วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พร้อมพงศ์'บุกปปช.ทวงถามคดีปรส.

"พร้อมพงศ์"บุกทวงถามคดี ปรส. จี้ปปช.ฟ้องเอง ก่อนหมดอายุความ 30 พ.ย.นี้

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดีที่องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่กำลังจะหมดอายุความ ทั้งนี้มี นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยนายพร้อมพงศ์ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนและมีการติดตามทวงถามคดีมาโดยตลอด และสำนักงานป.ป.ช.ได้ชี้แจงว่า อายุความคดีอาญา เรื่องนี้ทั้งหมดจะขาดอายุความ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประเทศชาติ

และป้องกันมิให้ผู้กระทำผิด หลุดพ้นคดีดังกล่าว โดยไม่มีเหตุอันควร ตนจึงขอทราบผลดำเนินการพิจารณาคดีตามที่ได้กล่าวมา และเป็นการแจ้งเตือนการพิจารณาคดีดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อนจะขาดอายุความ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คดีปรส.เป็นการล้มบนฟูกประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยส่วนคนที่ได้ประโยชน์เรื่องนี้ตนเชื่อว่าต้องอยู่เบื้องหลัง ต่างกับคดีจำนำข้าวที่ป.ป.ช.มีการเร่งคดีนี้มีการดำเนินการให้เห็นว่าการตรวจสอบต่างกับคดีปรส.แม้แต่คดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่มีการร้องเอาผิด ทั้งที่ไม่มีผู้ร้องป.ป.ช.ก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าเปรียบเทียบการดำเนินงานของป.ป.ช.ที่ผ่านมาซึ่งวันนี้ก็จะมีการปฏิรูปประเทศโดยมีองค์กรต่างๆเข้ามาดำเนินการ ตนจึงอยากถามถึง 5องค์กรหลักอย่างคสช.-รัฐบาล-สนช.-สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

"ถ้าคดีปรส.หลุด ท่านต้องพิจารณาจะต้องมีการการพิจารณาปฏิรูปป.ป.ช.หรือไม่" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีสร้างโรงพักทดแทนรัฐบาลและคสช.ต้องอนุมัติเงินเพิ่มอีก 3 พันล้าน ความเสียหายเกิดขึ้น โรงพักเหลือแต่เสาแต่ตอมูลค่า 5 พันกว่าล้าน รวมเป็น 8 พันกว่าล้านที่ให้มีการสร้างโรงพักใหม่ วันนี้คดีถึงไหน คดีที่1.คดีปรส.ผ่านกว่ากว่า 10 ปีตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย คดีที่ 2.คดีสร้างโรงพักทดแทนของรัฐบาลอภิสิทธิ์เกิดขึ้นก่อนคดีจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนจึงมองว่า 5 องค์กรที่เกี่ยวข้อง ต้องดูการทำหน้าที่ของป.ป.ช.หรือไม่ว่า ต้องมีการปฏิรูป ให้มีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐานเดียว มิเช่นนั้น จะถูกมองว่าการดำเนินการลักษณะเช่นนี้จะเกิดความเสียหาย

ด้านนายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวในขณะที่รับหนังสือ ว่า " คดีที่เกี่ยวกับปรส.นั้นทางป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดไปหมดทุกคดีแล้ว ซึ่งเรื่องอยู่ที่อสส.และก็ยังมีความเห็นว่ามีข้อไม่สมบูรณ์อยู่"

นายเรืองไกร กล่าวว่า ทางผู้แทนป.ป.ช.ที่เป็นคนรับหนังสือนั้นได้ระบุแล้วว่าเรื่องนี้ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดไปหมดแล้วและเรื่องอยู่ที่อัยการ แต่ที่เราเป็นห่วงคือคดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 30 พ.ย. 2557 นี้ ดังนั้นป.ป.ช.ควรใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเอง เพื่อให้อายุความสะดุดหยุดลง ไม่ใช่ปล่อยเรื่องแล้วผลักภาระให้อัยการสูงสุด เพราะความเสียหายที่เกิดจากคดีนี้มีจำนวนสูงมากถึง 8 แสนกว่าล้านและรวมดอกเบี้ยประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท อยู่ในหนี้สาธารณะ ซึ่งตกเป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ใช้กัน 50 ปีก็ไม่หมด และส่งผลให้กระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็นกองทุกฟื้นฟูก็โยนไม่ยอมรับทำบัญชีเรื่องนี้เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เด็กที่เกิดใหม่ก็แบกรับหนี้ทันที ดังนั้นป.ป.ช.ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ออกมา อย่าอ้างว่าสำนวนอยู่กับใคร เพราะเป็นองค์กรอิสระก็ต้องทำให้ชัดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้อายุความสะดุดหยุดลงให้ได้