มติวิปสนช.เปิดโอกาสทีมทนายศึกษาสำนวนถอดถอน กมธ.ร่างรธน.เชิญ"พรรคการเมือง-นปช.-กปปส.-พันธมิตร" ถก 17-25พ.ย.
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) กล่าวภายหลังการประชุมวิปสนช.ว่า วิปสนช.มีมติเสนอเลื่อนการพิจารณาวาระถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการรับจำนำข้าว จากเดิมวันที่ 12 พ.ย. ออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย.ซึ่งถือเป็นการพิจารณานัดแรก เพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดี
ก่อนหน้านี้ ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการพิจารณาคดีถอดถอนออกไป 30 วัน เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของสำนวน ซึ่งวิปสนช.ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าได้ส่งหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตามข้อบังคับต้องส่งสำนวนภายใน 15 วัน จะตรงกับวันที่ 22 พ.ย.แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนการพิจารณาไปในวันที่ 27 พ.ย. แต่ที่ประชุมสนช.ต้องพิจารณาเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา
ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม และเพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับ วิปสนช.จึงมีมติเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ทั้งนี้สนช.เปิดให้ทีมทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์ มาคัดสำเนาเอกสารการถอดถอน เพื่อไปศึกษาเพิ่มเติมได้ และในวันดังกล่าววิปสนช.จะแจ้งมติให้ที่ประชุมสนช.ใหญ่รับทราบ เพื่อให้มีมติเลื่อนวาระการประชุมดังกล่าวออกไป
น.พ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้ถอดเรื่องดังกล่าวออกจากการพิจารณานั้น เรื่องนี้วิปสนช.มีการพิจารณาประเด็นดังกล่าวแล้ว และเห็นว่านายเรืองไกร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ยืนยันว่า การเดินหน้าพิจารณาคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ผิดข้อบังคับ และสนช.ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายทุกอย่าง จึงไม่กลัวหากจะถูกยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
"สปช."รับรองกมธ.ปฏิรูป18คณะ
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานคนที่ 1 เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 36 คน จากนั้นที่ประชุมได้มีมติรับรองรายชื่อสมาชิกสปช.ที่เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสปช.ทั้ง 18 คณะ ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีน.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญสรรหาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน
ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ ได้แจ้งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้ง 18 คณะแยกย้ายกันไปประชุมเพื่อเลือกตำแหน่ง ประธาน รองประธาน เลขาธิการ โฆษก และตำแหน่งอื่นๆ พร้อมทั้งให้แต่ละคณะเลือกตัวแทนคณะละ 1 คน เข้าเป็นคณะกรรมาธิการกิจการสปช. (วิปสปช.) ซึ่ง วิปสปช.จะต้องมีจำนวนทั้งหมด 25 คน ดังนั้นนอกเหนือจากตัวแทนคณะละ 1 คนแล้ว ที่เหลือขอให้สมาชิกที่แสดงความจำนงต้องการเป็นวิปสปช.ให้ลงชื่อได้โดยไม่ จำกัดว่าเป็นคณะกรรมาธิการชุดใด
เปิดชื่อ18ประธานกมธ.ปฏิรูป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำ สปช.18 คณะ มีดังนี้ 1.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ เป็นประธาน 2.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา มี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นประธาน 3.คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยมศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา มี นายนวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน 4.คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา มี นายศักดิ์รินทร์ ภูมิรัตน เป็นประธาน 5.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน มี พล.ท.เดช ปุญญบาล เป็นประธาน 6.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค มีน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เป็นประธาน
7.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มี นายพารณ อิครเสนา ณ อยุธยา เป็นประธาน 8.คณะกรรมาธิการปฏิรูปป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน 9.คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินและการคลัง มีนายสมชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน 10.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการท้องถิ่น มี นายพงศ์โพยม วาศภูติ เป็นประธาน 11.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน มีนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ เป็นประธาน 12.คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน มี นายทองฉัตร หงษ์ลดารมย์ เป็นประธาน 13.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ มีนายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นประธาน
14.คณะกรรมาธิการปฏิรูปสาธารณสุข มีนางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ เป็นประธาน 15.คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนายปราโมทย์ ไม้กลัด เป็นประธาน 16.คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีนายจุมพล รอดคำดี เป็นประธาน 17.คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็กเยาวชน เด็กสตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส นายอำพล จินดาวัฒนา เป็นประธาน และ 18.คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน
กมธ.ร่างรธน.เชิญ"ขั้วการเมือง"ถก17-25พ.ย.
นายคำนูณ สิทธิสมาน สปช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ในการประชุมกมธ.ยกร่างฯ ประธานได้เสนอให้ คณะยกร่างได้แสดงความเห็นคนละ 10 นาที ในหัวข้อ “ประเทศเราติดหล่มทุกวันนี้เพราะอะไร แนวทางการแก้ไขหลุดพ้นหล่มคืออะไร” และในวันที่ 12 พ.ย.จะพิจารณาการออกแบบโครงสร้างรัฐธรรมนูญ และแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งคาดว่าในวันที่ 14 พ.ย. น่าจะบรรลุผลในเรื่องดังกล่าวได้
นายคำนูน กล่าวต่อว่า ประธาน กมธ.ได้เสนอให้มีการรับฟังความเห็นข้อเสนอแนะจากพรรคการเมืองรวมถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ และกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน เพื่อมาให้ความเห็นและแนวคิดต่อกมธ.ยกร่างฯ ในหัวข้อ “จะยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรเพื่อให้สังคมไทยมีอนาคตที่ดีเพื่อส่งมอบให้ลูกหลาน”
ทั้งนี้ได้มีการนัดประชุมช่วงเช้าตั้งแต่วันที่ 17 -25 พ.ย.ในเวลา 10.00 -12.00 น. โดยปฏิทินสำหรับการกำหนดรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองในวันที่ 17 พ.ย. พรรคเพื่อไทย วันที่ 18 พ.ย. พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 19 พ.ย. พรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา วันที่ 20 พ.ย.พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล วันที่ 21 พ.ย. พรรคมาตุภูมิและพรรครักษ์ประเทศไทย ในวันที่ 24 พ.ย. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และวันที่ 25 พ.ย. ช่วงเช้าคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และในช่วงบ่าย กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นอกจากนี้หวังว่าจะได้รับความมือจากทุกฝ่ายในการส่งตัวแทนเข้าร่วมแสดงความเห็นคณะละ 5 คน ซึ่งครั้งนี้จะถือว่าเป็นครั้งแรก โดยรับฟังความคิดเห็นเรื่องทั่วไปก่อน แต่หากมีความคิดเห็นด้านอื่นๆ อาจเชิญมาให้ความเห็นอีก อย่างไรก็ตาม หากตัวแทนไม่สะดวกเดินทางมาก็สามารถส่งเอกสารลายลักษณ์อักษรเสนอความเห็นมาได้
"การเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มต่างๆ มาร่วมหารือกับกมธ.ยกร่างฯครั้งนี้จะเป็นการรับฟังความเห็นทั่วไป ยังไม่เจาะจงหรือกำหนดรูปแบบ โดยกมธ.ทุกคนก็พร้อมรับฟังความเห็นจากกลุ่มทุกพรรค ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปสังเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป"
"เทียนฉาย"ชี้อัยการศึกไม่กระทบฟังความเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา ในช่วงเช้า สปช.นำโดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นครั้งแรก บริเวณลานหน้าศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ภายหลังปฏิบัติหน้าที่สปช.โดยมีสมาชิกสปช.ร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายเทียนฉาย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสปช. 18 คณะ ที่มีบางคณะยังไม่ลงตัวว่า อย่ามองเป็นความขัดแย้ง ถ้ามีสมาชิกประสงค์ร่วมกันทำงานถือเป็นของดี เพราะเป็นรากฐานประชาธิปไตย สมาชิกใช้วิจารณญาณโดยอิสระ เชื่อว่าจะได้กรรมาธิการแต่ละคณะ และตำแหน่งต่างๆ ครบโดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค และหากได้กมธ.ครบก็เดินหน้ายกร่างกรอบความเห็นที่จะเสนอต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทันที ซึ่งขณะนี้ทุกคนทราบดีว่ากำลังทำอะไร ยืนยันว่าทุกคนมีสปิริตที่ดีเยี่ยมจะเดินหน้าทำงานอย่างมั่นคงและมั่นใจ กระบวนการต่างๆยังเป็นไปตามพันธกิจที่วางไว้ตามที่ได้รับมอบหมาย
เมื่อถามว่าการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ได้ขอความร่วมมือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลหรือไม่ เพราะยังประกาศกฎอัยการศึก นายเทียนฉาย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือ เพราะอยู่ระหว่างเตรียมการ และต้องรอให้มีกมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังคิดความเห็นก่อน ซึ่งสปช.จะใช้รูปแบบการพูดคุยกับคสช.เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยไม่ต้องทำหนังสือเป็นทางการไปยังคสช. และบรรยากาศขณะนี้ถือว่าไม่มีผลกระทบต่อการรับฟังความคิดเห็น เพราะไม่มีความขัดแย้ง จึงไม่จำเป็นต้องขอให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกบางพื้นที่ แต่จะใช้กระบวนการรับฟังความเห็นรูปแบบที่มีความหลากหลาย เช่น การเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งความเห็นมายังสปช.โดยตรง ผ่านตู้ปณ.หรือช่องทางอื่น
เมื่อถามว่าอาจมีคนบางกลุ่มใช้โอกาสนี้รวมตัวกันหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลยอมรับว่ายังมีคลื่นใต้น้ำเคลื่อนไหวอยู่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการรวมตัวเพื่อให้ความเห็นที่ดีกับอนาคตประเทศที่จะปรากฏในรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรขัดกฎหมาย มั่นใจมากว่าการรับฟังความเห็นจะประสบความสำเร็จ แม้ว่ามีคลื่นใต้น้ำก็ไม่เป็นไร เพราะเราอยู่บนน้ำ จึงอยากขอให้ทุกคนเอาใจช่วยเพื่อให้การทำภารกิจเพื่อประเทศประสบความสำเร็จ
"วิษณุ"ยันไม่ปิดกั้นประชามติรธน.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนออภิรัฐมนตรี ว่า ไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ ส่วนแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น คาดว่าข้อเสนอต่าง ๆ จะมีการตกผลึกหลังวันที่ 19 ธ.ค. ช่วงนี้ใครมีอะไรก็เสนอได้ และทราบว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเชิญพรรคการเมืองมาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งถือว่าดี อย่างไรก็ตาม มองว่าการเขียนข้อห้ามทำรัฐประหารในรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีประโยชน์ ต้องอยู่ที่การยอมรับ ความรู้สึกนึกคิด อะไรที่รู้สึกว่าเป็นที่ยอมรับ ก็จะหวงแหน และไม่อยากให้แก้
ส่วนการทำประชามตินั้น นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นการป้องกันรัฐธรรมนูญได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนเสนอในหลายแนวทาง เช่น การทำประชามติบางมาตราก็เป็นสิ่งที่ดี แต่หากจะทำประชามติทั้งฉบับก็สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ปิดกั้น แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังการทำประชามติที่ประชาชนยังไม่เข้าใจ จะเป็นแบบสุกเอาเผากินได้ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก การที่จะให้ชาวบ้านเข้าใจถ่องแท้ก็เป็นเรื่องที่ยาก





