วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมนักข่าวฯจี้หยุดคุกคามสื่อ

นักข่าวภาคสนามตบเท้าให้เลิกประกาศ คสช.พ่วงอัยการศึก ทหารสั่งระงับอีกเวที งาน "ผืนดินเรา ที่ดินใคร"

สมาคมนักข่าวฯออกโรงเรียกร้องรัฐบาลทบทวนท่าทีที่แสดงต่อสื่อมวลชน ชี้กรณี "ไทยพีบีเอส" เข้าข่ายคุกคาม-แทรกแซงสื่ออย่างรุนแรง เตรียมเคลื่อนไหวยกเลิกประกาศ คสช.จำกัดเสรีภาพสื่อ 2 ฉบับพ่วงกฎอัยการศึก ขณะที่สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ฯ จี้หาตัวคนคุกคาม ด้านทีวีสาธารณะเดินหน้าทำรายการ "เสียงประชาชนฯ" ต่อไป สปช.หวั่นกระทบการระดมความเห็นปฏิรูป

นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) ว่า ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ขอเรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนท่าทีที่แสดงออกต่อสื่อมวลชนที่มีการคุกคามแทรกแซงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในทุกรูปแบบ เพราะประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อนำสังคมไปสู่ความสมานฉันท์ปรองดอง การแทรกแซงสื่อของฝ่ายความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสอันดีที่จะทำให้เกิดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่างของสังคมที่มีความหลากหลาย

ทั้งนี้ กรณีของ น.ส.ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้ดำเนินรายการ "เสียงประชาชนปฏิรูปประเทศไทย" และบรรณาธิการกลุ่มข่าววาระทางสังคม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถือเป็นการคุกคามและแทรกแซงสื่ออย่างรุนแรง แม้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงการประกาศกฎอัยการศึก แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว 2557 ก็ได้รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เคยมีอยู่แต่เดิมไว้ในมาตรา 4

ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลกำชับไปยังฝ่ายความมั่นคงให้ระมัดระวังการใช้ดุลพินิจในการดำเนินการต่างๆ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยุติการกระทำดังกล่าว เพื่อสร้างบรรยากาศในการเดินหน้าไปสู่การปฏิรูป สร้างประเทศไปสู่ความสันติสุข เพราะแม้จะมีความเห็นต่าง แต่ก็เป็นความเห็นที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงต้องรับฟัง

จ่อเคลื่อนยกเลิกประกาศคสช.-อัยการศึก

นายมานพ กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเคลื่อนไหวของสื่อมวลชนทุกแขนงและองค์กรวิชาชีพ เพื่อให้มีการยกเลิกประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยเฉพาะประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97 และ 103 ว่าด้วยการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ซึ่งจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนที่ส่งผลกระทบไปยังสิทธิเสรีภาพโดยรวมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ สื่อมวลชนภาคสนามจะรวมตัวเข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อส่งผ่านความคิดเห็นไปยังรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง นอกจากนี้ยังเห็นว่าควรทบทวนการคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกโดยเร่งด่วน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันอย่างเสรี

ส.วิทยุโทรทัศน์จี้หาตัวคนคุกคามสื่อ

วันเดียวกัน สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง กรณีมีบุคคลอ้างเป็นนายทหารกลุ่มหนึ่งแทรกแซงข่มขู่คุกคามสื่อมวลชน โดยเนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ที่มีนายทหารกลุ่มหนึ่งเข้าไปขอตรวจสอบเนื้อหารายการ "เสียงประชาชน ต้องฟังก่อนปฏิรูป" ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และกดดันให้ผู้บริหารของสถานีเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินรายการดังกล่าวนั้น

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงเสรีภาพในการนำเสนอข่าว และเป็นการข่มขู่คุกคามสื่อมวลชนโดยตรง

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอยืนยันการใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนในการรายงานข่าว การแสดงความเห็นอย่างเป็นธรรมด้วยความรับผิดชอบ และเป็นโอกาสในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ สอดคล้องกับสภาพการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการของการปฏิรูป รวมถึงการปฏิรูปด้านสื่อมวลชนด้วย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในฐานะเป็นสื่อสาธารณะ จึงควรมีอิสระในการรายงานข่าวสารและเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงใดๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าวขอเรียกร้องดังนี้ 1.ขอคัดค้านการใช้ท่าทีที่เข้าข่ายเป็นการข่มขู่และคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและบุคลากรของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และหยุดการแอบอ้างคำสั่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้เพื่อปิดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อ 2.ขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งการให้มีตรวจสอบว่ากลุ่มทหารที่เข้าไปกระทำการคุกคาม เพื่อป้องกันการแอบอ้างที่จะนำสู่ความเสียหายแก่กองทัพ และ คสช. ขณะเดียวกันขอให้แสดงท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนต่อบทบาทของสื่อมวลชน

และ 3.ขอเรียกร้องให้กรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ปกป้องและคุ้มครองเสรีภาพของบุคลากรในการทำหน้าที่ที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อมวลชนด้วย

"ไทยพีบีเอส"เดินหน้าทำรายการต่อ

ด้านสำนักข่าวไทยพีบีเอส องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้แถลงการณ์ยืนยันรักษาความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของบุคลากรของสำนักข่าว พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเวทีสาธารณะ "เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป" ตามหลักวิชาชีพและเจตนารมณ์สื่อสาธารณะของไทยพีบีเอสไปแล้วนั้น

สำนักข่าวไทยพีบีเอส กังวลต่อสถานการณ์การแทรกแซงจนถึงขั้นกระทบต่อการทำงานของพิธีกร เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ที่การปฏิรูปประเทศมีความสำคัญและถูกคาดหวังว่าจะเดินหน้าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน เราตระหนักว่าสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อที่ทำงานภายใต้พันธกิจ "องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย" หรือ ThaiPBS ต้องคงไว้ซึ่งเสรีภาพและมีความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยการนำเสนอข่าวจะต้องเป็นไปอย่างอิสระ ปราศจากการแทรกแซงใดๆ

สำนักข่าวไทยพีบีเอส ขอยืนยันแนวทางการทำงานดังนี้ 1.เราจะพยายามรักษาไว้ซึ่งความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการเพื่อปกป้องเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้านของประชาชน 2.ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย เราตระหนักดีถึงบทบาทของสื่อที่จะต้องทำหน้าที่เปิดพื้นที่รับฟัง และสื่อสารความคิดเห็นที่หลากหลายของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูปประเทศดำเนินไปอย่างยั่งยืน 3.ขอให้ยุติการแทรกแซงและคุกคามต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชน

ทั้งนี้ สำนักข่าวไทยพีบีเอส จะดำเนินการผลิตนำเสนอรายการเวทีสาธารณะ และรายการเสียงประชาชนเปลี่ยนประเทศไทยต่อไป ดังที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด

"เอกชัย"ห่วงกระทบงานสปช.ฟังเสียงปชช.

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าและเครือข่ายร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนต่อประเด็นการปฏิรูปประเทศในพื้นที่ต่างๆ ด้วยกัน ที่ผ่านมาได้แจ้งไปยังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่จัดงานให้รับทราบถึงการดำเนินงานดังกล่าว และไม่มีปัญหาใดๆ

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับรายการ "เสียงประชาชน ต้องฟังก่อนการปฏิรูป" นั้น ส่วนตัวไม่ทราบในรายละเอียด แต่อาจเป็นเพราะนำเสนอเนื้อหาและความเห็นของประชาชนในเวทีภาคใต้ที่มีความเห็นต่างจากนโยบายรัฐ

ทั้งนี้ ในฐานะสมาชิก สปช. กังวลต่อประเด็นการตีกรอบรับฟังความเห็นประชาชน ทราบว่าในเวทีบางจังหวัดที่ สปช.จังหวัดและหน่วยงานภูมิภาคเตรียมรับฟังความเห็นก่อนนำเสนอสู่สภา สปช. และส่งเป็นข้อพิจารณาให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดภายใน 60 วันนับแต่การประชุมนัดแรกของสปช.นั้น มีบางเวทีถูกระงับ จึงเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อการนำเสนอความเห็นที่รอบด้าน เพราะช่วงเวลามีจำกัด แต่หากทำไม่ทันจริงๆ อาจต้องใช้วิธีเสนอความเห็นไปลักษณะทยอยส่งประเด็นที่ทำแล้วเสร็จไปก่อน

"ถวิลวดี"แจงยังไม่กระทบเวทียกร่างรธน.

