พ่อนศ.ดาวดินยอมเข้าพบทหาร มองเรื่องที่นศ.ทำ ถือเป็นสิทธิ์ที่อยากแสดงออก เพราะอึดอัดกับปัญหาของสังคม
พ่อนักศึกษาดาวดิน ยอมเข้าพบทหารตามคำสั่ง มองเรื่องที่นศ.ทำ ถือเป็นสิทธิ์ที่อยากแสดงออก เพราะอึดอัดกับปัญหาของสังคมที่เป็นอยู่ ยืนยันยอมรับผลการเจรจาแต่จะไม่ยอมเซ็นเอกสาร เพื่อกดดันห้ามเคลื่อนไหว
จากเหตุการณ์ 5 นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในนามของกลุ่มดาวดิน ประกอบด้วยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา , นายพายุ บุญโสภณ , นายวิชชากร อนุชน , นายเจตน์สถษฎิ์ นามโคตร และ นายวสันต์ เสกสิทธิ์ ได้ไปชู 3 นิ้วพร้อมกับใส่เสื้อยืดสีดำมีข้อความสีขาวเขียนว่า "ไม่เอารัฐประหาร"ต่อหน้าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมาขณะเตรียมปราศัยในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จ.ขอนแก่น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา อายุ 56 ปี อาชีพทนายความ บิดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หนึ่งใน 5 นักศึกษาดาวดิน กล่าวว่า ตนได้รับการประสานงานจากลูกชาย โดยระบุว่าวันนี้(20 พ.ย.) ทหารให้เข้าไปพบในค่ายศรีพัชรินทร์ มณฑลทหารบกที่ 23 ขอนแก่น เพื่อให้ไปรับฟังข้อมูลพร้อมปรับทัศนคติและให้รับรู้ว่าลูกชายตนเองนั้นไปทำอะไรไว้
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น หากมองในมุมของการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม สิ่งที่นักศึกษาทั้ง 5 คนทำนั้นตนมองว่าเป็นแนวคิดของเขา เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ทั่วไปทำกัน หากไม่ได้มองในเชิงอำนาจ การต้านรัฐประหารไม่ใช่ประเด็นแต่ประเด็นที่เขานำเสนอคือรัฐประหารเข้ามาแล้วไปจำกัดสิทธิ์ชาวบ้านในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาพลังงาน ทหารเข้าไปกำกับมากเกินไป ถ้าจะลงลึกการปฏิรูประเทศ ควรจะวางอะไรให้เหมาะสม และอยู่กันได้สมดุล ในขณะที่คุณบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ แต่กลับไปจำกัดสิทธิ์ในการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกในการแสดงความคิดเห็นแค่นี้คำว่าปฏิรูปก็ถูกทำลายไปแล้ว
การเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกถึงปัญหาที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน การต่อต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ การต้านการรุกไล่ออกจากป่า รวมไปถึงการเคลื่อนไหวไม่เอาเหมืองแร่ทองคำ สิ่งเหล่านี้ถูกกดเอาไว้ไม่ให้แสดงออกซึ่งไม่ใช่วิสัยภาวะของการปฏิรูปประเทศอยู่ขณะนี้ สิ่งเหล่านี้สร้างความอึดอัดใจจนเขาต้องแสดงออก เพราะประชาชนไม่มีความมั่นใจว่าทหารจะสามารถดูแลพวกเขาได้ และให้ความเป็นธรรมกับพวกเขาได้ เพราะคำถามตอนนี้คือทหารเข้ามาปฏิรูปหรือมาทำอะไร ประชาชนควรมีสิทธิระแวดระวังไม่ใช่เห็นดีเห็นงามไปทุกอย่างที่ทหารทำ
"วันนี้ผมก็จะไปตามคำสั่งของทหาร และจะไปฟังว่าเขาจะบอกว่าอย่างไร ส่วนเรื่องของลูกชายก็ปล่อยเป็นเรื่องของเขา เพราะเขาบรรลุนิติภาวะแล้ว เขาจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราไปกำกับเขาทุกเรื่องไม่ได้แต่จะมาบังคับให้ผมเซ็นเอกสารเพื่อให้ยินยอมว่าจะห้ามปราม กดดันหรือห้ามไม่ให้ลูกทำในสิ่งที่เขาอยากจะแสดงออก ผมคงไม่เซ็นแน่นอน"นายวิบูลย์ กล่าว





