วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วสันต์'ซัดคสช.ตีกรอบสื่อฯสวนทางปฏิรูปประเทศ

“สปช.สายสื่อฯ” ซัดคสช.ตีกรอบสื่อฯ สวนทางปฏิรูปประเทศ เล็งหารือ“เทียนฉาย”คุยผู้นำรัฐบาลยกเลิกประกาศคสช.ฉ.97-103

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สายสื่อมวลชน กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจระงับการออกอากาศเทปบันทึกภาพการรับฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับประเด็นปฏิรูปประเทศ ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า คสช. ได้ทำสิ่งที่สวนทางกับการปฏิรูป และสิ่งที่สปช. เตรียมดำเนินการ อย่างไรก็ตามเข้าใจว่าสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นไปภายใต้สถานการณ์พิเศษ เพราะประกาศใช้พ.ร.บ.กฎอัยการศึก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นฐานะที่ตนมีประสบการณ์ทำสื่อสาธารณะมาก่อนมองว่าคณะกรรมนนโยบายสื่อสาธารณะจะต้องผลักดันให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอย่างมีเสรีภาพ และควรมีเสรีภาพในการนำเสนอด้วย

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเรื่องปฏิรูปประเทศ อยากเห็นประเทศเดินหน้า ภาพฝันที่สปช. เห็นร่วมกันคืออยากให้ประชาชนมีเสรีภาพ สื่อมวลชนมีเสรีภาพบนความรับผิดชอบ ดังนั้นภาพฝันไม่ควรจะต่างจากสภาพที่เป็นอยู่จริง” นายวสันต์ กล่าว

ด้านนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ สปช.สายสื่อมวลชน แถลงกับสื่อมวลชนรัฐสภาถึงกรณีเดียวกันว่าตนและนายวสันต์จะเข้าหารือกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เพื่อขอให้ไปพูดคุยกับรัฐบาลและ คสช. ถึงการยกเลิกประกาศหรือคำสั่งของคสช. ฉบับที่ 97 และฉบับที่ 103 เพราะบทบาทของสื่อมวลชนมีความสำคัญอย่างมากต่อการปฏิรูปประเทศและเป็นสิ่งชี้วัดความสำเร็จของการปฏิรูปรอบดังกล่าวด้วย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับรายการเสียงประชาชน ต้องฟังก่อนปฏิรูป ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนั้น จากข่าวที่ระบุว่าทหารเข้าไปใช้อำนาจในการควบคุมและระงับการออกอากาศนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ หากทหารไม่สบายใจกับเนื้อหาหรือรายการ ควรร้องเรียนไปตามช่องทางที่กฎหมายของไทยพีบีเอสกำหนด แทนการเข้าไปคุกคาม นอกจากนั้นแล้วตนอยากให้ผู้บริหารไทยพีบีเอส ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังกล่าวกับสาธารณะด้วย

“ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสื่อฯ ไม่ได้มีเฉพาะช่องไทยพีบีเอสเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับหลายสื่อฯเช่นกัน ดังนั้นขณะนี้ สปช. สายสื่อมวลชน อยู่ระหว่างการพิจารณาท่าทีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะดำเนินการประเด็นใดๆ ต่อไปในอนาคต” นายประดิษฐ์ กล่าวในฐานะสปช.สายสื่อมวลชน