นางบุญตา สุขสุวรรณ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/48 หมู่ 2 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมทนายความ และกลุ่มผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ หจก.พรนภา เซอร์วิส 2556 เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วุฒิชัย สิงห์คง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.2 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายตันติกร หรือโอม เกตกินทะ และนางพรนภา หรือตาล สุขสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ หจก.พรนภา เซอร์วิสฯ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง โดยนำเอกสารการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารและเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
น.ส.วิริยา กล่าวว่า สำหรับนางพรนภา มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของตน ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้รับการชักชวนจากนางพรนภา และนายตันติกร ให้ร่วมลงทุนในธุรกิจซ่อมอะไหล่เครื่องจักรโรงงานของ หจก.ดังกล่าว โดยนางพรนภา อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่มีอัตราการจ่ายเงินกำไรที่แน่นอน โดยขึ้นอยู่กับการร่วมธุรกิจ หากนำเงินมาลงทุนมากก็จะได้เงินปันผลมาก ครั้งแรกตนก็ยังไม่มั่นใจ แต่เห็นว่าเป็นญาติกัน จึงทดลองร่วมลงทุนโดยมารดาตนก็ถูกชักชวนให้ลงทุนด้วย เป็นเงิน 30,000 บาท ซึ่งเพียง7 วัน หลังจากนั้นก็ได้รับการโอนเงินคืนกลับมา 37,000 บาท ต่อมาก็ลงทุนเพิ่มไปอีก โดยรวบรวมเงินโอนไป 440,000 บาท ได้เงินคืน 620,000 บาท
น.ส.วิริยา กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่ามีผลกำไรที่ดีจากการลงทุนกับ หจก.แห่งนี้ จึงชักชวนญาติ เพื่อน และคนรู้จักให้หาเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วย ที่ผ่านมา มีการโอนเงินเพื่อลงทุนธุรกิจดังกล่าวรวมกว่า20 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นก็เริ่มไม่ได้รับเงินโอนกลับคืนมาอีก จึงพยายามทวงถาม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อนางพรนภา ได้ อย่างไรก็ดี มีผู้เสียหายบางส่วนที่ตนได้ชักชวนให้ลงทุน ได้โอนเงินมายังบัญชีธนาคารของตน ก่อนที่ตนจะโอนไปให้กับนางพรนภา ทำให้ผู้เสียหายที่ไม่ได้รับเงินตอบแทน ก็ทวงถามมาที่ตนด้วย ภายหลังเกิดปัญหาขึ้นตนจึงปรึกษาทนายความ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทั้งสอง ที่ สภ.เมืองระยอง แต่เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า จึงพากันเข้าแจ้งความที่ บก.ป.เพื่อให้ร่วมสืบสวนดำเนินคดีอีกทางหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มผู้เสียหายอีกกว่า 20 คน นำโดยนายอารีฟ อาหามะ อายุ 27 ปี พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.โดยประสงค์จะดำเนินคดีกับ น.ส.วิริยา เนื่องจากทั้งหมดได้โอนเงินลงทุนทำธุรกิจดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารของ น.ส.วิริยา แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามพูดคุยและชี้แจง ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของ นางพรนภา กับนายตันติกร ที่ได้รับการโอนเงินไปทั้งหมดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทางทนายความของ น.ส.วิริยา จึงแนะนำว่ากรณีนี้ควรจะให้พนักงานสอบสวนได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาดำเนินการ เพราะนอกจากกลุ่มของนายอารีฟ ก็ยังมีผู้เสียหายในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้นกว่า 100 ล้านบาท
ด้าน พ.ต.ท.วุฒิชัย กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป





