"สุธี" รมช.มหาดไทย ชี้ทุ่มงบปี58 กว่า 200 ล้าน เร่งขยายพื้นที่ให้บริการน้ำประปาช่วยปชช.รับมือภัยแล้ง
นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้การดำเนินงานตามโครงการ “ลดความเหลื่อมล้ำ แบ่งปันความสุข” ของกระทรวงมหาดไทย
"ผมในฐานะที่กำกับดูแลการประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ให้บริการน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภคแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงได้มอบหมายให้การประปานครหลวงเร่งรัดดำเนินการขยายบริการน้ำประปาให้ทั่วถึงโดยเฉพาะในเขตรอบนอกกรุงเทพมหานคร แม้ว่า ขณะนี้ประชาชนในเขตชุมชนเมืองจะเข้าถึงบริการน้ำประปาที่สะอาดได้ถึงร้อยละ 99 แล้วก็ตาม แต่พื้นที่รอบนอกบางส่วน ก็ยังไม่มีน้ำประปาใช้ต้องอาศัยใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อบาดาล" รมช.มหาดไทย กล่าวย้ำว่า ขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่ฤดูแล้งแหล่งน้ำธรรมชาติน้ำเริ่มแห้งขอด บางแห่งบ่อบาดาลก็เกิดปัญหาบางชุมชนต้องทนใช้แหล่งน้ำธรรมชาติที่ด้อยคุณภาพและต้องหาซื้อน้ำสะอาดสำหรับการบริโภคในราคาสูงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดน้ำกินน้ำใช้จึงให้การประปานครหลวงร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการวางท่อจ่ายน้ำไปสู่พื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้โดยเร็ว ซึ่งในปีนี้การประปานครหลวงได้เตรียมงบประมาณสำหรับวางท่อช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ไว้แล้ว 200 ล้านบาท โดยจะร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นออกค่าใช้จ่ายวางท่อคนละครึ่ง ส่วนจะวางท่อพื้นที่ใดนั้นกรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล จะเป็นผู้พิจารณาเลือกเส้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยในกลุ่มที่ขาดแคลนน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใช้การไม่ได้ หรือบ่อบาดาลก่อนเป็นอันดับแรก หรือ มีจำนวนผู้ได้รับความเดือดร้อนมากก่อน คาดว่าปีนี้จะช่วยให้ประชาชนอีก 3,000 ครอบครัว หรือประมาณ 13,000 คน ให้ได้มีน้ำประปาที่สะอาดดื่มได้และราคาถูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่าเทียมกับคนในชุมชนเมืองตามนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยตระหนักอย่างยิ่งถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีน้ำประปาใช้ และมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการของรัฐอย่างเท่าเทียมทั่วถึง





