วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่อยืดถอดถอนยิ่งลักษณ์

สนช.ส่อยืดถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ทีมทนายอ้างยังไม่ได้รับเอกสาร วิปจ่อหารือ ป.ป.ช.เมินสอบซ้ำจำนำข้าว

หวั่นพยานกลับคำให้การ สปช.ชู 6 เป้าหมายปฏิรูปประเทศ "เทียนฉาย"ย้ำฟังความเห็นทุกฝ่าย "นิด้า-ธรรมศาสตร์"จ่อยื่นโมเดลปฏิรูป ด้าน"ไพบูลย์" ค้านแนวคิดอภิรัฐมนตรี เหตุประชาชนไม่ยอมรับ เชื่อประชามติร่างรธน.ไม่มีประโยชน์

กรณีที่การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีการพิจารณาเรื่องถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นครั้งแรกในวันที่ 12 พ.ย.ซึ่งทีมทนายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แจ้งว่าจนถึงล่าสุดยังไม่ได้รับเอกสารจาก สนช.นั้น น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. ระบุว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็สามารถผ่อนผันได้ โดยวันอังคารนี้ (11 พ.ย.) วิป สนช.จะประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้ามีเหตุมีผลก็สามารถที่จะเสนอต่อที่ประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย.ให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องเพิ่มพยานและกำหนดวันแถลงเปิดคดีได้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.ว่าจะเห็นอย่างไร อย่างไรก็ดี การประชุม สนช.ในวันที่ 12 พ.ค. คงไม่สามารถเลื่อนได้ เพราะจะมีปัญหาเรื่องกรอบเวลา 30 วันที่ต้องประชุมครั้งแรกหลังได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช.

ทีมทนายยันยังไม่ได้รับเอกสาร

ด้านนายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาทีมทนายคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จนถึงล่าสุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ จาก สนช.อย่างไรก็ตาม ทางทีมทนายได้ส่งหนังสือทักท้วงไปยัง สนช.แล้ว นอกจากนี้ทีมทนายยังได้ทำหนังสือไปอีก 2 ฉบับ คือ 1.คัดค้านอำนาจการถอดถอนของ สนช. และ 2.ขอให้ประธาน สนช.กำชับให้ สนช.ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 161 ที่ระบุว่า หลังจากมีการรับเรื่องถอดถอนไว้พิจารณาจนสิ้นสุดกระบวนการ สมาชิก สนช.จะต้องวางตัวเป็นกลางและเที่ยงธรรม ดังนั้นในการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. ที่ประชุมควรจะนำคำร้องทั้ง 3 ฉบับของทีมทนายมาพิจารณา และควรจะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม การที่ประธาน สนช.ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ผู้ถูกกล่าวหาศึกษาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนประชุมนัดแรก แสดงว่าเป็นการกระทำที่ขัดข้อบังคับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากในการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย.ปรากฏว่า สนช.ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหาจริง ที่ประชุมก็จะต้องนัดประชุมอีกรอบ เพื่อดำเนินการส่งเอกสารให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ แล้วจึงจะมาพิจารณาว่าจะให้เพิ่มเติมพยานหลักฐานในการพิจารณาหรือไม่ และจะกำหนดวันเริ่มแถลงเปิดสำนวนวันใด ซึ่งจะทำให้กระบวนการถอดถอนทอดยาวไปอีกอย่างน้อย 15 วัน

ป.ป.ช.เมินสอบพยานซ้ำปมจำนำข้าว

ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าสุด นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการประชุมคณะทำงานร่วมอัยการสูงสุด(อสส.) กับป.ป.ช.ที่พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณี ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติไปแล้วว่าพยานดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด โดยพยานบุคคลในคดีนี้ที่ป.ป.ช.เคยสอบไปแล้ว จะไม่มีการสอบซ้ำอีกตามที่อสส.เสนอ เนื่องจากเกรงว่าพยานจะแตกจนทำให้สำนวนที่ป.ป.ช.เคยชี้มูลหละหลวม และอาจเกิดกรณีกลับคำให้การ

