"บวรศักดิ์"แง้มไอเดียรธน.ใหม่ต้องสร้างหลักปรองดอง ป้องกันแตกแยก ไม่เห็นด้วยเลือกนายกฯโดยตรง เพราะเข้ามาแทรกแซง
"บวรศักดิ์"แง้มไอเดียรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องสร้างหลักปรองดอง ป้องกันแตกแยก ก่อนแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมเผยตุ๊กตายกร่างที่เสนอให้ กมธ.พิจารณา บอกประชานิยมคือตัวพ่อของระบบอุปถัมภ์ ทำให้ประชาชนหวังพึ่งพิงแต่รัฐ ค้านข้อเสนอเลือกนายกฯโดยตรง-อภิรัฐมนตรี ด้าน "เลิศรัตน์" เผยเตรียมตั้ง อนุกมธ.ยกร่างฯอีก 6-8 คณะเก็บข้อมูลด้านต่างๆ
วานนี้ (8 พ.ย.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาในงานประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557 เรื่อง 8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย : พลวัตแห่งดุลอำนาจ ว่า 8 ทศวรรษ หรือนับตั้งแต่ พ.ศ.2475 ดุลอำนาจในประเทศนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จนมาถึงพ.ศ.2557ที่ขาดดุลระหว่างสถาบันการเมืองและพลเมือง ทำให้มีการเมืองบนถนน มีม็อบเสื้อแดง ม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อหลากสี จนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาแสดงเป็นรัฏฐาธิปัตย์ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ต้องแก้
เขากล่าวต่อว่า เหตุที่เป็นสาเหตุของปัญหาคือ 1.ความขัดแย้งที่เรื้อรังกว่า 10 ปี 2.ความไม่เป็นธรรมของการจัดทรัพยากร ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมจนเป็นจุดที่พรรคการเมืองใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นตัวพ่อของระบบอุปถัมภ์
3.การไม่สมดุลในการจัดสรรอำนาจในระบบการเมือง การปกครอง จนเป็นประเด็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างกัน ดังนั้นสิ่งที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ คือการสร้างดุลอำนาจใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า องค์กรที่จะสร้างดุลอันดับแรก คือ การสร้างดุลระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สปช.) และ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหากไม่ได้ดุล รัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน สปช.
จากนั้น คือ การสร้างดุลระหว่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้การปฏิรูปและการทำกฎหมายอื่นๆเดินหน้าได้
เผย 4 ข้อจำกัดยกร่างรธน.
อย่างไรก็ตามการจัดดุลดังกล่าวมีข้อจำกัด คือ 1.เวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีกรอบกำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ซึ่งกำหนดให้ประธาน สปช. ทูลเกล้าฯ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายในวันที่ 4 ก.ย.58 ถ้าต้องไปจัดทำประชามติด้วย ก็ประมาณต้นเดือน พ.ย.2558 ที่ไปดำเนินการ และกว่าจะเลือกตั้งได้ประมาณ ม.ค. หรือ ก.พ.2559
2.สาระที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 35 ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสปช.ไม่มีทางเลือกอื่น
3.บรรยากาศระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปที่เป็นไปท่ามกลางความขัดแย้งหลบในและภาคส่วนสังคมไม่มีความเชื่อใจ
4.ความหลากหลายของสมาชิก หากทำรัฐธรรมนูญใหม่ หรือมองปฏิรูปใหม่ ไม่สามารถปะผุได้ เพราะถ้าไปหยิบรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หรือ 2550 ที่มีสาเหตุและปัญหาต่างจากปี 2557 คงไม่สามารถทำให้เกิดการปฏิรูปแนวใหม่ได้
รธน.ต้องตอบโจทย์สร้างปรองดอง
เขากล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ คือ การสร้างความปรองดองที่ป้องกันไม่ให้มีปัญหาในระยะยาวเกิดขึ้น ซึ่งรัฐธรรมนูญสามารถสร้างองค์กรและกลไก ที่นำไปสู่กระบวนการสำคัญที่ใช้ในการปรองดองเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้สีหรือคนไทยฆ่ากันได้ ทั้งนี้ไม่ใช่การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม
"รัฐธรรมนูญเพื่อความปรองดองเป็นของใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญ ก่อนการสร้างความธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และการจัดสรรอำนาจใหม่ในเชิงโครงสร้าง" นายบวรศักดิ์ กล่าว
ไม่เห็นด้วยเลือกตั้งตรง"นายกฯ-ครม."
