วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เพื่อไทย'ส่อร่วมวงร่างรธน.

"เพื่อไทย" แบะท่าพร้อมวงหารือร่างรธน. ครวญประชุมพรรคไม่ได้เหตุติดคำสั่งคสช.

"อภิสิทธิ์" พร้อมหารือกมธ.ร่างรธน.24 พ.ย. วอนคสช.ผ่อนคลายกฎห้ามพรรคการเมืองประชุม บนเงื่อนไขไม่สร้างความขัดแย้ง หนุนทำประชามติ ด้าน "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เข้าเสนอความเห็นวันนี้ กมธ.เคาะ 4 กรอบยกร่างรธน. "วิษณุ" เล็งชงครม.ตั้งสภาที่ปรึกษาปฏิรูปคู่ขนานสปช.

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการเชิญตัวแทนพรรคการเมือง และกลุ่มคู่ขัดแย้งต่าง ๆ มาเสนอความเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ในวันที่ 12 พ.ย.ได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการเชิญพรรคการเมือง และกลุ่มคู่ขัดแย้งต่าง ๆ มาร่วมเสนอความเห็นการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบรับมาแล้วว่า พร้อมจะมาร่วมแสดงความคิดเห็น ในวันที่ 24 พ.ย.

ขณะที่หลวงปู่พุทธะอิสระ ก็ตอบรับจะมาพบกับประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 13 พ.ย.เพื่อให้ความเห็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยมีท่าทีไม่ขอร่วมแสดงความคิดเห็นการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าไม่มาก็เป็นไร แต่ถ้าเข้ามาร่วมถือเป็นบุญคุณในการเขียนรัฐธรรมนูญ ช่วยกันสร้างบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้น

นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวได้มีการพูดคุยกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเชื่อว่าหากมีพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้มาร่วมเสนอความเห็นก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากจำเป็นต้องได้ข้อมูลที่หลากหลาย รวมทั้งเป็นการยืนยันด้วยว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มีพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้วตามที่ปรากฏเป็นข่าวออกมา ดังนั้นจึงอยากให้พรรคการเมืองและกลุ่มต่างๆ ส่งตัวแทนเข้ามาเสนอความเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และหากเป็นผู้บริหารพรรคหรือแกนนำที่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี

"ยืนยันว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเรามีความจริงใจ เพราะถ้าเราไม่มีความจริงใจก็คงไม่เชิญพรรคการเมือง หรือกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมได้ อยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่บ้านเมืองมากๆ" โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าว

"เพื่อไทย"พร้อมร่วมวงหารือร่างรธน.

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมพูดคุยกรอบการร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 พ.ย.นี้ ว่า ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทย(พท.) ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากกรรมาธิการฯ จึงยังไม่แน่ใจว่า ทางกรรมาธิการฯ จะเชิญพรรคเพื่อไทยร่วมพูดคุยถึงการเขียนรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยทำหนังสือโดยแนบคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาให้พรรคเพื่อไทยถึง 2 ครั้ง โดยสั่งห้ามพรรคเพื่อไทยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยเด็ดขาด ดังนั้นหากกรรมาธิการฯทำหนังสือเชิญ ให้พรรคเพื่อไทยร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญจริง กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถประชุมเพื่อพูดคุยระดมความคิดเห็นรวมทั้งข้อเสนอแนะในเรื่องดังกล่าวได้ ดังนั้นต้องถามกลับไปยังกรรมาธิการฯ ว่า สามารถยกเว้นคำสั่งของคสช.ในเรื่องนี้ได้หรือไม่

"พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มีความสำคัญกับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แต่เราหนักใจและติดขัดปัญหานี้ ดังนั้นขอรอความชัดเจนจากทางกรรมาธิการฯ ก่อน"

