"ประยุทธ์"รับผลงานไม่เห็นผลชัด กังวลความขัดแย้งอุปสรรคปฏิรูป เรียกร้องทุกคนละทิ้งความขัดแย้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” วานนี้(21 พ.ย.) โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ แต่มีความกังวลประเด็นความขัดแย้งของคนในสังคม สรุปในรายละเอียดได้ดังนี้
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ นับเป็นห่วงโซ่ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ทั้งในระดับประชาชนแต่ละกลุ่ม ทั้งเล็กและใหญ่ ต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจภายในประเทศ เศรษฐกิจชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เศรษฐกิจในภูมิภาค ไปจนถึงเศรษฐกิจการค้า การลงทุนในเวทีโลก ซึ่งมีข้อผูกมัดพันธสัญญาต่างๆ มากมาย ที่ไม่เพียงแต่ผูกพันเราเฉพาะมิติเศรษฐกิจ แต่ยังคงเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งการเมือง ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม
เพราะนั้นเราทุกคนในทุกระดับ ก็จำเป็นต้องปรับตัว มีความตระหนักรู้ และรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งสิ่งสำคัญคือประชาชน รัฐ เอกชน หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งปวงนั้น ก็จะต้องร่วมมือกันทำงาน อย่างประสานสอดคล้องในทุกมิติอย่างพร้อมเพรียงกัน
การแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้น วัตถุประสงค์หลักๆ คือ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน ทั้งในเรื่องการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มราคาขาย เพิ่มผลกำไรให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้มีปัญหาปากท้อง ปัญหาสังคม และในเรื่องของการรักษาพยาบาล สามารถจ่ายภาษีให้กับรัฐได้ เพื่อนำงบประมาณจากภาษีทุกรูปแบบ ไปใช้จ่าย จัดสรรสวัสดิการกลับไปสู่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการบริหารราชการแผ่นดินนั้น จะต้องมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้สามารถนำมาประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาประเทศเป็นไปตามวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ร่วมกันล่วงหน้า
สิ่งที่เราต้องรีบปรับตัวให้ทันต่อการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2015 คือการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน การเตรียมความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ ทั้งความรู้ การศึกษา ความชำนาญในการประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพด้านต่าง ๆ และภาษาเพื่อรองรับการพัฒนา การค้า การลงทุน ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง มีการแข่งขันกันมากขึ้น รวมทั้งทันต่อการพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาคอาเซียน และประชาคมโลกที่มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว
เราจะต้องปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัย ทั้งในธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน สร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ สร้างภูมิปัญญาไทย สร้างแบรนด์ไทย ให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติ เพื่อการเปิดตลาดใหม่ให้ได้อย่างโดยเร็ว
รัฐบาลจะต้องวางมาตรการที่เอื้ออำนวย ส่งเสริมให้เกิดการค้า การลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ให้ทันกับประเทศอื่น ๆ โดยจะต้องลดอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งทางการค้า ทั้งกฎหมาย และขั้นตอนที่ยุ่งยาก ตลอดจนการมอบสิทธิประโยชน์ในการลงทุนที่เหมาะสม ควบคู่กับการมุ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
"วันนี้ ประชาคมโลกนั้นพูดกันถึงวิสัยทัศน์ปี 2015 , 2025 , 2035 เราก็จำเป็นต้องศึกษา และวางแผนเตรียมการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ได้ในระยะยาว"
เตือนรวมกลุ่มสร้างเงื่อนไขวุ่นไม่จบ
สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องเงินอุดหนุน หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่าง ๆ นั้น เป็นการแก้ไขปัญหาเพียงชั่วคราว ยังไม่ยั่งยืน รัฐบาลจะต้องใช้วิธีการทั้งรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ในการขับเคลื่อน ประชาชนต้องปรับตัว เรียนรู้ มีกระบวนการคิดที่ดีเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการร่วมมือกัน คงไม่ใช่การรวมกลุ่มเพื่อสร้างเงื่อนไขแต่เพียงอย่างเดียว เป็นการรวมกลุ่มกันช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข จะทำให้สามารถทำให้เกิดสิ่งที่ดี ๆ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นได้
สิ่งใดที่เป็นปัญหาก็เตรียมการป้องกันแก้ไขไว้ก่อน หากยังมีความไม่ไว้วางใจกันซึ่งกันและกัน ไม่เชื่อใจกัน ยังมีความหวาดระแวงซึ่งกันและกันอยู่ โดยคนบางกลุ่มก็ยังไม่ค่อยจะปรับทัศนคติ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นคงแก้ไขไม่ได้ ทั้งวันนี้และในอนาคตด้วย เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงเป็นปัญหา เป็นความขัดแย้ง เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป
ในระหว่างที่รัฐบาลกำลังจัดระเบียบ หรือปฏิรูปใด ๆ นั้น รัฐบาลพยายามจะทำให้ไม่กระทบความเป็นอยู่ของสุจริตชน ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ยาก เพราะการบังคับใช้กฎหมายและการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั้น ก็จะต้องมีทั้งผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย ซึ่งก็จะต้องมาดูกันว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ
รัฐบาลยืนยันจุดยืนในการรักษาความถูกต้องและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่กล่าวมานั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ในการที่เราจะร่วมกันก้าวผ่านกับดักของประเทศเราให้ได้ เพื่อจะนำประเทศเราก้าวไปข้างหน้า
รับนโยบายยังเห็นผลรูปธรรมไม่ชัด
สำหรับปัญหา ข้อขัดข้องสำคัญๆ ที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประสบ และประเมินแล้ว พบว่า การขับเคลื่อนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติยังไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากอาจจะขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเพียงพอ ข้าราชการและหน่วยงานระดับผู้ปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับประชาชน ยังอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งในนโยบายเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถที่จะประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม หรืออาจจะมีการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจได้ชัดเจนไม่มากนัก
เพราะฉะนั้นการทำงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องไม่ขาดความประสานสอดคล้องซึ่งกันและกัน ทั้งแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ซึ่งอาจจะทำให้การวัดผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของประชาชนนั้น ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับได้ ในสถานการณ์ในปัจจุบัน นี่คือมุมมองของรัฐบาลในปัจจุบัน ต้องช่วยกันทุกหน่วยงาน
ในการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ๆ หรือการแก้ไขปัญหานั้น ก็ต้องมีความเข้าใจให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้น ก็จะเกิดการต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือ มีการปลุกปั่น อาจจะเกิดจากผู้มีอิทธิพล ผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์ทั้งกลุ่มเดิม และกลุ่มใหม่ ยังคงมีอยู่ กลุ่มเหล่านี้อาจจะยังไม่เข้าใจในบทบาทของตนเองว่า ทุกท่านก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวใดๆ ต้องคำนึงถึงความสงบสุขของประเทศไทย และประชาชนไทยโดยรวม
"เราไม่เคยมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ขอวิงวอนให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาหลักความสมดุล ระหว่างเรื่องของท่าน ของสากลโลก กับการสร้างความก้าวหน้า ความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยในอนาคตด้วย"
ชี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือเต็มที่
ในส่วนของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ประชาชน สื่อสารมวลชนนั้น ขณะนี้ยังขับเคลื่อนร่วมมือกันยังไม่ได้เต็มที่ แต่ดีขึ้นมาก อาจจะต้องมีการพูดคุยปรับทัศนคติที่มีต่อกัน หันหน้ากัน พูดคุยกันทุกช่องทาง ส่งเสริมกันบ้างในสิ่งที่ดี ๆ พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นต่างเหล่านั้น ตามช่องทางที่มีอยู่ที่เหมาะที่ควร
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง ถ้าหากว่าเราสร้างเงื่อนไขต่อไป หรือแสดงความขัดแย้งกันต่อไป ก็จะเกิดประเด็นความขัดแย้งใหม่ และขยายแผลเก่าในสังคม ซึ่งมีอยู่มากมายในปัจจุบัน จนรัฐบาลก็ไม่สามารถจะแก้ไขหรือดำเนินงานอะไรได้เลย
"เราทำเพื่อประชาชนทุกคน รับฟังเสียงทุกเสียง แต่จะหาช่องทางใดที่ถูกต้องที่รวดเร็ว และก็มีผลในเชิงปฏิบัติได้มากก็ขอให้เชิญเข้ามาเลย ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว"
โยงเศรษฐกิจในประเทศเชื่อมชายแดน
สำหรับความคืบหน้าในการบริหารราชการของรัฐบาลที่สำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ด้านเศรษฐกิจได้มีประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ได้ขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้เกิดขึ้นให้ได้ 5 พื้นที่ ภายในปีงบประมาณนี้ อันได้แก่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ชายแดน จังหวัดตราด จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทุกหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการ อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของแผนงาน งบประมาณ และผังเมือง รวมทั้งมาตรการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในการลงทุนของผู้ประกอบการ รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะว่าเชื่อมโยงในการสร้างการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจจากในประเทศไปสู่ชายแดนค้าขายระหว่างประเทศแล้วก็เชื่อมโยงไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน แล้วก็ไปประชาคมโลกอื่น ๆ รวมทั้งในการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าตามแนวชายแดนและการสร้างอาชีพรายได้ให้กับประชาชนที่ยากจนตามพื้นที่ชนบท มีการปรับรูปแบบทั้งหมดในขณะนี้
เรียกร้องทุกคนละทิ้งความขัดแย้ง
งานด้านความมั่นคง รัฐบาลและ คสช. ต้องรักษาสถานการณ์ให้เอื้ออำนวยต่อการปฏิรูป แล้วนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์มีการเลือกตั้ง เราต้องขอขอบคุณทุกกลุ่มทุกฝ่าย ที่ส่วนใหญ่เข้าใจแล้วก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะอย่างไรก็ตามในเรื่องของการสร้างความปรองดองให้กับคนในชาตินั้น ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน ประชาชน พรรคการเมืองต่างๆ นั้น ต้องช่วยกัน ลดความขัดแย้ง
"ถ้าหากว่าความคิดขยายไปทั่ว ลุกลามบานปลายไปถึงเด็ก ถึงผู้ใหญ่ ถึงทุกคน ทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน เหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว ในขณะนี้ทุกคนต้องนำอดีตมาเป็นบทเรียน"
เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นหัวหน้าแต่ละส่วนแต่ละฝ่าย ต้องหาวิธีการพยายามให้ทุกคนละทิ้งความขัดแย้ง ละทิ้งตัวตนไว้ก่อนแล้วร่วมแรงร่วมใจกันสร้างประเทศ เราก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะนำความรัก ความสามัคคีกลับคืนมาสู่ประเทศไทย





