"เทียนฉาย"กระตุ้น 250 สมาชิก ปรับแนวคิดรวมเป็นหนึ่ง มุ่งสู่อนาคตประเทศไทย ชี้ 6 เป้าหมาย ทำปฏิรูปสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดสัมมนาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่อง สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. เป็นประธานการสัมมนา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกเดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายเทียนฉาย กล่าวตอนหนึ่งว่า จากนี้ไปเราจะเดินไปอย่างมั่นคงและมั่นใจ โดยมีเจตนา 3 - 4 เรื่อง คือ 1.เสริมสร้างสานสัมพันธ์สมาชิกสปช. ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการทำงานข้างหน้า เพราะโอกาสที่จะมีความขัดแย้งความคิดมีอยู่สูง แต่การไม่ลงรอยจะไม่เป็นอุปสรรคการทำงาน 2.กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิรูปประเทศ 3.เส้นทางจะไปสู่อนาคตที่ความคาดหวังได้อย่างไร และ4.จะนำผลภาพวาดอนาคตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ซึ่งตนคิดว่าใน 4 ประเด็นนี้เราทำได้แน่ในสองวันนี้ โดยจะชวนให้สมาชิกคิดพร้อมๆกันและจูนความคิดให้ตรงกันด้วยการเดินหน้าคิกอ๊อฟจะทำได้เร็วมากขึ้น การปฏิรูปจะพบว่ามีทั้งประเด็นหลัก และประเด็นย่อยที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะเห็นมีมากกว่า 18 เรื่อง แต่บางอย่างแค่แก้ไขประกาศหรือคำสั่งก็แก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องมีการปฏิรูปเพียงแต่ เราอาจจะช่วยกระตุ้น แค่ปรับแนวคิด องคาพยพ ถึงจะแก้ปัญหาได้
นายเทียนฉาย กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าเป้าหมายที่ทำให้การปฏิรูปมีผลสำเร็จมีด้วยกัน 6 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปแล้วต้องได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมต่อสภาพสังคมไทย 2.เราจะมีระบบเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม 3.มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต คอร์รัปชัน 4.จะขจัดความเลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคมและพัฒนาที่ยั่งยืน 5.กลไกรัฐสามารถให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว และ 6.ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดเป็นธรรม ซึ่ง18 ด้านนี้มีเป้าหมายใน 6 ข้อที่ต้องทำให้เกิด แต่อาจจะยืดประเด็นออกไปหรือลดมากกว่า 18 ด้านก็สามารถทำได้ แต่เราจะเดินไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะมีเวลาจำกัดอาจจะไม่ทัน
นายเทียนฉาย กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการปฏิรูปน่าจะมีหลายวิธีและหลายกระบวนการ คือ 1.ให้สาธารณชนมีส่วนร่วม 2.การฟังความเห็นของสาธารณะและประชาชน โดยจะได้ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมประชาชน แต่กระบวนการให้มีส่วนร่วมนั้นควรจะต้องมีความรอบคอบ อาทิ ประสานสัมพันธ์ให้ดี มีเอกภาพ ทั้งรูปแบบและวิธีการ การจัดให้มีการเข้าไปร่วมรับฟังกรณีที่มีผู้จัด บทบาทของสปช. กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ต้องวางกันให้ดี เพราะต้องไม่สะดุดขาตัวเราเอง ถูกต้องและยอมรับได้ในระเบียบวิธีให้มีส่วนร่วมของการให้มีส่วนร่วมและรับฟังความเห็น ไม่ใช่สักแต่ให้มีเท่านั้น แต่เพื่อให้ได้ผลรับที่ถูกต้องและไม่มีอคติ เพราะการฟังความเห็นประชาชน ไม่สามารถฟัง 64 ล้านคน บางคนบางเวลาต้องจำแนกให้ดีด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งหมดต้องวางแผนให้ดี กรรมาธิการแต่ละชุดต้องรับผิดชอบให้มากๆ ก่อนจะไปถึงจังหวัด
"ระวังเรื่องอ๊อฟไชด์กรอบอำนาจต้องทำให้ดี กรรมาธิการต้องเร่งรัดและเร่งมือ สมาชิกาอาจจะต้องชะลอสักนิด เพื่อรอทีม เรากำลังเร่งมืออยู่แล้วและไปด้วยกันแต่ การฟังและให้มีส่วนรวมไม่ใช่คำมั่นสัญญาแต่เป็นการเอาข้อมูลมาประกอบร้อยเรียงเพื่ออนาคตประเทศไทย เราเดินหน้ามาได้เร็วพอสมควรขนาดนั้นยังไม่ทันใจ เราจะเร่งอีก ภารกิจเราทุกคนอยู่ที่กรรมาธิการ18 คณะ แม้ท่านไปร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างก็ต้องไม่ลืมว่ายังอยู่ในกรรมาธิการ 18 คณะด้วย และถือเป็นความสำคัญที่เร่งด่วนแรก ส่วนการให้มีฟังความเห็นให้เป็นลำดับรอง ดังนั้นกรรมาธิการจะต้องไม่ขาดองค์ประชุม เพราะเวลาประชุมจะซ้อนกัน"นายเทียนฉาย กล่าว
นอกจากนี้ นายเทียนฉาย ยังกล่าวฝากถึงสมาชิก ว่า ต้องช่วยกันระวังป้องกันเรื่องข้อมูลที่ประชาชนอาจจะเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมามีบางช่วงหากติดตามจากสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่มีการรายงานข้อมูลอย่างรวดเร็ว หากเรามองจากภายนอกจะงงว่าสปช.ทำอะไรกัน บางครั้งออกอาการเป๋ จึงต้องค่อยๆทำความเข้าใจและรีบให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ประธาน รองประธาน เลขานุการ และโฆษก ต้องเริ่มต้น ทุกคนต้องพูดผ่านโฆษกเท่านั้น บางคนอาจจะให้ข้อมูลบ้าง หรือไปสัมภาษณ์บ้าง ก็ต้องเคลียร์ ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวไม่ใช่ความเห็นของสปช.จึงขอให้ระวังเรื่องนี้เพราะหากเกิดปัญหาจะต้องใช้เวลาแก้นาน นอกจากนี้อาจจะจำเป็นต้องมีคณะทำงานประชาสัมพันธ์มาช่วยและวางแผน ให้ข้อมูลทั้งสองด้าน กับสมาชิกและสาธารณะโดยตนจะมีการเรียกประชุมสปช.ในวันที่11 พ.ย.นี้ เพื่อให้มีการรับทราบการตั้งกรรมาธิการทั้ง 18 คณะและขอมติให้กรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปด้วย เพื่อเร่งจัดให้มีกรรมาธิการวิสามัญอีก5 คณะ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าอย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาดังกล่าวจะมีรูปแบบการสัมมนาโดยการจัดให้สมาชิกได้มีการพูดคุยกันโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม ภายใต้กิจกรรม "ความทรงจำ : การเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในรอบ 50 ปี และ อนาคตใน 20 ปีที่อยากเห็น : ฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า โดยจะมีการหลอมรวมวิศัยทัศทั้งหมดของสมาชิกทั้ง 250 คน ในการทำงานร่วมกับประชาชน เพื่อเป็นข้อตกลงและสรุปผลที่จะส่งมอบให้กับลูกหลานต่อไปในอนาคตว่าประเทศไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นอกจากนี้ในช่วงเย็นยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสปช.ด้วย