"อภิสิทธิ์"ขอคสช.ผ่อนกฎห้ามพรรคประชุม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้ประสานไปแล้วว่า จะไปพบกรรมาธิการฯ ด้วยตัวเอง ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ เนื่องจากกำหนดเดิมที่กรรมาธิการฯ ระบุมาในวันที่ 18 พ.ย.นั้น ตนติดภารกิจที่ต่างประเทศตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งนี้พรรคย้ำมาตลอดว่าให้ความร่วมมือกับกระบวนการปฏิรูปประเทศ โดยการกำหนดกติกาบ้านเมือง ซึ่งบทบาทที่ดีที่สุดคือการให้ข้อมูล ถ่ายทอดความเห็นต่อกรรมาธิการ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่มีประเด็นว่าพรรคการเมืองประชุมไม่ได้ทำให้มีข้อจำกัด จึงอยากให้ คสช.ผ่อนคลายข้อจำกัดนี้ เพราะพรรคไม่มีแนวคิดสร้างความวุ่นวายกระทบความมั่นคง หากให้มีการประชุมพรรคการเมือง ก็จะช่วยให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนและทำทุกอย่างให้เป็นระบบได้ แต่ตนเข้าใจว่า คสช.ห่วงเรื่องความวุ่นวายแต่ถ้าให้พรรคการเมืองดำเนินการได้ตามปกติ โดยกำหนดเงื่อนไขให้ชัดว่าห้ามกระทำอะไรที่กระทบความมั่นคง หรือสร้างความวุ่นวายและระมัดระวังความเห็นที่จะนำไปสู่ความแตกแยก แต่ คสช.อาจคิดว่ายุ่งยากเกินไปจึงไม่ให้เคลื่อนไหว

หนุนทำประชามติร่างรธน.

นายอภิสิทธิ์ เสนอแนะว่า การทำให้ทุกฝ่ายยอมรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือ การทำประชามติ เพราะจะเป็นการสร้างความชอบธรรม ให้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ถ้าไม่ทำประชามติจะมีปัญหาในอนาคตที่ฝ่ายต่าง ๆ จะหยิบยกขึ้นมา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากให้ความเห็นต่อกรรมาธิการฯแล้ว อาจมีการเสนอเอกสารตามไปในภายหลัง เพราะพรรคต้องอาศัยเวทีการประชุมในการกำหนดท่าทีที่เป็นทางการของพรรค ซึ่งในกระบวนการปฏิรูปทุกคนอยากเห็น ให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง ตัวระบบพรรคจึงมีความสำคัญ โดยจากการแสดงความเห็นของฝ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการถ่วงดุลอำนาจเป็นโจทย์ที่สำคัญ

กมธ.วาง4กรอบยกร่างรธน.

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญฯ แถลงว่า กรรมาธิการฯ ได้กำหนดให้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 มีบททั่วไปที่ประกอบด้วย 4 ภาค คือ ภาค 1.พระมหากษัตริย์ และประชาชน แบ่งออกเป็น 2 หมวด หมวด 1.พระมหากษัตริย์ หมวด 2.ประชาชน แบ่งเป็น 5 ส่วน ส่วนที่ 1.ความเป็นพลเมือง ส่วนที่ 2.สิทธิ เสรีภาพของพลเมือง ส่วนที่ 3.หน้าที่พลเมือง ส่วนที่ 4.การมีส่วนร่วมทางการเมือง และส่วนที่ 5.การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

ภาค 2 ผู้นำทางการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง แบ่งเป็น 7 หมวด หมวด 1.ระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำทางการเมืองที่ดี หมวด 2.แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวด 3.รัฐสภา หมวด 4.คณะรัฐมนตรี หมวด 5.การคลังและงบประมาณของรัฐ หมวด 6.ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน และหมวด 7.การกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น

ภาค 3 นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แบ่งเป็น 2 หมวด หมวด 1.ศาลและกระบวนการยุติธรรม หมวด 2. การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และส่วนที่เป็นองค์กรอิสระ และภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง แบ่งเป็น 2 หมวด หมวด 1.การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม หมวด 2.การสร้างความปรองดอง และบทสุดท้ายจะเป็นบทเฉพาะกาล

