วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯแจงผลร่วมวงเอเปค-อาเซียน

"พล.อ.ประยุทธ์" แจงผลร่วมวงเอเปค-อาเซียน ระบุ จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี สนลงทุนไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ"ผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ถึงผลการเข้าร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) และการเข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียน มีเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจดังนี้

การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน การแสวงหาความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการแสดงถึงจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นประชาธิปไตยและสนับสนุนเรื่องสำคัญต่างๆ ที่เป็นวาระสำคัญระดับนานาชาติ

นอกจากการหารือกับเพื่อนสมาชิกเอเปคแล้ว ผมยังได้เข้าพบกับบุคคลสำคัญๆ จากหลายประเทศ ได้เข้าเยี่ยมคารวะท่านประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และท่านนายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง ซึ่งทั้งสองท่านได้ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และถวายพระพรพระบรมวงศานุวงศ์ของไทยทุกพระองค์ รวมทั้งยกย่องความสัมพันธ์ไทย-จีนว่าเป็นมิตรภาพระหว่าง “มหามิตร” อีกด้วยครับ

ผมได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็มีปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรบางตัวของเขาล้นตลาด แต่เขาก็ต้องการแสดงความจริงใจด้วยการตอบรับที่จะซื้อสินค้าเกษตรของไทยเช่นข้าว ยางพารา และผลไม้ เพิ่มขึ้นและจะเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป โดยเราจะเร่งหารือเรื่องการจัดทำเอ็มโอยูว่าด้วยเรื่องการซื้อขายผลผลิตการเกษตรไทย เป็นของขวัญจากรัฐบาลจีนให้กับเกษตรกรไทย

นอกจากนี้ ผมได้ขอให้เขาช่วยกำกับดูแลและอำนวยความสะดวกต่อการนำเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ไทย ข้าวไทยที่ได้รับความนิยมในจีน ตอนนี้ขอให้เขาช่วยทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกับเรา สอดส่องดูแลไม่ให้มีใครนำข้าวไทยคุณภาพไปขายปะปนกับข้าวปลอม

สำหรับเรื่องการเชิญชวนฝ่ายจีนมาลงทุนในโครงการที่จะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ผมขอเรียนว่า ขณะนี้เรายังไม่ได้ตกลงเซ็นสัญญาอะไรกับจีน แต่ได้แจ้งกับฝ่ายจีนไปว่า ขอเชิญนักลงทุนของเขาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยถ้าเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนเป็นพิเศษเพราะเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศ รัฐบาลไทยก็ยินดีจะพิจารณาให้การสนับสนุนสิทธิพิเศษในการลงทุนสำหรับโครงการนั้นๆ เพิ่มเติม แต่ต้องเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง ยุติธรรมและโปร่งใส

นอกจากการเข้าพบท่านผู้นำจีนแล้ว ผมยังได้พบกับท่านผู้นำอีกหลายท่านที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค และได้พบกับภาคเอกชนจีนที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย การพบปะหารือทุกครั้ง เป็นการพูดคุยกันแบบเต็มคณะ เปิดเผย ไม่มีวาระแอบแฝง ผมย้ำกับทุกท่านที่ผมได้พบว่าประเทศไทยกำลังจัดระเบียบประเทศของเรา และเรากำลังเร่งดำเนินการเรื่องเร่งด่วนตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน แต่ละบริษัทที่มามีหลากหลายทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี ไอซีที โทรคมนาคม และเรื่องของยาง ซึ่งประเทศเรากำลังมีปัญหาราคายางตกต่ำ ผลผลิตมีจำนวนมาก มีหลายบริษัทสนใจจะตั้งโรงงานแปรรูปยางในประเทศไทย ใกล้แหล่งวัตถุดิบ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อ

เรื่องความร่วมมือสร้างทางรถไฟทั้งแบบทางคู่มาตรฐานไปถึงความเร็วปานกลาง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนยังไม่ได้เซ็นสัญญาใดๆ แต่ได้มีการหารือกันในหลักการ แน่นอนว่าจีนต้องสนใจในโครงการนี้ เพราะมันหมายถึงการเชื่อมโยงตลาด ทำให้คนไปมาหาสู่กันในภูมิภาคได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า แต่อย่าลืมว่า ไทยก็ได้ประโยชน์มาจากการเพิ่ม Connectivity โดยเฉพาะเรื่องเชื่อมโยงในภูมิภาค เพราะเราเป็นศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทย ดังนั้น วันนี้ ถนน รถไฟ เรายังไม่พร้อม วันหน้าประเทศไทยก็จะเสียเปรียบ ล้าสมัยไม่ทันใครเขา

ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นเรื่องจำเป็นมากต่ออนาคตของประเทศ ถ้าไม่ลงทุนวันนี้ ยังไงก็ต้องลงทุนเรื่องนี้อยู่ดี แต่ในราคาที่มีแต่จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เราต้องรีบทำ แต่ต้องให้แน่ใจว่าคุ้มค่า และไม่มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชัน ไม่ให้คนไทยเป็นหนี้กับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้น ไทยสนใจที่คุยเรื่องรถไฟ ขนาดรางมาตรฐาน และรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางกับจีน แต่เราก็คุยกับหลายๆประเทศ ที่สนใจจะเข้ามาทำงานร่วมกับเราในเรื่องนี้ด้วย ส่วนรายละเอียดที่ยังมีอีกเยอะ เช่น รูปแบบการลงทุน การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมการทำประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการต่อไป

สำหรับรัสเซีย สนใจที่จะร่วมมือกับไทยมากขึ้นในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นพลังงาน การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุน รวมทั้งสนใจซื้อสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มเติม

ในส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ให้ความสนใจที่จะลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนในประเทศไทยเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย

สำหรับอินเดีย เราตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อเพิ่มโอกาสการค้าการลงทุน เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว กระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างไทย เมียนมาร์ และอินเดีย ผ่านโครงการถนน 3 ฝ่าย

ส่วนการเข้าร่วมการประชุมผู้นำอาเซียน ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเด็นหลักๆ ที่ได้มีการหารือกันคือ ประเด็นแรกการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้านี้ ซึ่งกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดีสามารถบรรลุตามเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้ และจะกลายเป็นการรวมกลุ่มของตลาดที่มีขนาดมากกว่า 600 ล้านคน เป็นฐานการผลิตเดียวกัน มีอำนาจในการต่อรองมากยิ่งขึ้นในเวทีโลก ซึ่งจะทำให้ไทยเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นจากการค้าการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนยังเห็นตรงกันว่าเราจะต้องมีบทบาทเข้มแข็งมากขึ้นเพื่อรักษาการเป็นแกนนำในการรักษาสันติภาพในภูมิภาค

ประเด็นที่สอง ถือเป็นประเด็นที่เป็นหัวใจคือ การมองไปในอนาคตเพื่อกำหนดทิศทางของประชาคมอาเซียน โดยผมและผู้นำอาเซียนอื่นๆเห็นตรงกันว่า เราจะต้องเน้นการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยกระดับความเป็นอยู่ เพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ของประชาชน แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำในสังคม แก้ปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ที่กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งเสริมการค้าเสรี การอำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม ลดการกีดกันทางการค้า และที่สำคัญ การดูแลพี่น้องเกษตรที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของอาเซียน

ประเด็นที่สาม ได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งไวรัสอีโบลา การก่อการร้าย และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

นานาชาติต้องการเห็นไทยเข้มแข็ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีโอกาสได้พบท่านประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งท่านได้แสดงความห่วงใย ผมก็ขอบคุณและยืนยันกับท่านว่ารัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด ได้พบกับท่านประธานาธิบดีปูติน ท่านถามว่า ประเทศไทยเป็นอย่างไร เรียบร้อยหรือยัง ผมตอบว่าเรียบร้อยดี ขอเวลาเราหน่อยท่านก็เข้าใจ ทุกประเทศทักทายจับมือกันหมด ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่ได้พูดถึงเรื่องความขัดแย้ง ผมบอกทุกประเทศว่า สำหรับวันนี้ประเทศไทยสงบสุขพอสมควรแล้ว ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย และการท่องเที่ยวดีขึ้น รัฐบาลไทยขอเชิญทุกประเทศให้มาเยือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูการท่องเที่ยวนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นบอกว่าจะยกเลิกคำเตือนนักท่องเที่ยวที่มีอยู่

การประชุมเอเปค ผมได้มีโอกาสหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการกับผู้นำจากหลายประเทศเพิ่มเติม โดยผมได้พบกับท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ท่านประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ท่านนายกรัฐมนตรีอินเดีย ท่านนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และท่านเลขาธิการสหประชาชาติ ที่มาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย เป็นที่น่ายินดีที่ทุกท่านมีความเข้าใจในสถานการณ์ในประเทศไทยและต่างเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเดินหน้าตามโรดแมพที่ได้กำหนดไว้ เพราะทุกท่านเห็นความสำคัญของประเทศไทยและต้องการให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง

ส่วนในการพบกับท่านเลขาธิการสหประชาชาติ ผมได้ขอบคุณท่านที่เข้าใจสถานการณ์ของไทยและได้ชี้แจงให้ท่านฟังเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางของรัฐบาลที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศและทำให้ประชาธิปไตยของไทยเข้มแข็งและยั่งยืน

แนะดูรายการ"ปั้นฝัน เดอะบัณฑิต”

ทางทีวีดิจิทัลช่อง NOW 26

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ขอหยิบยกตัวอย่างโครงการดีๆ ชื่อ “โครงการรากแก้ว” ที่เป็นความร่วมมือกันอย่างกลมกลืน 4 ฝ่าย คือสถานศึกษา-ชุมชน-สื่อมวลชน-ผู้ใหญ่ใจดีมีวิสัยทัศน์ ริเริ่มสร้างพลังเครือข่ายทางสังคม ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ของคณาจารย์และพลังของนักศึกษามาแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยใช้แนวทางการพัฒนาต่างๆตั้งแต่แนวคิดพระราชทาน มาจนถึงทักษะของปราชญ์ชุมชน มาเชื่อมประสานองค์ความรู้กับสร้างความร่วมมือ เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

สามารถติดตามผลงานโครงการรากแก้ว ผ่านทางรายการ “ปั้นฝัน เดอะบัณฑิต” ทางทีวีช่อง NOW 26 ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00-15.00 น.รายละเอียดก็ลองค้นหาดูจากสื่อออนไลน์ทุกแขนง เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ ตัวอย่าง ซึ่งเป็น “สื่อสร้างสรรค์” ที่ผมอยากให้ทางบ้านและทุกภาคส่วนได้พิจารณาติดตาม แล้วนำไปต่อยอด ประยุกต์ และสร้างสังคมของเราให้เข้มแข็งร่วมกัน