"ประวิช" เชื่อทำประชามติยกร่างรธน.ใช้เวลามากเท่าจัดเลือกตั้ง ยันหากคสช.มอบหมาย กกต.พร้อมหนุนเต็มที่
นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงข้อถกเถียงในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับจะต้องทำประชามติ และรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็ไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องทำประชามติ แต่สามารถที่จะดำเนินการได้ถ้ามีความเห็นร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูสาระสำคัญ และองค์ประกอบสถาบันการเมือง รวมถึงความคิดคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าจะเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญมากหรือน้อยเพียงใด ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมากกระทบต่อความเป็นอยู่ของชีวิตประชาชนก็สามารถทำประชามติได้ แต่การทำประชามติต้องใช้เวลา อย่างน้อยพอๆ กับการจัดการเลือกตั้งคือ 60 วัน และขึ้นกับประเด็นคำถามที่จะไปถามประชาชน ถ้าประเด็นมากก็ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องใช้ทั้งบุคลากรและงบประมาณที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
"การทำประชามติในเรื่องใดต้องถือว่าเรื่องนั้นสำคัญยิ่งของประเทศ เหมือนกรณีที่ กกต. ไปศึกษาดูงานการลงประชามติว่าสก็อตแลนด์จะแยกออกจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ ก็เป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ไม่ได้อยู่ๆ คิดว่าอยากทำประชามติ เพื่อให้เป็นรูปแบบหรือเป็นทางการขึ้นมา แต่การทำประชามติมีความละเอียดอ่อนแม้แต่การตั้งคำถาม เพื่อไม่ให้ได้เปรียบ เสียเปรียบ การที่จะทำให้ประชาชนลงประชามติได้ ประเด็นที่จะลงก็ต้องชัดเจนว่าลงไปแล้วหมายถึงอะไร คนที่จะลงประชามติก็ต้องเข้าใจ ประสบการณ์ที่ได้จากสก็อตแลนด์ เขาพิมพ์หนังสือเป็นล้านๆ ฉบับ ชี้ให้เห็นว่าถ้าลงคะแนนไปทางหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ลงอีกทางเกิดอะไรขึ้น และประชาชนได้รับข้อมูลที่เท่าเทียมกันอย่างนั้นจะเป็นประโยชน์ ทั้งนี้ หาก คสช. มอบหมายให้ กกต.จัดการทำประชามติก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการ" นายประวิช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า บรรยากาศความขัดแย้งในขณะนี้ยังมีความเสี่ยงสูงหรือไม่ หากจะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายประวิช กล่าวว่า ตนคิดว่าโรดแมปที่วางไว้ก็เดินหน้า มีกลไกรองรับความคิดเห็นต่างๆ ในระบบสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตรงนี้จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นในสังคม ยังไม่ถึงกับเกิดความขัดแย้งที่คุยกันไม่ได้
เมื่อถามว่า หน้าตาของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความหลากหลาย จะส่งผลต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายประวิช กล่าวว่า ตนไม่ขอลงรายละเอียดตัวบุคคล แต่มั่นใจว่าบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านประเทศ ทุกคนไม่ว่าเป็น สปช.หรือคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทุกคนมีวุฒิภาวะ รู้บทบาทหน้าที่ ควรต้องให้ความมั่นใจ และตนก็มีความเชื่อมั่นต่อ สปช. และกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดนี้ด้วย