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรายการของไทยพีบีเอส จะไม่เป็นปัญหาของการรับฟังความเห็นในประเด็นยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะได้ตั้งประเด็นการรับฟังเฉพาะเนื้อหาการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นการมองภาพของอนาคตประเทศเพื่อประโยชน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การตำหนิ หรือเปิดให้ประชาชนชี้นิ้วด่ากัน ดังนั้นการตีกรอบของฝ่ายความมั่นคงในประเด็นความขัดแย้งจึงไม่เป็นสิ่งที่น่ากังวล

นอกจากนั้นในกระบวนการรับฟังความเห็นที่อนุ กมธ.ได้พิจารณาร่วมกัน เห็นว่าต้องมีกติกาและประเด็นการรับฟังที่ชัดเจน ปฏิบัติตามกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ที่มีผลบังคับใช้อยู่ เบื้องต้นอาจต้องแจ้งไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือทำหนังสือขออนุญาต หากจะจัดกิจกรรมทางการเมือง หรือการประชุม หรือการชุมนุมเกิน 5 คน

ดร.ถวิลวดี กล่าวด้วยว่า อนุ กมธ. จะนัดประชุมในวันที่ 17 พ.ย.นี้ โดยจะเป็นการเสนอรูปแบบและวิธีปฏิบัติของการรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ประชุมอนุ กมธ.พิจารณาและเห็นชอบแล้วก็จะเริ่มทำงานทันที โดยมีความร่วมมือจากสำนักสถิติแห่งชาติ สถาบันองค์กรชุมชนมาช่วยงาน และเชื่อว่าเมื่อ อนุ กมธ.เปิดเวทีฟังความเห็นแล้ว ประชาชนจะเข้าร่วมโดยไม่กังวลว่าจะมีผลกระทบใดๆ ตามมาหลังจากการสะท้อนความคิดเห็น

ผบ.ทบ.ปัดทหารกดดันยุติรายการ

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวในเรื่องนี้ว่า ทหารไม่ได้ให้ยุติรายการอะไร ถ้าได้ติดตามและตรวจสอบจะเห็นว่าผู้ดำเนินรายการมีทัศนคติที่ไม่เข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง ก็จะต้องมีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้ไปทำอะไรมากมายนัก

บางสถานีก็มีการพูดคุยกันอยู่เสมอ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันถือว่าน้อยลงมากแล้ว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคุย เนื่องจากบางครั้งมีสิ่งที่ออกมาแล้วทำให้ภาพออกมาดูไม่ค่อยดี จึงจำเป็นต้องคุยและขอความร่วมมือกัน หากเสนอรายการอะไรออกไปแล้ว กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน ก็ควรต้องรักษาความสงบเรียบร้อยเอาไว้

สั่งงดอีกงาน "ผืนดินเรา ที่ดินใคร"

ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีการยกเลิกการจัดงานหัวข้อ "ผืนดินเรา ที่ดินใคร" วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. ที่สมาคมฝรั่งเศส โดย ดร.ผาสุก มีกำหนดการบรรยายในหัวข้อ "ประเทศไทยกับวิกฤติความเหลื่อมล้ำ" ว่า "ไม่ขอตอบ เพราะไม่ได้เป็นผู้จัดงาน แต่งานยกเลิกไป เข้าใจว่างดไปแล้ว"

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องกับการติดตามการจัดเวทีต่างๆ ได้ประสานไปยังผู้จัดให้ยกเลิกงานดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นการบรรยายกึ่งเล่นคอนเสิร์ต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรดาผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส อาทิ ณัฏฐา โกมลวาทิน ณาตยา แวววีรคุปต์ ได้ถ่ายรูปภาพของตนเองแล้วโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ในท่าปิดตา ปิดหู และปิดปาก พร้อมกับมีข้อความใต้ภาพว่า "จริงใจปฏิรูป อย่าปิดปากประชาชน"