"วิษณู" รองนายกฯยันไม่ขัดแย้งเสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯจังหวัด ส่วนเรื่องภาษีมรดกลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจงสื่อกรณีแนวคิดเสนอให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งจะเป็นการสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขัดแย้ง ถ้าเรามองไม่ขัดแย้งก็ไม่ขัดแย้ง เราเปิดโอกาสให้เขาเสนอ ถ้าเสนอแล้วเป็นความขัดแย้งก็ไม่ต้องเสนอ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องร่างอะไรกันแล้ว อย่ามองเป็นความขัดแย้งเลย
ส่วนจะมีการกำหนดระยะการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารและนักการเมืองในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบต้องไปถามคนร่างบ้าง
เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องมีการเขียนเรื่องการรักษาการกรณีที่ไม่มีรัฐบาล ที่ถกเถียงเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คุณยิ่งลักษณ์ เขาก็บอกว่าไม่ใช่ไม่มีรัฐบาล เขายังเป็นอยู่ แต่ต้องมีคนมารักษาการณ์ เหมือนสมัยตนลาออก ก็ไม่มีตำแหน่งว่าง มันไม่มีกฎหมายมาห้ามการลาออกได้ ห้ามท้องก็ห้ามไม่ได้ด้วย ห้ามตายก็ไม่ได้ มันต้องมีคนเหลืออยู่เท่านั้นเอง หากไม่อยากอยู่ก็ลาออก หากไม่ยอมให้เขาลาออก เขาก็ทำตัวเขาเองให้ขาดคุณสมบัติ แล้วทีนี้เราจะยังให้เขาดำรงตำแหน่งต่อได้หรือ แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ควรจะเขียนอะไรให้ชัดกว่าเดิมเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่ามีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาปรึกษาบ้างไหม นายวิษณุกล่าวว่า จะมาปรึกษาทำไม แต่ละท่านเก่ง ๆ ทั้งนั้น ยังไม่เริ่มร่างกันเลย และเห็นว่าทางกมธ.จะเชิญพรรคการเมืองมาให้ข้อมูลในการร่างรธน.ด้วย ซึ่งก็ถือว่าดี ไล่ทุกพรรคเลย
ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมผลักดันร่างพ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก นายวิษณุ กล่าวว่า มันคงทำให้เกิดความคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่คงไม่ไปไกลขนาดเกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะสังคมพูดถึงเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว และมองว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และสังคมเองก็เรียกร้อง เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความมั่นใจว่าไม่ได้ไปรังแกคนยากคนจน คนมีมรดกน้อย เบี้ยน้อยหอยน้อย หรือแม้แต่คนร่ำรวยมั่งคั่งจะไม่ขนเงินหนีไปนอกประเทศกันหมด ให้เขามีความมั่นใจว่ามีความเป็นธรรม ตนเข้าใจว่าหลักการในกฎหมายดังกล่าวคือให้ความเป็นธรรมพอสมควรแล้ว ในหลายประเทศมีการจัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรกของมรดก แต่กฎหมายดังกล่าวนั้นไม่ใช่ 50 ล้านบาทแรกไม่ต้องเสียภาษี หนำซ้ำหากมีหนี้สินก็จะให้นำหนี้สินมาหักยอดออกก่อนด้วย สมมติได้มรดก 100 ล้านบาท แต่เป็นลูกหนี้อยู่ 70 ล้านก็ต้องหักออกไปก่อน ส่วนภาษีที่จะเสียก็คือส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งก็พอจะไปได้ เข้าไปในสภาก็อาจจะมีการปรับตัวเลขอีกก็ได้
เมื่อถามว่าในหลายประเทศทำไมไม่มีการจัดเก็บภาษีมรดก นายวิษณุ กล่าวว่า มีประเทศที่เลิกไป เพราะมีเหตุผลหลายอย่าง แต่ประเทศที่เลิกไปนั้นได้ผ่านช่วงเวลาที่เก็บภาษีดังกล่าวแล้วจึงไม่ต้องเก็บ แต่ของประเทศเรายังไม่ได้เริ่มเลย เพราะฉะนั้นหากไม่มีเราก็ต้องคิดภาษีอื่นมาทดแทน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหากับคนยากคนจนมากกว่า จึงต้องเก็บ แล้วในอนาคตจะเลิกเสียหรือผ่อนลงก็แล้วแต่ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเรียกเก็บไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ อาจจะ 3 เปอร์เซนต์ 5 เปอร์เซนต์ก็ได้ ตามกำหนดที่จะออกโดยพระราชกฤษฎีกา
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีความมั่นใจที่จะตามเก็บภาษีได้หมดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงจะไม่ตั้งใจจะไปไล่ตาม มันมีขึ้นมาเป็นระบบเอาไว้แล้วก็เก็บเท่าที่เก็บได้ เหมือนภาษีอื่น ๆ ที่มีเล็ดลอดหลุดออกไปได้อยู่ดี แต่ก็ได้บ้าง ทำให้คนจำนวนหนึ่งเห็นว่า ในสังคมนี้ยังมีการลดความเหลื่อมล้ำอยู่ รัฐไม่ได้ต้องการเงินภาษีดังกล่าวมาทำอะไร ตรงกันข้ามหากใครมีมรดกแล้วนำไปตั้งมูลนิธิหรือทำการกุศล เช่น ให้วัดหรือบริจาคให้มูลนิธิจะได้รับการงดเว้นภาษี





