เปิด22ข้อบังคับ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อบังคับ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557
เพื่อให้การพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และตามข้อ 117 ของข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงออกข้อบังคับเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานยกรางรัฐธรรมนูญไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557”
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติให้ประกาศใช้เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้
“ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557
“คณะกรรมาธิการ” หมายความว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
“คณะอนุกรรมาธิการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งขึ้นตามข้อ ๑๐
“ประธานกรรมาธิการ” หมายความว่า ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
“กรรมาธิการ” หมายความว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
“การประชุม” หมายความว่า การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
“รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)” หมายความว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช 2557
“ร่างรัฐธรรมนูญ” หมายความว่า ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ 4 การประชุม การลงมติ และการอื่นที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มิได้กําหนดไว้เป็นการเฉพาะในข้อบังคับนี้ ให้นําข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 5 ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณายกร่างและเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบและสามารถเข้าถึงร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้โดยสะดวกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมาธิการกําหนด
ข้อ 6 ในการดําเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมาธิการคํานึงถึงและอํานวยความสะดวกตามสมควรในการจัดทําบันทึกเจตนารมณ์และจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าและอ้างอิงต่อไป
ข้อ7 ในกรณีที่ประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนกรรมาธิการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในที่ประชุม เสนอให้มีการงดใช้ข้อบังคับทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีหากคณะกรรมาธิการลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมาธิการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในที่ประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้
ข้อ 8 ให้ประธานกรรมาธิการรักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้
หมวด1 กรอบแนวทางในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ
ข้อ 9 เพื่อประโยชน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมาธิการจัดทํากรอบแนวทางในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีเนื้อหา ดังต่อไปนี้
(1) โครงสร้างที่มีสาระครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)
(2) เรื่องอื่นที่คณะกรรมาธิการเห็นสมควรกรอบแนวทางตามวรรคหนึ่งต้องมีโครงสร้างและสาระที่แสดงถึงหลักการพื้นฐานสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ โดยอาจแบ่งโครงสร้างและสาระดังกล่าวออกเป็นภาค หมวด ส่วน หรือจัดกลุ่มของเนื้อหาในรูปแบบอื่นตามที่เห็นสมควร
ข้อ 10 ให้คณะกรรมาธิการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นตามจํานวนที่เห็นสมควร เพื่อทําหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างและสาระที่ควรมีในกรอบแนวทางตามข้อ ๙ ตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมายแล้วนําเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบ
หมวด2 การยกร่างรัฐธรรมนูญ
ข้อ 11 เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบแนวทางในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ 10 แล้ว ให้คณะกรรมาธิการจัดให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามกรอบแนวทางดังกล่าว
ข้อ 12 เมื่อได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ 11เสร็จแล้ว ให้คณะอนุกรรมาธิการนําร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ทําหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างและสาระไปตรวจพิจารณาและแก้ไขเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร โดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมาธิการกําหนด และเมื่อได้ดําเนินการเสร็จแล้วให้นําร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ตรวจพิจารณาหรือแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้น เสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป
การแก้ไขเพิ่มเติมของคณะอนุกรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่มีลักษณะที่ทําให้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลกระทบหรือขัดกับหลักการพื้นฐานสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญตามกรอบแนวทางในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นชอบแล้วตามข้อ ๑การแก้ไขเพิ่มเติมใดที่มีลักษณะตามวรรคสอง ให้เป็นดุลพินจของคณะกรรมาธิการ
ข้อ 13 ในการจัดทํากรอบแนวทางในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ ๙ การยกร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ 11 และการตรวจพิจารณาหรือแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของคณะอนุกรรมาธิการตามข้อ 12 ให้คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการนําความเห็นหรือข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตลอดจนความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรต่าง ๆ กลุ่มบุคคล รวมทั้งประชาชน มาประกอบการพิจารณาด้วย
หมวด 3 การพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการ
ข้อ 14 ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอตามข้อ 12 กรรมาธิการอาจขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้โดยทําคําขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมาธิการกําหนดแล้วยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมาธิการกําหนดการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่งให้จัดทําเป็นรายมาตราพร้อมด้วยเหตุผลการขอแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขเพิ่มเติมมาตราเดิม ต้องไม่มีลักษณะที่ทําให้มีผลกระทบหรือขัดกับหลักการพื้นฐานสําคัญของส่วนนั้น หมวดนั้น ภาคนั้น กลุ่มของเนื้อหานั้นหรือของร่างรัฐธรรมนูญ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนเนื้อหาใดที่มีลักษณะตามวรรคสาม ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมาธิการ
ข้อ 15 เมื่อได้พิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้คณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้ตามที่เห็นสมควร โดยต้องจัดทําให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ
หมวด 4 การเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ข้อ 16 ให้คณะกรรมาธิการเสนอร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทําเสร็จแล้วตามข้อ ๑๕ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็นหรือยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 17 ความคิดเห็นที่เสนอหรือคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ให้จัดทําเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมาธิการกําหนด โดยต้องแสดงความคิดเห็นหรือการขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตราพร้อมด้วยเหตุผล และให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติเสร็จสิ้นการพิจารณา ทั้งนี้ ตามมาตรา ๓๖ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)
ข้อ 18 ในการพิจารณาความคิดเห็นหรือคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้ยื่นความคิดเห็นหรือคําขอแก้ไขเพิ่มเติมมีสิทธิชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการได้ ในการนี้จะมอบหมายเป็นหนังสือให้ผู้อื่นกระทําแทนก็ได้
ข้อ 19 เมื่อได้พิจารณาความคิดเห็นหรือคําขอแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว คณะกรรมาธิการอาจแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องกระทําให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ข้อ 20 เมื่อคณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ ๑๙ แล้ว ให้เสนอร่างรัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้นต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ ตามมาตรา 37 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)การเสนอร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องเสนอโดยแสดงร่างเดิมและการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งรายงาน ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุว่าได้มีหรือไม่มีคําขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราใดบ้าง และมติของคณะกรรมาธิการเกี่ยวด้วยคําขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นประการใด ในกรณีที่คณะกรรมาธิการเห็นว่าเนื้อหาของคําขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือความคิดเห็นใดสมควรบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติ หรือเป็นเรื่องในทางการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ให้ระบุไว้ในรายงานให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปให้คณะกรรมาธิการส่งร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งให้คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้วย
หมวด 5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ข้อ 21 ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น สภาปฏิรูปแห่งชาติอาจขอแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคําได้ แต่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อความของร่างรัฐธรรมนูญนั้นมิได้ ในกรณีที่การขอแก้ไขเพิ่มเติมโดยสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในข้อผิดพลาดที่มิใช่สาระสําคัญ และคณะกรรมาธิการเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น หรือเป็นกรณีที่คณะกรรมาธิการเห็นว่าจําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมเนื่องจากยังมีเนื้อความที่ขัดแย้งกันอยู่หรือเพื่อให้เนื้อหาสมบูรณ์ขึ้น ให้คณะกรรมาธิการดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องกระทําให้แล้วเสร็จก่อนที่สภาปฏิรูปแห่งชาติจะมีมติตามมาตรา 37 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)
ข้อ 22 ให้คณะกรรมาธิการนําร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ดําเนินการตามข้อ 21 แล้ว เสนอต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อนําร่างรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ





