"สมชัย" แนะรัฐเปิดโอกาสประชาชนรับรู้ข้อมูล-ข้อเท็จจริงทุกด้าน หวั่นตกเป็นเหยื่อกลุ่มการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (24พ.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการการเลือกตั้ง ได้รับเชิญจากโครงการปริญญาเอก คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปบรรยายในหัวข้อ "บริบททางกฎหมายที่มีผลต่อการรณรงค์ทางการเมือง" โดยนายสมชัย กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า สังคมไทย อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกที่สำคัญ ภายใต้กฎเกณฑ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังออกแบบการเมืองไทย ระหว่างการให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารโดยเสรีกับการตัดสินใจว่าจะให้ประชาชนเลือกรับข่าวสารใดที่เป็นประโยชน์
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งที่ดีในความหมายเดิมๆ ที่พูดกัน มักจะชอบใช้เพียงคำว่า สุจริต เที่ยงธรรม โดยไปมุ่งเน้นที่การจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใส ไม่ให้มีการทุจริตซื้อเสียง ใช้เงินใช้อำนาจ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ขาดมิติในด้านการรับรู้ข่าวสารของประชาชน โดนตนเห็นว่าการเลือกตั้งที่ดีนั้น ควรเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนมีโอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางที่สุด รู้เท่าทันนักการเมือง เข้าใจและเปรียบเทียบนโยบายของพรรคได้ เพื่อให้การตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรมสร้างความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายการเมืองเท่านั้น
"สิ่งที่รัฐต้องคำนึงคือต้องสร้างบรรยากาศเปิดในการรับข้อมูลข่าวสาร ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลจากทุกด้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบและตัดสินใจ เพราะในสังคมปัจจุบัน ไม่มีทางปิดบังข้อมูลใด ๆ ได้ หากรัฐเลือกใช้วิธีการตรงข้าม โดยเน้นกลั่นกรองข้อมูลที่ต้องการให้กับประชาชน ประชาชนจะหันไปพึ่งและเชื่อข้อมูลในอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งเป็นของฝ่ายตรงข้ามได้"นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ดังนั้น การออกแบบการเมืองใหม่ในด้านการรณรงค์ทางการเมืองและการหาเสียง จึงเป็นทางเลือกที่จะเลือกแนวทางจำกัดขอบเขต เช่น กำหนดวงเงิน รูปแบบ วิธีการหาเสียง อย่างเคร่งครัด หรือ แนวทางการเปิดเสรีในการสื่อสาร ที่เพียงวางกรอบกติกาเพียงกว้าง ๆ และให้เกิดการให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามสิ่งที่พึงระมัดระวัง คือ ประชาชนต้องรู้เท่าทันข่าวสารและกลเกมทางการเมือง เพราะข่าวสารจำนวนมากในสังคมไทยภายใต้ความรวดเร็วของการสื่อสารแบบโซเซียลมีเดียในปัจจุบัน มีทั้งข่าวจริงและข่าวเท็จ หากไม่เท่าทันก็จะกลายเป็นเหยื่อในการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองของกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้