ทั้งนี้ยอมรับว่าหากป.ป.ช.ต้องดำเนินการส่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเองก็มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดจุดอ่อนในการดำเนินการ โดยเฉพาะการต้องว่าจ้างทนายมาฟ้องคดีแทน ซึ่งประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญย่อมจะสู้อสส.ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงและทำงานในส่วนนี้มาโดยตลอด

สปช.ตั้ง6เป้าหมายปฏิรูป

ขณะที่ในการสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่อง "สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก" ซึ่งมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธาน โดยรูปแบบการสัมมนานั้นมีการแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม เพื่อให้สมาชิกได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน

ทั้งนี้นายเทียนฉาย กล่าวตอนหนึ่งถึงเป้าหมายที่ทำให้การปฏิรูปมีผลสำเร็จใน 6 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปแล้วต้องได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมต่อสภาพสังคมไทย 2.เราจะมีระบบเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม 3.มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต คอร์รัปชัน 4.จะขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและพัฒนาที่ยั่งยืน 5.กลไกรัฐสามารถให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว และ 6.ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดเป็นธรรม

ทั้งนี้กรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 ด้าน มีเป้าหมายใน 6 ข้อที่ต้องทำให้เกิด แต่อาจจะยืดประเด็นออกไปหรือลดมากกว่า 18 ด้าน ก็สามารถทำได้ แต่เราจะเดินไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะมีเวลาจำกัดอาจจะไม่ทัน

"เทียนฉาย"พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย

นายเทียนฉาย ยังให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ใกล้เวลาที่เราจะต้องเสนอความเห็นต่อกมธ.ยกร่างฯแล้ว ดังนั้น คงต้องเตรียมกรอบความเห็นให้เร็วที่สุด ขณะนี้มีบุคคลยื่นความจำนงเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้ว ส่วนการจัดเวทีแสดงความเห็นสปช.จะเริ่มเข้าไปรับฟังและเก็บความเห็น อาทิ ผลงานของสถาบันพระปกเกล้าฯ โดยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็จะเข้ามายื่นผลงาน “นิด้าโมเดล” รวมถึงผลงานด้านสื่อสารมวลชนจากกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะมาให้ข้อมูลในสัปดาห์นี้เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าข้อมูลนำมาประมวลอาจไม่ถึงกมธ.ยกร่างฯจนนำไปสู่การปรับปรุงนั้น นายเทียนฉาย กล่าวว่า สปช.มีมาตรการนำไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีกมธ.ที่มาดูเรื่องนี้ แต่ถ้ามีการแสดงความเห็นเข้ามาก็พร้อมรับ โดยจะเปิดตู้ปณ.ให้แสดงความเห็น รวมถึงทางระบบออนไลน์ก็จะเปิดได้สัปดาห์นี้

เมื่อถามว่า จะนำข้อเสนอพระปกเกล้าในเรื่องการถ่วงดุลอำนาจมาพิจารณาหรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า คงมาเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งการวิจัยดังกล่าวเข้าใจว่าเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯได้ชี้แจงว่าไม่ใช่ เพราะเป็นความเห็นของผู้อภิปราย และคิดว่าประเด็นนี้สถาบันพระปกเกล้าต้องไปสังเคราะห์ความคิดเห็นอีกครั้ง ว่าจุดยืนสถาบันเป็นอย่างไร โดยเฉพาะข้อเสนอให้มีการจัดดุลอำนาจอภิรัฐมนตรี ก็ถือเป็นข้อเสนอที่พร้อมรับฟังได้

"อลงกรณ์"ยันสปช.ทำตามรธน.

