ศูนย์ชันสูตรพลิกศพ จุฬาฯ ยันเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริงมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตั้งคณะกรรมการทำงานเตรียมพิสูจน์DNA
ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์ชันสูตรพลิกศพจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่าข้อเท็จจริงเมื่อคืนที่ผ่านมาบริษัทDHLซึ่งเป็นบริษัทรับ-ส่งพัสดุระหว่างประเทศแจ้งพนักงานสอบสวนสน.บางโพงพางว่าได้พบชิ้นส่วนของมนุษย์ดองอยู่เพื่อส่งไปปลายทางที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้จึงแจ้งแพทย์เวรของศูนย์ชันสูตรพลิกศพ ซึ่งแพทย์เวรได้ไปชันสูตรแชะนำชิ้นส่วนนั้นกลับมา ประเด็นปัญหาที่ตามมาก็คือว่าชิ้นส่วนนั้นเอามาจากไหน และทำมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งชิ้นส่วนทั้ง5ชิ้นยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ที่ดองน้ำยาฟอร์มาลีนไว้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนของหน้าเด็ก ชิ้นส่วนเท้าเด็ก ชิ้นส่วนของผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยสักรูปเสือเผ่ยและชิ้นส่วนที่มีการลงอักขระไว้มีลักษณะของบาดแผลถูกแทง และชิ้นส่วนของหัวใจที่มีลักษณะการแทงทะลุ มองด้วยสายตาชิ้นส่วนผิวหนังและหัวใจเป็นชิ้นส่วนของผู้ใหญ่
ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าวต่อว่าลักษณะของชิ้นส่วนถูกดองในกล่องพลาสติกใสอย่างเรียบร้อย ลักษณะการทำต้องเป็นคนที่มีความรู้หรือทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทางนิติเวชศาสตร์จะต้องทำงานต่อในเรื่องของการพิสูจน์เอกลักษณ์ โดยจะใช้วิธีการตรวจสารพันธุกรรมหรือDNA ซึ่งการตรวจสารพันธุกรรมDNAจากชิ้นส่วนที่ถูกดองไว้ด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนไว้นานแล้วหลายปีอาจมีการเสื่อมสลายของสารพันธุกรรมนี้
"ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ว่าจะสามารถสกัดเอาDNAจากชิ้นส่วนที่พบได้หรือไม่ แต่จะพยายามที่จะทำ เมื่อสกัดDNAออกมาได้จะตอบได้ว่าแต่ละชิ้นส่วนที่พบมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เช่นชิ้นส่วนเป็นชิ้นส่วนของเด็กคนเดียวหรือไม่ ส่วนDNAจะมีความสัมพันธ์เป็นลูกหลานของใครเมื่อตรวจDNAได้จะสามารถนำไปเปรียบเทียบกับผู้ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นญาติเราหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไป แต่เบื้องต้นชิ้นส่วนทั้งหมดไม่น่าจะเป็นของคนๆ เดียวกัน หากสกัดDNAออกมาได้จะต้องตรวจสอบต่อไป ว่าจะสามารถระบุรายละเอียดได้ขนาดไหน เพราะชิ้นส่วนที่พบถูกดองไว้ในน้ำยาฟอร์มาลีนเป็นเวลานาน" ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ ระบุ
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อทำงานเรื่องพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ว่าจะสามารถสกัดDNAจากชิ้นส่วนที่พบได้หรือไม่





