วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พช.-ชพน.หนุนแก้ยุบพรรค-เพิกถอนสิทธิกก.บห.

พช.-ชพน.ประสานเสียงแก้บทบัญญัติยุบพรรคที่เหมาเข่งเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรค ชี้ไม่เป็นธรรม

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการรับฟังความเห็นจากตัวแทนของพรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังชล ในหัวข้อจะยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้สังคมไทยมีอนาคตที่ดีเพื่อส่งมอบให้ลูกหลานได้อย่างไรว่า โดยภาพรวมทั้ง 2 พรรคเห็นตรงกันเกี่ยวกับการขอให้แก้ไขบทบัญญัติที่ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง พร้อมกับตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ หรือแบบยกเข่ง โดยในรัฐธรรมนูญ 2550 มีข้อกำหนดไว้ในมาตรา 237 เนื่องจากมองว่าการตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามยอมรับว่าที่ผ่านมาผู้ที่ยกร่างบทบัญญัติดังกล่าวเรียนมาตรา 237 ว่าเป็นยาแรงดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาจากเสียงของประชาชนและเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะใช้ยาแรงดังกล่าวต่อไปหรือปรับรูปแบบให้เป็นยาที่สร้างความรู้สึกสบายให้กับทุกภาคส่วน

พล.อ.เลิศรัตน์ แถลงถึงข้อเสนอจากพรรคชาติพัฒนา ด้วยว่ามีประเด็นหลัก คือ รัฐธรรมนูญควรเขียนอย่างกระชับ และกระทัดรัด รวมถึงง่ายต่อการตีความ นอกจากนั้นต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีความยืดหยุ่น ทันสมัย เหมาะสมกับการแก้ไขวิกฤตของประเทศ หรือผ่าทางตันของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยมีสาระสำคัญ คือ หากเกิดวิกฤตกับผู้นำประเทศ เช่น ถูกถอดถอนให้ออกจากตำแหน่ง ต้องมีทางออกให้รัฐสภาเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดเสนอให้มีนายกฯ เฉพาะกาลเพื่อเข้ามาบริหารในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงของการเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย ขณะที่กระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องปรับปรุงการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของการปราบปราบผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ประพฤติมิชอบ นอกจากนั้นที่มาของส.ส.ต้องกำหนดวุฒิการศึกษาจบชั้นปริญญาตรี รวมถึงมีประสบการณ์การทำงานและต้องสังกัดพรรค โดยพิจารณากำหนดบทบัญญัติที่ส.ส.สามารถมีความอิสระในการลงมติ หรือพิจารณาในวาระสำคัญได้อย่างเสรี เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เป็นต้น

พล.อ.เลิศรัตน์ แถลงด้วยว่าขณะที่ที่มาของ ส.ว. เห็นด้วยกับการมาจากเลือกตั้ง แต่หากจะให้มีที่มาจากการสรรหา ต้องกำหนดสัดส่วนที่น้อยกว่าส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งเช่น ร้อยละ 25 ส่วนการปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่นต้องเป็นบรรทัดฐานเดียวกันระหว่างนักการเมืองและข้าราชการ โดยมีข้อเสนอให้ตั้งศาลยุติธรรมที่ดำเนินคดีกับการทุจริตโดยตรงและมีกระบวนการชั้นต้น, อุทธรณ์และฏีกา เพื่อความเป็นธรรมให้กับนักการเมือง

โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงด้วยว่าสำหรับข้อเสนอของพรรคพลังชล นั้นมีสาระสำคัญ คือ ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง และมีความอิสระในการทำหน้าที่วาระสำคัญ เช่น การเสนอร่างกฎหมาย โดยไม่เป็นมติพรรคการเมือง ขณะที่การเลือกตั้งสนับสนุนให้ใช้เขตเล็ก เพื่อให้ส.ส.สามารถดูแลพื้นที่และประชาชนได้ ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่าจะเกิดการซื้อเสียงนั้นเป็นหน้าที่ ที่ กกต.จะต้องพิจารณาและกำหนดบทลงโทษที่รุนแรง ขณะที่ที่มาของ ส.ว.เห็นด้วยให้มีที่มาจากการเลือกตั้งและสรรหา