เปิดโฉม38ส.ว.ถูกชงสนช.ถอดถอน วิปชี้"พล.ต.กลชัย"ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่สนช.ชั่วคราว
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เมื่อวานนี้(13 พ.ย.) ถึงผลการพิจารณากรณีถอดถอน 38 สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ออกจากตำแหน่ง จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริง เอกสาร และความเห็นใน เรื่องดังกล่าวไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมาก เห็นว่า สำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.เคยมีมติวินิจฉัยและดำเนินการตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยึดอำนาจการปกครอง แม้ คสช.จะมีประกาศให้รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดลง แต่จากประกาศ คสช. ฉบับที่ 24/2557 ให้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งคดีดังกล่าวมีข้อกล่าวหาที่คลอบคลุมถึงการกระทำความผิดที่ถูกถอดถอนตามกฎหมายอื่น ทำให้ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนในกรณีดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 58
นอกจากนั้นในมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ก็ได้บัญญัติให้มี สนช.ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ซึ่ง สนช.ก็ได้ตราข้อบังคับการประชุมที่กำหนดให้ สนช.มีอำนาจหน้าที่ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามพ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 64
เปิดโฉม38ส.ว.ถูกชงสนช.ถอดถอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา 38 คน ประกอบด้วย 1.นายประสิทธิ์ โพธสุธน 2.นายสมชาติ พรรณพัฒน์ 3.พล.ต.ต.องอาจ สุวรรณสิงห์ 4.นายดิเรก ถึงฝั่ง 5.นายประวัติ ทองสมบูรณ์ 6.นายกฤช อาทิตย์แก้ว 7.นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ 8.พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ 9.นายโสภณ ศรีมาเหล็ก 10.นายภิญโญ สายนุ้ย 11.นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ 12.นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ 13.นายสุเมธ ศรีพงษ์ 14.พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ 15.นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล 16.นายพีระ มานะทัศน์ 17.พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ 18.นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ 19.พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์
20.นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล 21.ผศ.วรวิทย์ บารู 22.นายสุโข วุฑฒิโชติ 23.นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง 24.นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล 25.นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง 26.นายรักพงษ์ ณ อุบล 27.นายบวรศักดิ์ คณาเสน 28.นายจตุรงค์ ธีระกนก 29.นายสุริยา ปันจอร์ 30.นายถนอม ส่งเสริม 31.นายบุญส่ง โควาวิสารัช 32.นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง 33.นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ 34.นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ 35.นางภารดี จงสุขธนามณี 36.พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน 37.นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร และ 38.นายวิทยา อินาลา
ชี้"กลชัย"ต้องยุติปฏิบัตหน้าที่"ดิเรก-จิตต์"รอด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในจำนวน 38 ส.ว. ที่ป.ป.ช.ส่งไปให้สนช.พิจารณาดำเนินการถอดถอนพบว่า นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตส.ว.นนทบุรี และพ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตส.ว.มุกดาหาร ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีตส.ว.ชุมพร ได้รับแต่งตั้งเป็นสนช.
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ในมาตรา 272 กำหนดเอาไว้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้นับแต่วันที่ป.ป.ช.ชี้มูลจนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้ง 3 คน จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเอาไว้ก่อนหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้สิ้นสุดลงแล้ว
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า เมื่อรายงานของป.ป.ช.มาถึงประธาน สนช.จะต้องบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมภายใน 30 วัน เพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอน ส่วนกรณีของ พล.ต.กลชัย ซึ่งเป็น สนช.ตามพ.ร.บ.ป.ป.ช. คงต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ สนช.ชั่วคราวก่อน
ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า นายดิเรก และ พ.ต.ท.จิตต์ อาจไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่สปช.เป็นการชั่วคราวจนกว่าสนช.จะมีมติ เนื่องจากทั้งสองคนไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมาย โดยเทียบเคียงจากกรณีที่ป.ป.ช.ได้มีความเห็นว่าสมาชิกสปช.ไม่จำเป็นต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.
