วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชาพิจารณ์ร่างรธน.

ปปช.ชงฟันนักการเมือง"แจ้งเท็จ"เว้นวรรคตลอดชีพ ผบ.ทบ.สั่งตรวจสอบหาตัวมือโปรยใบปลิวต้าน คสช.

"บวรศักดิ์"ชี้ 3 สิ่งรธน.58 อยู่ถาวร คาดประชาพิจารณ์อย่างน้อย 10 ครั้ง กปปส.จ่อเสนอความเห็น 25 พ.ย. จับตาวาระสนช.ถกแก้กฎหมายป.ป.ช.เสนอตัดสิทธินักการเมืองไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินตลอดชีพ-เพิ่มอำนาจจับกุม-ไม่นับอายุความจำเลยหนีคดี ด้าน"ผบ.ทบ."สั่งล่าตัวมือโปรยใบปลิวต้าน คสช. โยนกองทัพภาค 3 รักษาความปลอดภัยนายกฯ ขณะแกนนำนปช.ปัดอยู่เบื้องหลังชู 3 นิ้ว

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2558 โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญจะอยู่ได้ถาวรหรือไม่อยู่ที่ 1.ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี 2.ผู้ใช้รัฐธรรมนูญที่ดี และ 3.วัฒนธรรมการเมืองที่ดีของพลเมืองและนักการเมือง ซึ่ง 3 สิ่งนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญอยู่ได้นาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญไม่อาจแก้ปัญหาเชิงวัฒนธรรมได้ เช่น วัฒนธรรมอุปถัมภ์ ที่อยู่ในสังคมไทยมานานหรือการซื้อเสียงขายเสียงในการเลือกตั้ง ที่แก้ไม่ได้ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือรัฐธรรมนูญ แต่จะทำอย่างไรที่ไม่ให้คนไทยขายเสียง และให้นักการเมืองเห็นว่าการซื้อเสียงเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายคุ้มครองไม่ได้หากผู้ใช้ไม่นับถือ ก็จะไม่มีความหมาย

ส่วนแนวคิดที่จะให้มีการทำประชาพิจารณ์นั้น เห็นว่า ประชาพิจารณ์มีแน่ ซึ่งกมธ.ยกร่างฯ จะทำอย่างน้อย 10 ครั้ง ส่วนสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จะทำในระดับจังหวัด ซึ่งกมธ.ยกร่างฯ จะประสานเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกัน ส่วนเมื่อมีการทำประชาพิจารณ์แล้วต้องทำประชามติด้วยหรือไม่ ตนยังมีความเห็นอย่างเดิม ถ้าถามความเห็นส่วนตัวก็บอกแล้วว่าควรทำ แต่คนตัดสินใจไม่ใช่สปช. หรือกมธ.ยกร่างฯ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอย่าเพิ่งพูด

"อนุฯกมธ.ยกร่าง"เดินหน้าวางกรอบรธน.

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กล่าวว่า วันนี้ ( 24 พ.ย.) ทางอนุฯกมธ.จะมีการประชุมเพื่อวางกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญในประเด็นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องใด ตรวจสอบใคร และใช้กลไกใด จากนั้นก็จะเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาสาระในส่วนขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชน 77 จังหวัด ว่ารูปแบบการดำเนินงานและกรอบอำนาจหน้าที่ควรจะเป็นอย่างไรและหน่วยงานใดจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการช่วยประสานการทำงาน

"กลุ่มการเมือง-พรรค"ทยอยให้ความเห็น

สำหรับการเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาเสนอความคิดเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ทราบว่าในช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ย.ทางคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะส่งตัวแทนเข้ามาหารือกับทางกมธ. ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็ประสานมาว่าจะส่งผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญของพรรคมาเป็นตัวแทนในการเสนอความคิดเห็น ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ทั้งนี้ มองว่าการที่พรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองให้ความร่วมมือมาเสนอความคิดเห็นต่อกมธ.นั้นเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เพราะความเห็นและข้อมูลที่เสนอมานั้นก็จะถูกนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ปปช.ชงฟันนักการเมืองแจ้งเท็จ"เว้นตลอดชีพ"

