"นพ.สมศักดิ์"รมช.สธ. เสนอเก็บเงินคนรวยเข้ากองทุนร่วมจ่าย อุ้มการเงินการคลังระบบสุขภาพ
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ถึงแนวทางการปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย โดยมีความห่วงใยในประเด็นการเงินการคลังในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าว่า อาจไม่เพียงพอ แต่ตนได้ชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะขณะนี้ไทยใช้จ่ายไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติอยู่ที่ร้อยละ 4 อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อมีความห่วงใยก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการศึกษาวิธีป้องกันปัญหาการเงินการคลังในระบบสุขภาพ
นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาการเงินการคลังในระบบสุขภาพมีการศึกษากันมานาน แต่จะต้องไม่มีการร่วมจ่าย ณ จุดบริการ เพราะการเรียกเก็บเงินกับประชาชนจะส่งผลกระทบมาก ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายนี้แน่นอน แต่ในการแก้ปัญหามีการศึกษาว่า ควรมีกองทุนร่วมจ่ายแทนประชาชนขึ้นมาในกรณีที่กังวลว่า เงินในระบบหลักประกันสุขภาพฯ ไม่เพียงพอ โดยกองทุนนี้จะเป็นการเก็บเบี้ยเพิ่มในกลุ่มคนที่มีฐานะทางการเงินดี การเก็บเงินจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มคนรวยที่สุดในประเทศจะมีประมาณ 1 % หรือประมาณ 6 แสนคน โดยคิดกันว่าจะขอเก็บเบี้ยคนกลุ่มนี้วันละ 100 บาท ในแต่ละปีจะได้เบี้ยจำนวน 18,000 ล้านบาทต่อปี และ 2. กลุ่มคนฐานะทางการเงินรองลงมาอีก 6 ล้านคน แต่เก็บวันละ 10 บาทรวมกลุ่มนี้จะได้เบี้ยอีก 18,000 ล้านบาท รวมทั้งหมดจะได้เบี้ยเข้ากองทุน 36,000 ล้านบาท จากประชาชนประมาณ 10 % ที่มีกำลังจ่าย เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขเพื่อนำมาช่วยในระบบบริการสุขภาพ
" แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาและเตรียมพร้อม หากสุดท้ายประเทศไทยต้องมีการใช้กองทุนลักษณะนี้ แต่ในเรื่องรายละเอียดการเก็บเบี้ยนั้น มีหลายคนเสนอ ทั้งอาจมาจากภาษีหุ้น หรือการขอให้จ่ายเป็นเบี้ยรายปี หากถึงขั้นนั้นอาจต้องมีกฎหมายมาบังคับใช้ เพราะหากมองตามความเป็นจริง ในกลุ่มคนรวยมีกำลังทรัพย์ในการจ่ายอยู่แล้ว สำหรับทีมศึกษาเรื่องนี้ ขณะนี้มีทั้งสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)"นพ.สมศักดิ์ กล่าว





