"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ชี้ดำเนินการกับ "พงศ์พัฒน์" ตามหลักฐาน ระบุใครเกี่ยวก็ต้องดำเนินการ
เมื่อเวลา 14.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการดำเนินการจับกุมพลตำรวจโทพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพวกว่า เป็นการตรวจสอบตามกลไกของกฎหมายทุกประการ ซึ่งขอยืนยันอีกครั้งว่าทุกอย่างต้องเข้ามาสู่กระบวนการ เข้าสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ ไม่ใช่ทุกอย่างเราจะไปจี้ให้ทำนั่นนี่
แต่ 1.ต้องมีการร้องเรียนตามกระบวนการตามกฎหมาย 2.ได้มีการติดตามโดยแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)ว่าเริ่มมีการทุจริตมาตั้งแต่เมื่อไหร่อย่างไร แต่ถ้ายังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่อยู่ในกระบวนการ หรือการจ่ายเงิน บางอย่างก็ไม่ถือว่าเป็นการทุจริต ซึ่งต้องเอากฎหมายมาดูกัน ถ้าไม่ได้ทุจริตสอบอย่างไรก็ไม่ทุจริต หรือถ้าไม่ผิดอย่างไรมันก็ไม่ผิด แต่ถ้าผิดจะให้บอกว่าไม่ผิดมันไม่ได้ กฎหมายต้องว่ากันตามกฎหมาย
"และอย่าบอกว่าเป็นเรื่องของวงการตำรวจ เป็นเรื่องของตำรวจบางนาย หรือบางคน บางกลุ่ม บางพวก บางผลประโยชน์ อย่าไปบอกว่าเป็นปัญหาของวงการตำรวจ ไม่เช่นนั้นตำรวจเขาก็ตาย ตำรวจแถวนี้ก็ยืนคอหดหลายนาย ตำรวจดีๆ มีเยอะ " พลเอกประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีการขยายผลในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายผลก็ต้องไปสอบสวนต่อว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง "ผมบอกแล้ว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ผิดก็คือผิด อย่าไปเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยว มันเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายชี้ว่าคน คนนี้มีการกระทำความผิด ยังไงก็ต้องผิดจากนั้นก็ไปสู่คดีกันไป"
เมื่อถามว่า แสดงว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจจากนี้ไปจะมีระบบคุณธรรมมากขึ้นใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า มันต้องมีอยู่แล้วล่ะ ที่ผ่านมาตนพูดได้เลยว่า ถ้าการเมืองไม่ไปเกี่ยวข้องทุกอย่างมันดีหมด เพราะฉะนั้นการเมืองควรจะต้องอยู่ในการเมือง ฝ่ายบริหารก็คือฝ่ายบริหาร แต่ก็ต้องยอมรับว่าเส้นมันชิดกันมาก อำนาจการบริหารหรือการปกครอง ฝ่ายบริหารก็บอกว่ามันต้องมีอำนาจในการแต่งตั้งบ้าง เพื่อจะได้มีการปกครองต่อไป รวมทั้งการทำงานร่วมกัน แต่ต้องดูว่าทางหน่วยงานตั้งใครมา แต่ฝ่ายบริหารจะไปชี้ว่าจะต้องตั้งคนนั้น คนนี้ไม่ได้ ต้องให้หน่วยงานเป็นผู้เสนอมา และพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ และให้ไปทบทวนกลับมา แต่จะไปชี้ให้คนนั้น คนนี้เข้ามาเป็น ไม่ได้ และตนเคยไม่ทำ สมมติว่าตนเป็น ผบ.ทบ. หน่วยงานตั้งแม่ทัพหรือ ผบ.พล.เข้ามา ก็ต้องพิจารณาว่สเหมาะสมหรือไม่ อย่างปัจจุบันเรามอบอำนาจให้กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจพิจารณาและแต่งตั้งขึ้นมา ถ้าไม่ดีเขาก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเราเป็นคนตั้ง เราก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเราเป็นคนเลือก
เมื่อถามต่อว่า จากการดำเนินการจับกุมในครั้งนี้จะสามารถสาวไปถึงผู้บงการรายใหญ่ได้หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเกี่ยวพันไปถึงใครก็ต้องดำเนินการคนนั้น และไม่ว่าใครเกี่ยวข้องก็จับหมดทั้งนั้นจะไปยากอะไร อย่าไปคิดอะไรมาก ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ซึ่งทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการปฏิรูปในระยะที่ 2 ระยะที่ 1 คือทำอย่างไรให้กลไกที่มีอยู่ทำงานได้ มีระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและการบังคับใช้กฎหมาย การเข้าถึงกระบวนยุติธรรมของประชาชน ผู้ที่ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือถูกดำเนินการจับกุมของเจ้าหน้าที่ วันนี้มีการตั้งกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีเงินสามารถต่อสู้ในกระบวนการทุกวันได้ ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านกฎหมายที่รัฐบาลต้องการ ความจริงกฎหมายไม่ค่อยมีปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่คนใช้ ทั้งนโยบาย การขับเคลื่อนและผู้ปฏิบัติ ฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรศาล จะต้องไม่ต้องก้าวก่ายซึ่งกันและกัน