โดยวันที่ 13 พ.ย.นี้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการด้านเนื้อหาขึ้นมา 10 คณะ เพื่อดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญตามกรอบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตัวแทนจากอนุกรรมาธิการนอกจากจะมีสัดส่วนของกรรมาธิการยกร่างแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสมาชิก สปช.เข้าร่วมด้วย เพื่อดำเนินการยกร่างล่วงหน้าระหว่างรอข้อเสนอแนะ และความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ก่อนเริ่มดำเนินการยกร่างอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.เป็นต้นไป ตามกรอบเวลา 120 วัน ซึ่งจะไปเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 17 เม.ย.ปีหน้า

นอกจากนี้ ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังเห็นชอบให้ตั้งอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนเยาวชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยมีนายมีชัย วีระไวทยะ เป็นประธาน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนมามีส่วนร่วมแสดงความเห็น และเสนอแนวทางในการยกร่างรัฐธรรมนูญ

"วิษณุ"ชงครม.ตั้งสภาที่ปรึกษาคู่ขนานสปช.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาการปฏิรูป 3 ด้าน คือ การเมืองการปกครอง การปกครองท้องถิ่น ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน และด้านสังคมและการปฏิรูปสื่อ จำนวน 300 คน ว่า รัฐบาลต้องรอให้สปช.คัดเลือกบุคคลที่ไม่ได้รับเลือกเป็นสปช.ประมาณ 7,000 คน ไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย หรือผู้เชี่ยวชาญของสปช.และร่วมในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ทั้ง 18 คณะ แล้วเสร็จก่อน จึงจะนำรายชื่อที่เหลือมาคัดเลือกเพื่อทำหน้าที่กรรมการที่ปรึกษาการปฏิรูป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว

เบื้องต้นให้มีการประชุมสัปดาห์ละครั้ง โดยจะใช้งบประมาณไม่มาก ส่วนค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมอยู่ระหว่างพิจารณาโดยไม่ให้เกินอัตราของสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)ที่เงินเดือน 8,000 บาท และเบี้ยประชุมครั้งละ 2,000 บาท ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการได้ในเดือนธ.ค. ทั้งนี้จะจัดทำร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวและเสนอให้ครม.เห็นชอบต่อไป

"นิด้า-กลุ่มต้านทุจริต"ยื่นแนวทางปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ได้รับหนังสือข้อเสนอ คณะทำงานปฏิรูปประเทศไทย ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าโมเดล นำโดย รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า พร้อมคณะ โดยมีแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในระยะยาว แบ่งเป็น 15 แนวทางประกอบด้วย 1.การปฏิรูปการเมือง 2.การปฏิรูปการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ 3. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 4.การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน 5. การปฏิรูปการศึกษา 6.การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคม 7.การปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร

8.การปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 9.การปฏิรูปด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ 10.การปฏิรูปด้านการท่องเที่ยว 11.การปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม 12.การปฏิรูปด้านไอที 13.การปฏิรูปด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 14.การปฏิรูปด้านโลจิสติก และ 15.การปฏิรูปด้านพลังงาน

ขณะที่ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผอ.สถาบันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัวแทน ได้ยื่นข้อเสนอ 9 ข้อว่าด้วยการปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชัน คือ 1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.ปฏิรูปหน่วยงานในการต่อต้านคอร์รัปชัน 3.ปฏิรูปการเลือกตั้ง 4.ปฏิรูปการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน 5. ปฏิรูปการให้ข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ 6. ให้กรมบัญชีกลางมีอำนาจตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง 7.ปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย โดยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการติดสินบน และ 8.ยกเลิกรางวัลนำจับและสินบนนำจับเฉพาะกรณี

สนช.ไฟเขียวเลื่อนถกคดี"ยิ่งลักษณ์"28พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องดำเนินกระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีจำนำข้าวนั้น ที่ประชุมได้มีมติ 167 ต่อ 16 งดออกเสียง 7 เสียง ให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ตามที่นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิปสนช.เสนอมติวิป