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การจัดดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ รัฐบาลต้องไม่เข้มแข็งจนเกินไป กรณีที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีและครม. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงนั้นมองว่าเป็นการซ้ำเติมปัญหามากกว่า เพราะรัฐบาลที่เข้มแข็งเกินไปจะเข้ามาเทรกแซงทุกเรื่อง
ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวอีกว่า ต้องนำบทบัญญัติที่ให้พรรคการเมืองสามารถไล่ ส.ส.ออกจากพรรคหากไม่ทำตามมติพรรคและทำให้ส.ส.นั้นพ้นสมาชิกภาพออกไป เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่
ตั้งสำนักงบติดเขี้ยวเล็บให้สภาฯ
เขากล่าวด้วยว่า ต้องตั้งองค์กรที่เท่าเทียม เช่น สำนักงานงบประมาณรัฐสภา เพื่อติดเขี้ยวเล็บให้สภาฯ ทัดเทียมและมีข้อมูลตรวจสอบฝ่ายบริหาร นอกจากนั้นในประเด็นการสร้างดุลระหว่างกลางกับการกระจายอำนาจองค์กรส่วนท้องถิ่นให้การบริการใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด รวมถึงมีองค์กรพิเศษในการทำงานและให้การปราบการทุจริตระดับท้องถิ่นที่ได้ผล
ขณะที่ดุลระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ หากให้ข้าราชการประจำต้องทำตามคำสั่งนักการเมือง แต่ต้องไม่ใช่การให้มาล้วงลูก อาจต้องเขียนในรัฐธรรมนูญว่าข้าราชการที่ทำตามคำสั่งทางวาจาต้องรับโทษางอาญาและทางแพ่งเพียงลำพัง
สุดท้ายคือดุลอำนาจระหว่างรัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม โดยการให้สภาที่สองมาจากทุกอาชีพเหมาะสมหรือไม่ หากสภาแรกมาจากการเลือกตั้ง แล้วสภาพหุนิยมต้องเป็นตัวแทนจากทุกสาขาวิชาชีพ ที่ไม่ใช่มาด้วยระบบสรรหา เพื่อการกลั่นกรองกฎหมาย
ปัดข้อเสนอ"อภิรัฐมนตรี"
อย่างไรก็ดี นายบวรศักดิ์ กล่าวถึงกรณีการเสนอให้มี "อภิรัฐมนตรี" ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า แต่เป็นเพียงความเห็นของคนเพียงคนเดียว
สำหรับข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยของ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งนำเสนอผลการประชุมกลุ่มที่ 1 หัวข้อ "การสร้างดุลยภาพในระบบโครงสร้างอำนาจรัฐ" โดยตอนหนึ่งได้เสนอให้จัดตั้งอภิรัฐมนตรีให้เป็นอีกดุลอำนาจที่ 4 นอกเหนือจากฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ โดยดุลอำนาจที่ 4 หรืออภิรัฐมนตรีจะมีอำนาจมากที่สุดในฐานะ "รัฏฐาภิบาล"
"เทียนฉาย"คาด10พ.ย.ได้ข้อสรุปปฏิรูป
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวเมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ถึงการสัมมนา สปช. เรื่อง สานพลัง สปช. ออกแบบอนาคตประเทศไทย ว่า ประเด็นสำคัญเพื่อให้สมาชิก สปช. ร่วมแสดงความเห็น เจตนารมณ์ และออกแบบอนาคตประเทศไทย รวมถึงวางแนวทางการทำงาน กำหนดเนื้อหาให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่างๆ ทั้ง 18 คณะว่าจะเดินหน้าทำงานอย่างไร รวมทั้งร่วมกันนำเสนอความเห็นส่งไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าภายในวันที่ 10 พ.ย.จะได้ข้อสรุปและจะแถลงข่าวให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการสัมนาดังกล่าวจะมีการกล่าวเปิดสัมมนา โดย นายเทียนฉาย ที่จะสะท้อนถึง ปัญหาของประเทศไปจนถึงแนวคิดปฏิรูปปัญหา นอกจากนั้นจะให้สมาชิก สปช. ด้านต่างๆ ร่วมกำหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปประเทศไทย ก่อนจะถอดแนวคิดเป็นโรดแมพ ภายใต้กิจกรรม "เราจะไปสู่อนาคตที่หวังไว้ได้อย่างไร หรือ Scenario for Thailand" จากนั้นจะนำโรดแมพดังกล่าวไปถกเถียงและร่วมกำหนดรายละเอียดของการทำงาน
จ่อตั้งอนุกมธ.ยกร่างรธน.6-8คณะ
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 พ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนัดที่สองเพื่อวางกรอบการทำงานของคณะ โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการชุดต่างๆ ขึ้นมาประมาณ 6-8 คณะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเรื่องที่จะยกร่างด้านต่างๆ ตามหมวดเนื้อหาที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ
เขากล่าวต่อว่า เมื่อได้ข้อมูลมาก็จะนำมารวมกับข้อมูลจากความเห็นจากทั่วสารทิศนำมายกร่างเป็นตุ๊กตาคร่าวๆ ไว้ก่อน เพื่อรอข้อมูลจากคณะกรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะที่จะส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ภายในวันที่ 19 ธ.ค.เพื่อนำไปยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ