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ป.ป.ช.เสนอร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณารับหลักการวาระแรกในวันที่ 27 พ.ย.ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของป.ป.ช. มีทั้งหมด 28 มาตรา โดยมีหลักการสำคัญหลายประเด็นอาทิ

ในมาตรา 12 การแสดงบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองนั้น จะแก้ไขกรณีที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และส.ว. ไม่ยอมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินว่า มีความผิดจริง จะต้องถูกตัดสิทธิห้ามกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอีก จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า ห้ามดำรงตำแหน่งเพียง 5 ปีเท่านั้น เพื่อที่จะบังคับให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ไม่ใช่ว่า พอพ้น 5 ปีไปแล้ว ก็กลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ จึงต้องห้ามมิให้กลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก

เพิ่มอำนาจปปช.จับผู้ต้องหาเองได้

ส่วนมาตรา 18 มีการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.มีอำนาจเหมือนเจ้าพนักงานตำรวจในการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาได้ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมไปรายงานตัวตามที่กำหนด และถูกศาลออกหมายจับแล้ว จากเดิมที่ป.ป.ช.ต้องประสานให้ตำรวจเป็นผู้จับกุมให้ เพราะที่ผ่านมาเวลามีผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีคดี ป.ป.ช.จะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามตัว บางครั้งรู้ว่า หลบหนีไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่มีอำนาจจับกุม จึงต้องเพิ่มอำนาจให้สามารถจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ป.ป.ช.จะไปมีอำนาจจับกุมเหมือนตำรวจได้ในทุกกรณี แต่ต้องเป็นกรณีที่หลบหนี แล้วถูกออกหมายจับแล้วเท่านั้น

"การแก้ไขมาตรานี้ ป.ป.ช.จะไปเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ชุดจับกุม นำตัวไปฝึกการเข้าจับกุมเหมือนที่ตำรวจปฏิบัติกัน มีอำนาจพกอาวุธปืน เพื่อป้องกันตัวระหว่างเข้าจับกุม แต่ไม่ใช่ว่า จะให้พกปืนไปในที่สาธารณะได้ทุกที่ ต้องเป็นการเข้าจับกุมจริงๆ เท่านั้น ป.ป.ช.จะส่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเหล่านี้ไปฝึกที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรียนหลักสูตรเหมือนที่ตำรวจใช้กัน"

ไม่นับอายุความจำเลยหนีคดี

ขณะที่มาตรา 19 เรื่องการให้หยุดนับอายุความในระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลยหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดี จะไม่ให้นับเวลาที่หลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ เพราะที่ผ่านมามักมีปัญหาผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีคดี ระหว่างนำตัวไปส่งฟ้องคดี รอจนกว่าคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับมาใหม่ จึงต้องแก้กฎหมายใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนี้หากใครคิดจะหนีคดี ก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต

ผบ.ทบ.สั่งหาตัวมือโปรยใบปลิวต้านคสช.

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้อยากให้ช่วยกันทำความเข้าใจว่า การดำเนินของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ระบุไว้ ดังนั้นทุกส่วนน่าจะช่วยกันประคับประคองเหตุการณ์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบบางจุดก็เป็นเรื่องของนักศึกษา จึงขอฝากไปยังผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ได้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วยที่ถูกต้อง โดยในส่วนนี้คงต้องมีการติดตามสืบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ดีขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบผู้อยู่เบื้องหลังการโปรยใบปลิว ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเกิดการลอกเลียนแบบจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง จึงขอร้องกันให้ทำความเข้าใจ รัฐบาลได้ประคับประคองสถานการณ์จนทุกคนรู้สึกว่าประเทศมีความปกติ แล้วจะทำให้ความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นมาอีกทำไม ส่วนกรณีที่นักศึกษาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการชู 3 นิ้วเลียนแบบภาพยนตร์ “ฮังเกอร์เกมส์” นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีการทำความเข้าใจเดินหน้าด้วยดี อย่าให้สะดุด และขยายวงกว้างออกไปจนเกิดความไม่เรียบร้อย

สั่งทัพภาค3 ดูแลความปลอดภัยนายกฯ

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ซึ่งเตรียมจะลงพื้นที่ภาคเหนือ ที่ล่าสุดมีการพ่นสเปรย์ต่อต้านร่วมถึงการชู 3 นิ้วในระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่ จ.เชียงราย พล.อ.อุดมเดช ระบุว่า ได้กำชับไปยัง พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ดูแลความเรียบร้อย

"วินธัย"ชี้โปรยใบปลิวไม่สร้างสรรค์

ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีการโปรยใบปลิวนั้น ถือเป็นการแสดงออกที่ไม่สร้างสรรค์ มีเนื้อหาที่กล่าวหาและบิดเบือน โดยใช้อารมณ์ส่วนบุคคลในมุมมองอคติ ทั้งนี้ตนอยากขอให้ผู้ที่เห็นต่างคำนึงถึงเป้าประสงค์ที่สังคมส่วนใหญ่ต้องการ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศพัฒนาและเดินไปข้างหน้า โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกัน ดังนั้นหากผู้เห็นต่างมีความตั้งใจจริงในการเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติก็ยังมีช่องทางที่เหมาะสมในระบบมากมายที่สามารถจะกระทำได้

“ยงยุทธ”วอนนศ.รอบคอบแสดงออก

ขณะที่นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่า กรณีนักศึกษาชู 3 นิ้วต่อต้านการรัฐประหารนั้น ไม่เกี่ยวกับสถานศึกษา แต่เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ปกติ เวลาจะประท้วงหรือแสดงความไม่พอใจอะไรควรดูให้รอบคอบ สำหรับการประสานไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับนักศึกษานั้นต้องแล้วแต่ทาง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ตนมีความเป็นห่วงส่วนนักศึกษา 5 คน ที่แสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้วระหว่างนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ที่อาจจะถูกพักการเรียนด้วย

นปช.ปัดอยู่เบื้องหลังชู3นิ้ว

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ระบุว่ากลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้วต่อต้านรัฐประหารนั้น ทาง คสช.ไม่ควรไปปิดกั้น และต้องเข้าใจควบคุมการแสดงออกทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ตราบใดที่ไม่มีคนออกมาต่อต้านจำนวนมากก็เป็นเรื่องดี ส่วนที่อาจถูกเชื่อมโยงมาที่กลุ่มนปช.ในลักษณะเป็นคลื่นใต้น้ำนั้น เห็นว่า ถ้ามองเป็นคลื่นใต้น้ำก็เป็นการดูถูกความคิดของนักศึกษามากเกินไป

ชี้เสนอความเห็นกมธ.ยกร่างแค่พิธีกรรม

สำหรับกรณีที่นปช.ไม่เข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่า เราจะเสนอความคิดเห็นในโอกาสต่อไป แต่ไม่จำเป็นต้องไปร่วมกมธ.ยกร่างฯ เพราะดูเหมือนเป็นพิธีกรรมเป็นการโชว์มากกว่า ส่วนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเรากำลังเตรียมอยู่โดยเราอาจจะมีเอกสารหรือชุดความคิดของเราเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนต่อไป

โพลชี้6เดือนคสช."ประชาชน"มีความสุข

ขณะที่ "นิด้าโพล" ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ 6 เดือน คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ในวันที่ 19 -20 พ.ย.2557พบว่า ระดับความสุขของประชาชนในโอกาสครบรอบ 6 เดือนของ คสช.นั้น ประชาชนส่วนใหญ่ 49.28 % ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่ออกมาดูแลความปลอดภัย ขณะที่ความคิดเห็นต่อการบริหารงานราชการแผ่นดินครบรอบ 6 เดือน ของคสช. ที่ทำให้มีความสุขมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 55.11 % ระบุว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง