วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะแก้โจทย์รธน.เก่าไม่ดีอย่างไร?

(รายงาน) แนะแก้โจทย์ รธน.เก่าไม่ดีอย่างไร สร้างดุลยภาพใหม่สถาบันการเมือง

ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วจนถึงต้นสัปดาห์นี้ มีเวทีพูดคุยแสดงทัศนะเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่มากมาย ทั้งเวทีของ "คนใน" ที่รับผิดชอบงานปฏิรูปประเทศและยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่าง รธน.)

นอกจากนั้นยังมีเวทีของ "คนนอก" อย่างสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วย 8 ทศวรรษประชาธิปไตยไทย พลวัตแห่งดุลอำนาจ ซึ่งจะว่าไป เวทีของสถาบันพระปกเกล้า ก็มีผู้ร่วมแสดงความคิดความเห็นหลายคน มีชื่อใน สปช. และ กมธ.ยกร่าง รธน.

เวทีของสถาบันพระปกเกล้าจัดที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ มีการประชุมกลุ่มย่อยหลายกลุ่มที่ตกหล่น ไม่ค่อยเป็นข่าว ทั้งๆ ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ "กรุงเทพธุรกิจ" จึงเก็บตกมารายงาน

ในเวทีกลุ่มย่อยหัวข้อ "สร้างดุลยภาพโครงสร้างอำนาจรัฐ" ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในเชิงหลักการไม่มีสูตรสำเร็จเกี่ยวกับการวางดุลยภาพ อาจต้องมีลักษณะการออกแบบ การศึกษาเปรียบเทียบ หรือมีงานวิจัยมารองรับ ถ้าเราเอาทุกสิ่งมาผสมผสานรวมกัน ก็จะสามารถสร้างดุลยภาพของระบอบการเมืองให้มีความเข้มแข็งได้

อย่างไรก็ดี การยกร่างรัฐธรรมนูญสำหรับประเทศที่เคยมีรัฐธรรมนูญใช้มาแล้วอย่างประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดและตั้งคำถามเป็นอย่างแรก คือ ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญมีปัญหาอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องคิด เพราะการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญก็คือสถาบันทางการเมือง คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล หากเรามองรัฐธรรมนูญในเชิงรูปธรรมที่จับต้องได้ จะมองเห็นปัญหาว่าที่ผ่านมานั้นเรามีปัญหากับสถาบันการเมืองอย่างไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหาทางดุลยภาพใน 3 องค์กรหลักนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาดู

กระนั้นก็ตาม ปัจจัยการเกิดปัญหา อาจจะเกิดได้จากการที่เราวางอำนาจนั้นอย่างไม่ได้ดุล หรือเกิดจากองค์กรหรือสถาบันตามรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เกินกว่าขอบเขตที่ผู้ยกร่างวางกำกับเอาไว้ จนเกิดการขัดแย้งกันเอง หรือเป็นไปได้ว่าปัญหาเกิดการจากผสมผสานของการวางดุลยภาพอย่างไม่ได้ดุล และการทำหน้าที่ของสถาบันการเมืองผสมกัน

ประเด็นที่เราต้องทำการวิเคราะห์เบื้องต้น คือ การสร้างดุลยภาพในระบบโครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งเราควรดูตั้งแต่ในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ และถือเป็นหัวใจหลักในการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย โดยการพยายามออกแบบองค์กรสูงสุดทางการเมือง หรือสถาบันการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ว่าองค์กรสูงสุดในทางการเมืองต่างๆ ใช้อำนาจไหนมากน้อยขนาดไหน และมีความข้องเกี่ยวกันมากน้อยขนาดไหน

ขณะที่ "องค์กรอิสระ" หลายฝ่ายมองว่าเป็นอำนาจที่ 4 แต่ที่จริงแล้วองค์กรอิสระไม่ใช่อำนาจที่ 4 เพราะองค์กรอิสระมีลักษณะการใช้อำนาจที่อยู่ภายใต้อำนาจฝ่ายบริหาร จึงสรุปได้ว่าองค์กรอิสระไม่ได้ใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และตุลาการ แต่นักวิชาการอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากการทำหน้าที่ขององค์อิสระมีลักษณะพิเศษมากกว่าองค์กรอื่นๆ ซึ่งเป็นอำนาจที่มีลักษณะกึ่งตุลาการ แต่สุดท้ายแล้วทั่วโลกมองว่าองค์กรอิสระเป็นการใช้อำนาจภายใต้ฝ่ายบริหาร

ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การปกครองทุกรูปแบบล้วนมีข้อบกพร่อง ดังนั้นผู้วางรูปแบบการปกครองที่ชาญฉลาดย่อมต้องตระหนักรู้ข้อเสียของแต่ละระบอบการปกครอง

ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าควรเลือกระบอบที่รวมเอาข้อดีของทุกรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน เพราะพิจารณาแล้วว่าเป็นระบอบที่มีเสถียรภาพและมั่นคงที่สุด อันที่จริงภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน มีการผสมผสานระหว่างเจ้าผู้ปกครอง เหล่าอำมาตย์ และอำนาจของประชาชนเข้าด้วยกันอยู่แล้ว อำนาจทั้งสามนี้ก็จะติดตามและคอยตรวจสอบซึ่งกันและกัน

ดังนั้นการสร้างดุลยภาพในทุกๆ ภาคส่วนของสิ่งที่จะพัฒนามาเป็นพลังอำนาจได้ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ก็คือการสร้างดุลยภาพในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ การผสมผสานในตัวของรัฐธรรมนูญและรัฐบาล ดุลยภาพที่สมบูรณ์และเป็นอุดมคติที่สุด คือ ต้องมีการสร้างดุลยภาพให้บังเกิดขึ้นทั้งสองส่วนดังกล่าว

"เราพยายามทำให้อำนาจการเมืองเกิดการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน หลายคนพูดถึงการกระจายอำนาจ กระจายทรัพยากร กระจายโอกาส กระจายความเป็นธรรม แต่ในทางตรงกันข้าม ฝั่งตะวันตกมองว่าพลังทางสังคมต้องเป็นไปตามธรรมชาติ จะทำให้รัฐธรรมนูญมีดุลยภาพ ถ้าเราต้องการให้เกิดการผสมผสาน อำนาจที่มาจากคนส่วนใหญ่ต้องยอมรับด้วยความเต็มใจ เมื่อคนส่วนใหญ่ขัดแย้งกัน ก็ต้องให้คนส่วนน้อยตัดสิน ไม่ใช่เอาคนส่วนใหญ่มาตัดสิน เช่น การหาคณะบุคคล หรือคณะตุลาการมาตัดสิน" ศ.ดร.นครินทร์ กล่าว