"ยิ่งลักษณ์"เล็งชี้แจงวันเปิดคดีถอดถอน
ที่อาคารรัฐสภา 2 ทีมทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำโดย นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ได้เข้าขอคัดสำนวนคำร้องคดีถอดถอนของป.ป.ช. โดยนายนรวิชญ์ กล่าวว่า ได้มาคัดสำนวนข้อกล่าวหาซึ่งมีทั้งหมด 3,870 หน้า จำนวน 10 แฟ้ม โดยเป็นเอกสารลับทั้งหมด ยกเว้นใบปะหน้าแฟ้ม ทำให้ไม่สามารถถ่ายสำเนาเอกสารไปได้ จึงต้องมาอ่านและจดบันทึกสำนวนกลับไปแทน ซึ่งจะดูว่ามีเอกสาร และสำนวนอะไรบ้าง พยานมีกี่ปาก
เมื่อถามว่า ระยะเวลาเพียง 15 วันจะอ่านสำนวนได้ทั้งหมดหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า อาจจะต้องอ่านวันละ 100 หน้า อย่างที่สมาชิกสนช. ได้กล่าวไว้ เมื่อถามว่านางสาวยิ่งลักษณ์ จะมาชี้แจงในวันแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่นางสาวยิ่งลักษณ์ จะมาแถลงเปิดคดีด้วยตัวเอง โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ บอกว่าอยากจะมาชี้แจงด้วยตัวเองเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวว่า ทำเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง
คสช.เปิดทางพรรคขออนุญาตประชุม
พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองแสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมระดมความคิดเห็นการวางกรอบยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะขัดกับข้อห้ามของ คสช. ว่า การดำเนินการต่างๆ ที่เกรงจะส่งผลกระทบหรือเข้าเงื่อนไขเรื่องการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนั้น จากการติดตามข้อมูลข่าวสารทราบว่าแต่ละพรรคการเมืองมีวิธีการดำเนินการที่แตกต่างกันไป เช่น ในบางกลุ่มหรือบางพรรค สามารถดำเนินการได้เลย เพราะอาจมีช่องทางการติดต่อสื่อสารกับสมาชิกผ่านเครือข่ายภายในองค์กรนั้นๆ อย่างต่อเนื่องอยู่แล้วในลักษณะที่ไม่ขัดกฎหมาย โดยเฉพาะข้อมูลหรือข้อคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ที่องค์กรนั้นๆ ได้เคยมีการรวบรวมไว้ และเตรียมจะเสนอในโอกาสที่เหมาะสม
แต่สำหรับในบางพรรคการเมือง อาจมีวิธีการใดๆ ก็ตามเข้ามาเสริม เพื่อให้ได้ข้อมูลในการวางกรอบยกร่างรัฐธรรมนูญไปเสนอต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่แน่ใจว่าวิธีการ หรือกิจกรรมนั้นๆ จะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขของ คสช.ที่ได้ขอความร่วมมือมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ก็สามารถขออนุญาตหรือบอกกล่าวกับ คสช.ได้ เป็นกรณีๆ ไป ซึ่งทาง คสช.จะพิจารณาดูในรายละเอียดวัตถุประสงค์เจตนารมณ์ ถ้าการดำเนินการนั้นๆ ไม่ขัดต่อแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติจริง ไม่ได้มีเจตนาใดๆ แอบแฝง ทาง คสช.จะพิจารณาให้ทุกครั้ง
"วิษณุ"แนะพรรคการเมืองคุยกันวงเล็กได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองต้องการมีกิจกรรมทางการเมืองภายในพรรคแต่ติดคำสั่งคสช.ห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองว่า เรื่องนี้ทำได้ 2 อย่างโดยไม่ต้องอาศัยมติอะไรของพรรค เพราะบางพรรคแสดงความประสงค์ว่ายินดีเสนอความคิดเห็นเพราะขณะนี้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคก็มีอยู่สามารถแสดงความคิดเห็นได้
"แต่ถ้าเกรงว่าหากแสดงความคิดเห็นไปสมาชิกพรรคจะไม่รับรู้ ตนมองว่าก็สามารถคุยในพรรคได้ เป็นการหารือภายในไม่ใช่ลักษณะการประชุมพรรค เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ท่าที่ทางการของพรรค ไม่มีใครเอาไปอ้างอิงว่าแนวทางของพรรคเป็นอย่างนี้และห้ามเปลี่ยนใจภายหลังเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นเท่านั้น แต่ถ้าหากอยากจะระดมความคิดภายในพรรค ก่อนแสดงความเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่าง หากแจ้ง คสช.ไปก็คิดว่าจะมีการพิจารณาผ่อนผันให้เพื่อการนี้ เหมือนที่ผ่านมามีการผ่อนผันในการสมัครสมาชิก สปช."
