"กลุ่มชาติพันธุ์-ไทยพลัดถิ่น-เครือข่ายสวัสดิการฯ"ยื่นปธ.สปช.จี้ลดความเหลื่อมล้ำ-คืนสัญชาติ-หนุนพรบ.สวัสดิการฯ
ตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง นำโดยนายเกรียงไกร ชีช่วง ตัวแทนเครือข่าย เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ การไล่ที่ การถูกคุกคาม การตัดฟันต้นไม้จากนโยบายทวงคืนผืนป่า การไร้สัญชาติ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นต้น รวมทั้งขอให้บรรจุแนวคิดเขตสังคมและวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธุ์ฯ ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และขอให้สนับสนุนยกระดับการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ฯ เป็นวาระแห่งชาติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคมด้วย
จากนั้นกลุ่มเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย นำโดยนางน้อย ประกอบปราณ ตัวแทนเครือข่ายฯ เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายเทียนฉายเพื่อขอให้ปฏิรูปกระบวนการแก้ไขปัญหาผู้ไร้สถานะในประเทศไทย และเร่งคืนสัญชาติให้คนไทยผลัดถิ่นตามพ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่ 5 โดยเสนอให้นายเทียนฉายเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่นใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร ตาก และตราด ซึ่งที่ผ่านมามีการคืนสัญชาติให้เพียง 2 พันคนเท่านั้น ถือเป็นความล่าช้าของกรมการปกครองส่งผลให้คนไทยผลัดถิ่นต้องเสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต ทั้งการศึกษาของเยาวชนและไม่สามารถไปทำงานต่างพื้นที่ นอกจากนี้ กลุ่มคนดังกล่าวยังไม่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลและถูกเอาเปรียบ รวมทั้งเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม และขอให้มีกองทุนฟื้นฟูวิถีชีวิต รวมทั้งขอให้ผู้มีปัญหาสถานะบุคคลได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมด้วย
จากนั้นนายปาลิน ธำรงค์รัตนสิน ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายเทียนฉาย เพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน โดยนายปาลินกล่าวว่า จากแนวคิดในเรื่องการจัดสวัสดิการช่วยเหลือของคนในชุมชนเพื่อสร้างหลักประกันสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนในระดับรากหญ้าที่ได้มีการยกระดับสถานะขึ้นเป็นกองทุนสวัสดิการชุมนุมและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะนี้มีจำนวนสมาชิกและมีจำนวนกองทุนเพิ่มและขยายตัวมากขึ้น พบว่าการบริหารกองทุนฯมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน เครือข่ายฯ จึงมีแนวคิดร่วมกันร่างพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา โดยในร่างดังกล่าวได้มีการรวบรวมข้อกฎหมายใหม่ ปัญหาข้อติดขัดต่าง ๆ
นายเทียนฉาย กล่าวว่า ภารกิจของสปช.จะสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเห็นและการมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นถ้าความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมากก็ขอให้ทุกฝ่ายช่วยอนุเคราะห์นำเสนอข้อมูลต่อสปช.ด้วย ข้อเสนอต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มจะนำไปให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องพิจารณา หากนอกเหนือจากอำนาจสปช.ก็จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป





