วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอจัดตารางเวลาลงพื้นที่สุ่มจ่ายเงินช่วยชาวนา

ดีเอสไอจัดตารางเวลาลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาภาคอีสาน สั่งกรรมการระดับตำบลตรวจที่นาทุกแปลง

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15,000 บาท ว่า ในส่วนของดีเอสไอรับผิดชอบตรวจสอบการจ่ายเงินชาวนาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดลงพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์นี้ซึ่งจะแบ่งการทำงานเป็น 2 ช่วงคือช่วงแรกคือก่อนวันที่ 15 พ.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดการขึ้นทะเบียนชาวนา จะเป็นช่วงของการป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริต ด้วยการซักซ้อมทำความเข้าใจแนวทางการทำงานระหว่างคณะทำงานตรวจสอบสิทธิระดับตำบลให้ลงตรวจสอบที่นาทุกแปลง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนหลังวันที่ 1 ต.ค. รวมไปถึงการเช่าที่นาที่เป็นการเช่าที่จากเกษตรกรรายเดิมซึ่งอาจเป็นการกระจายสิทธิกัน นอกจากนี้จะชี้แจงว่าจะไม่มีการเรียกเก็บเงินในการลงตรวจที่นา และต้องไม่มีกรณีที่เจ้าของที่นาไปขอส่วนแบ่งเงินช่วยเหลือ หากฝ่าฝืนจะถือเป็นความผิดเพราะวัตถุประสงค์ในการจ่ายเงินช่วยเหลือของรัฐบาลคือชาวนาที่เป็นเกษตรกรตัวจริง เจ้าของที่ดินไม่มีสิทธิรับส่วนแบ่ง เพราะเจ้าของที่ดินได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าเช่าที่นาจากชาวนาไปแล้ว ทั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติว่าต้องตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบชาวนาได้โดยเด็ดขาด โดยดีเอสไอจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูล และรับแจ้งเบาะแสนำไปแก้ไขต่อไป

ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวต่อว่า ช่วงหลังวันที่ 15 พ.ย. จะเป็นช่วงของการตรวจสอบตามข้อมูล และเบาะแสที่ได้รับจากการร้องเรียนหรือสืบสวนของเจ้าหน้าที่ เช่น กรณีเจ้าของที่นาไม่มีสิทธิไปข่มขู่ขอแบ่งเงินช่วยเหลือจากชาวนา หากพบว่ามีการข่มขู่เพื่อขอส่วนแบ่งเงินในส่วนนี้ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติกำลังพิจารณาความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ของศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ. มีดังนี้วันที่ 5 พ.ย. ที่อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา วันที่ 6 พ.ย. ที่อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา อ.เมืองลำพูน และอ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน วันที่ 7 พ.ย. ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา วันที่ 12 พ.ย. ที่อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี และอ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ และวันที่ 13 พ.ย. ที่อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี และอ.ละหาน จ.บุรีรัมย์