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสปช. กล่าวถึงข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่มีการเสนอให้มีอภิรัฐมนตรีเหนือรัฐมนตรีว่า สมาชิกยังไม่มีการพิจารณา แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทุกฝ่ายร่วมกันเสนอความเห็นการปฏิรูปประเทศ ซึ่งสปช.จะนำข้อเสนอต่างๆ มาประมวลความเห็น โดยผ่านคณะกมธ.วิสามัญประจำสภา ทั้ง 18 คณะ

สำหรับข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่เสนอให้มีการทำประชามติ เกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะให้ร่างฉบับนี้เป็นที่ยอมรับ และผ่านการเห็นชอบจากประชาชน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม สปช.จะมีการตั้งกมธ.วิสามัญอีก 5 คณะ เพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานก่อนเสนอให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 19 ธ.ค. นี้

"ไพบูลย์"ค้าน"อภิรัฐมนตรี-ประชามติรธน."

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสปช.และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญในอดีตมีการเขียนให้อำนาจกับ 3 ฝ่าย คืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ที่ดีอยู่แล้ว การให้มีอภิรัฐมนตรีขึ้นมาควบคุมอำนาจเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และประชาชนอาจจะไม่ยอมรับ

ส่วนข้อเสนอที่จะให้มีการจัดทำประชามติ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนไม่เห็นด้วย ทั้งนี้เห็นว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนที่แท้จริงต้องอยู่ในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนขอเสนอว่าต้องมีการสำรวจความเห็นประชาชนโดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาสำรวจในแต่ละประเด็น และนำมาประมวลผลส่งให้กมธ.ยกร่างต่อไป

เปิดโผปธ.กมธ.วิสามัญปฏิรูป18คณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสปช.ทั้ง 18 คณะ ที่ น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา ได้จัดสรรครบทุกคณะครบแล้ว โดยในการสัมมนาของสมาชิกสปช.ในวันนี้ (10 พ.ย.) จะมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อแสดงแนวความคิดภายใต้หัวข้อ “เราจะนำผลจากภาพอนาคตที่ฝันไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร

กมธ.การเมือง"ชัย"ชิง"สมบัติ"

ทั้งนี้ตำแหน่งประธานกมธ. 18 คณะนั้น ขณะนี้ในบางคณะยังถกเถียงกันอยู่คือ อาทิกมธ.ปฏิรูปการเมือง มีการชิงตำแหน่งกันระหว่าง นายชัย ชิดชอบ และนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์, กมธ.วิสามัญปฏิรูปพลังงาน ชิงกันระหว่างนายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ และนายอลงกรณ์ พลบุตร , กมธ.วิสามัญปฏิรูปการแรงงาน ชิงกันระหว่าง พล.ท.เดชา ปุญญบาล และนายประสาร มฤคพิทักษ์ และกมธ.วิสามัญปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ชิงกันระหว่างนางตรึงใจ บูรณสมภพ และนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ส่วนกมธ.ที่ได้ประธานกมธ.ลงตัวแล้ว อาทิ กมธ.วิสามัญปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น คือนายพงศ์โพยม วาศภูติ ,กมธ.วิสามัญปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ นายปราโมทย์ ไม้กลัด ,กมธ.วิสามัญปฏิรูประบบสาธารณสุข คือ นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ , กมธ.วิสามัญปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส คือ นายอำพล จินดาวัฒนะ ,กมธ.วิสามัญปฏิรูปป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คือ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ,กมธ.วิสามัญปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค คือ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง และกมธ.วิสามัญปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

เหลือ 7 คณะไม่ลงตัว

อย่างไรก็ตามกมธ.ที่ยังไม่มีความชัดเจนในการเลือกตำแหน่งประธานกมธ. คือ กมธ.วิสามัญปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน กมธ.วิสามัญปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กมธ.วิสามัญปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง กมธ.ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และการบริการ กมธ.วิสามัญปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ กมธ.วิสามัญปฏิรูปการกีฬา และกมธ.วิสามัญปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ จะมีการนำรายชื่อกมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะให้ที่ประชุมใหญ่สปช.รับรอง ในวันที่ 11 พ.ย. ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ประจำกมธ.ทั้ง 18 คณะอย่างเป็นทางการ