"บวรศักดิ์"ชี้เลือกตั้งใหม่ช้าสุดก.พ.59
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองเสนอให้กมธ.ร้องขอไปยังคสช.ให้อนุญาตพรรคการเมืองประชุมเพื่อส่งตัวแทนเข้าให้ข้อมูลกับกมธ.ยกร่างฯ ว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้คสช.ได้ให้พรรคการเมืองทำเรื่องขออนุญาตไปยังคสช.
นายบวรศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สปช.จะเสนอร่างฯให้ คสช.และครม. ได้ในวันที่ 6 ส.ค.2558 โดยคาดว่า จะเลือกตั้งได้อย่างช้าในเดือนก.พ.2559 แต่ถ้าไม่มีการทำประชามติ ก็จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้ภายในเดือนก.ย.2558
"ปลอดประสพ"ยันพท.ไม่ร่วมสังฆกรรมรธน.
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ แต่ได้รับการประสานทางโทรศัพท์ และได้มีการพูดคุยกันภายใน สามารถสรุปได้เบื้องต้น 2 ประเด็น คือ 1.พรรคเพื่อไทยไม่ขอร่วมกิจกรรมใดๆ กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปประเทศ เพราะเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อล้มรัฐบาลและล้มรัฐธรรมนูญ และยืนยันจะไม่ร่วมกับ สนช. และ สปช.
และ 2.หากจะให้พรรคส่งตัวแทนเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ คงไม่ได้ ทำได้เพียงแค่เสนอความเห็นแบบกว้างๆ เช่น ต้องร่างรัฐธรรมนูญโดยคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เท่าเทียมยุติธรรม ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นต้น
นายปลอดประสพ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นต้องหารือกับสมาชิกพรรค หรืออย่างน้อยก็ต้องประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อออกเป็นมติ ซึ่งตอนนี้ติดคำสั่งของ คสช. ดังนั้น ขอให้ คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองสามารถประชุมได้หรือไม่ และหากจะให้ดี คสช.ควรประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อประชาชนจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ด้วย
อนุกกต.เลื่อนสอบ"ทัวร์นกขมิ้น-เอ็นบีที"
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.ของนางสาวยิ่งลักษณ์ และพวก กรณีเดินทางลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยใช้ทรัพยากรของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐไปหาเสียงระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากนายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แต่เบื้องต้นทราบว่ามีการขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน เนื่องจากรายละเอียดต่างๆ ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งอยู่ในชั้นกระบวนการของคณะอนุกรรมการสอบสวน ทั้งนี้ การขยายเวลาดังกล่าวเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการฯ และสามารถดำเนินการได้อยู่ ซึ่งการกำหนดวันเวลาต่างๆ มีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ทาง กกต.ไม่สามารถก้าวก่ายได้
นายภุชงค์ ยืนยันว่า การขยายเวลาสอบสวนของคณะอนุกรรมการฯ ออกไปอีกเป็นครั้งที่ 3 นั้น ไม่ได้เป็นการยื้อเวลา เราต่างทำตามอำนาจหน้าที่ เพราะทำขั้นตอนและกฎหมาย





