"ภท.-ชทพ." ส่งตัวแทนระดับแกนนำ เสนอแนะการยกร่างรธน.เพื่ออนาคต ต่อกมธ.ยกร่างรธน.
“ชัย ชิดชอบ สปช.ภท.” ร่วมวงประชุมด้วย ด้าน “สมศักดิ์” นำผลงาน “บรรหาร” เสนอย้ำ ร่างรธน.ใหม่ต้องให้ความสำคัญกระบวนการมีส่วนร่วม เสนอทำประชาพิจารณ์ 77 จว.ผ่านอนุ กมธ.รับฟังความเห็น งดรณรงค์รับรธน.ไปก่อนแก้ทีหลัง เพราะทำนายอนาคตไม่ได้ ว่าจะถูกสอยเหมือนอดีต สส.,สว. 306 คนหรือไม่ พร้อมเผย “บวรศักดิ์” พูดชัดกฎอัยการศึก-คสช. ตัวขวางการมีส่วนร่วมปชช.
เมื่อเวลา 10.00 น. ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม มีวาระรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ในหัวข้อ ข้อเสนอแนะต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นยกร่างรัฐธรรมนูญให้สังคมไทยมีอนาคตที่ดีจะเป็นเช่นไร โดยทั้ง 2 พรรคดังกล่าวได้ส่งตัวแทนระดับแกนนำเข้าร่วม ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค และ นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่าได้จัดลำดับการแสดงความเห็น เริ่มจากพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรก โดยให้เวลาประมาณ 50 นาที จากนั้นจะเป็นลำดับของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จากพรรคภูมิใจไทย จะร่วมรับฟังและแสดงความเห็นด้วย ทั้งนี้การประชุมจะเป็นไปโดยลับ งดสื่อมวลชนเข้ารับฟัง
และเมื่อเวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการร่วมแสดงความเห็นว่า การแสดงความเห็นรอบดังกล่าวไม่ถือเป็นมติพรรคใดๆ เพราะทางพรรคไม่มีการประชุม ส่วนข้อเสนอที่เตรียมนำเสนอจะเป็นประเด็นที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค เคยเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน, สิทธิเสรีภาพ , การจัดสรรทรัพยากร เป็นต้น ต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นของการมีส่วนร่วมของประชาชนระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกฎหมายสูงสุดที่ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามตนและแกนนำพรรคได้หารือกับนายบวรศักดิ์ นอกรอบและได้พูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปให้ประชาชนร่วมลงประชามติ เหมือนกับช่วงของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มีการทำประชามติและสร้างการยอมรับและหวงแหนรัฐธรรมนูญ และถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง แต่นายบวรศักดิ์ระบุว่าประเด็นดังกล่าวอาจติดปัญหาเพราะยังมีพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ประกาศใช้และยังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ดูแลอยู่ ทำให้ตนเสนอแนวทางการทำประชาพิจารณ์ระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้การทำงานของอนุกรรมาธิการ 77 จังหวัด เหมือนกับช่วงยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ตั้งอนุกมธ.ประจำจังหวัดเพื่อรับฟังความเห็นและสะท้อนความต้องการ
“สำหรับการทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์ ตนจะเสนอถึงประเด็นปัญหาและข้อติดขัดที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรณรงค์การรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่บอกให้รับๆ ไปก่อนแล้วค่อยขอแก้ไขภายหลัง แต่เมื่อมีการเสนอแก้ไขกลับพบว่าอดีตส.ส. และอดีตส.ว. 308 คนถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จนล่าสุดยังไม่ทราบอนาคตของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการทำรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปประเทศครั้งสุดท้าย หรือรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับสุดท้าย ที่ไม่ต้องถูกฉีกอีกในอนาคต ต้องให้ความสำคัญอย่าปิดหู ปิดตา และปิดปาก” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นข้อเสนอต่อกระบวนการการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่นำเสนอ เพราะถือว่าเป็นผู้เล่นตามกติกา เมื่อกติกาถูกกำหนดเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับให้ได้ แต่หากเกิดความพอใจก็จะส่งผู้ลงสมัครแข่งขัน แต่หากไม่พอใจเราก็ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ส่วนกรณีที่มีกรอบของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่อาจห้ามอดีตนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีลงสู่สนามการเมืองอย่างถาวรนั้น ส่วนตัวไม่กังวลกับการกำหนดกติกาดังกล่าว เพราะนักการเมืองถือเป็นผู้แข่งขัน เมื่อกติกากำหนดอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม





