วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกวางหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ได้ที่ทำกิน5.3แสนไร่

"อนุพงษ์"หารืออนุกรรมการคทช. วางหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ได้รับที่ทำกินระยะแรก 530,000 ไร่ "สปก."เผยยึดคืน4,570ไร่

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดที่ดินภายใต้คณะกรรมการนโยบายการจัดการที่ดินแห่งชาติ (คทช.)ครั้งที่ 1/2557 ร่วมกับ นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในวาระการประชุมได้บรรจุเรื่องที่พิจารณาไว้หลายเรื่องด้วยกัน เช่น แผนการปฏิบัติการจัดที่ดิน การจัดทำข้อมูลของผู้ที่ได้รับการจัดและขั้นตอนที่ดิน หลักเกณฑ์การจัดที่ดิน คุณสมบัติของผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดที่ดินในวันที่ 2 ธันวาคม 2557

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เราต้องมาหารือ ตั้งแต่ระดับชาติ และคณะเพื่อจัดทำที่ดิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลักในคณะอนุกรรมการจัดการที่ดินชุดที่ 2 เนื่องจากจะมีการประชุมขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม 2557 เราจึงต้องมาคุยกัน เพื่อหาแนวทางในการทำงาน เราก็ต้องมีกรอบ หรือหลักเกณฑ์ในการทำงานพอสมควร ในส่วนของที่ดินจริงๆตอนนี้ยังไม่ออกมาแน่นอนว่ามีพื้นที่เท่าไร จังหวัดไหน ทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร (สปก.)

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า เจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี เกิดมาจากปัญหาของเกษตรกร พยายามปลูกพืช ในพื้นที่ป่า เช่น อุทยาน ที่สาธารณะ แม้กระทั่งสถานที่ของหน่วยราชการ จากปัญหาที่เกษตรกรไม่มีที่ทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาเบื้องต้น หรือเมื่อมีที่ดินอื่นๆ แล้วพยายามจำหน่ายจ่ายแจก เขาก็บุกรุกต่อไป จนมันเกิดปัญหาเชิงซ้อนตามมา

"การที่เกษตรกรได้ที่มาจากการบุกรุกซึ่งก็ไม่ถูก หรือร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อออกเอกสารสิทธิออกมา แล้วขายต่อให้นักธุรกิจ เมื่อพบว่าเกิดการบุกรุกก็จะถูกทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฟ้องร้อง จากนั้นจึงให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการเพิกถอนปัญหามันก็วนกลับมาที่ภาครัฐอีก เมื่อภาคเอกชนฟ้องร้องกลับมา มันอิรุงตุงนัง นายกรัฐมนตรี ก็เลยอยากให้แก้ไขแบบบูรณาการเกิดผลดีกับทุกภาคส่วน เลยอยากให้พื้นที่ที่ถูกบุกรุกแบบไม่ถูกกฎหมาย มาทำให้ถูกกฎหมายเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน เจตนาหลักอยู่ที่ตรงนั้น นี้คือจุดประสงค์ที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ออกมา" รมว.มหาดไทย กล่าว

ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเตรียมการที่ดิน โดยแบ่งพื้นที่ดินเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ พื้นที่ สีเขียว เหลือ แดง ในส่วนของสีเขียวนั้น คือพื้นที่ว่างที่ไม่มีคน การจัดการคือการนำคนลงไปในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มสีเขียวจะมีหน่วยงานของกรมธนารักษ์ และ สปก. จำนวน 5,000 กว่าไร ด้านกลุ่มสีเหลือง จะมีคนอยู่ด้วย.โดยจะให้กับบุคคลเดิม ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ จะมีพื้นที่ ประมาณ 930,000 ไร่ มีผู้ครอบครองประมาณ 100,000 ราย สำหรับกลุ่มสีแดง จะเป็นที่ดินที่มีคนอยู่และมาครอบครอง แต่ติดในข้อกฎหมายหลายอย่าง เช่น ที่ดินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประมาณ100,000 ไร่ ยังติดมติ ครม. เดิม ในระยะที่ 1 กรมป่าไม้คาดว่าจะส่งพื้นที่ให้ 53,000 ไร่ มีคนอยู่แล้วประมาณ 8500 หลังคาเรือน

ด้านตัวแทน ของ สปก. กล่าวว่า จากที่ทราบมาพื้นที่ สปก.อาจจะมีการบุกรุกของนายทุนซึ่งเราได้ตรวจสอบ บางส่วนไปเจรจาก็ได้คืนมา และบางรายก็ดำเนินการตามกฎหมาย เลยทำให้ได้ที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งง่ายต่อการจัดการที่ดิน มา 4 แปลง คือที่ จ.ชุมพร ประมาณ 1,000 ไร่ จ.กาฬสินธิ์ 750 ไร่ จ.อุทัยธานี 2,300 ไร่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา 520 ไร่ และกำลังจะได้คืนอีก 1500 ไร่ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ภายหลังจากการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พล.อ.อนุพงษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการจัดสรรที่ทำกินให้กับผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรที่ดิน จากนั้นเมื่อกำหนดหลักเกณฑ์แล้วเสร็จก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไปนอกจากนี้ผู้ที่ได้มีปัญหาเดือดร้อนจากการไม่มีที่ทำกินก็สามารถมาร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัด