"ภุชงค์" เลขา กกต. สั่งการให้ กกต.จังหวัดพร้อมหนุนงานสปช.เต็มที่
เลขา กกต. สั่งการให้ กกต.จังหวัดพร้อมหนุนงานสปช.เต็มที่ ด้าน "จรุงวิทย์" สปช.การเมือง เชื่อแนวทางรับฟังความคิดเห็นยกร่างรธน. พร้อมเดินหน้า 12 พ.ย.นี้ ทั่วประเทศ ชี้ ประชามติรธน.ไม่จำเป็น ยุ่งยาก-ไม่เกิดประโยชน์ ยัน แค่แบ่งอนุกมธ.รับฟังความคิดเห็นปชช.เพียงพอแล้ว
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับการประสานจากนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ในฐานะเลขาธิการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ขอให้สำนักงาน กกต. ช่วยสนับสนุนช่วยเหลือการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน สนับสนุนสถานที่และบุคลากรสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สปช.จังหวัด และส่วนกลาง เพื่อทำหน้าที่รวบรวมปัญหาหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ในจังหวัดนำสู่ สปช. จังหวัดและส่งมาที่ส่วนกลาง โดยคณะ กกต. มีมติเห็นชอบสนับสนุนงานของ สปช. อย่างเต็มที่ ตนจึงมีหนังสือสั่งการเวียนเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้ กกต. จังหวัดเตรียมการเอาไว้ โดยมีหลายจังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว นอกจากนี้ยังมี สปช. หลายจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ พะเยา เชียงราย และชลบุรี ได้ประสานงานให้สำนักงาน กกต. จังหวัดเชิญบุคคลมาประชุม รวมทั้งขอใช้สถานที่ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นจะต้องรออนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นจาก สปช. จะกำหนดแผนการมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ส่งแผนใดๆมา
ทั้งนี้ นายภุชงค์ ยังกล่าวถึงการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ว่า หากรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้สำนักงาน กกต. ช่วยจัดทำประชามติ ทางสำนักงาน กกต. ก็พร้อม เพราะเป็นหน่วยงานที่ทำเรื่องนี้ตามกฎหมายอยู่แล้ว
นายจรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิกกต. ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สายการเมือง กล่าวว่า ในการสัมมนาสร้างวิสัยทัศน์ประเทศไทยของ สปช. ในระหว่างวันที่ 9 - 10 พ.ย. นี้ก็จะมีการถกเถียงในรายละเอียดว่า จะทำโครงของการรับฟังความคิดเห็นอย่างไร โดยวันที่ 11 พ.ย. ก็จะมาสรุปว่าร่างโครงการ และในวันพุธที่ 12 พ.ย.นี้ ก็จะลงมือทำเหมือนกันทั่วประเทศ โดย กกต. จังหวัดก็พร้อมแล้วที่จะให้การสนับสนุน เพราะเวลา 60 วันเพื่อรับฟังความคิดเห็นสรุปประเด็นส่งให้กรรมาธิการยกร่างมันเหลือน้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มมีความเชื่อแล้วว่าหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว แนวโน้มจะไม่มีการนำไปทำประชามติ เพราะยุ่งยาก สิ้นเปลืองและไม่เกิดประโยชน์ หวังขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นแตกประเด็นในละเอียด ชัดเจน และทั่วถึงจะเป็นตัวทดแทนการทำประชามติได้อย่างดี
นายจรุงวิทย์ กล่าวว่า หากการกำหนดประเด็นไปรับฟังและความมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นมีมากพอ ก็อาจไม่มีความจำเป็นในการทำประชามติหลังยกร่างฯ เสร็จ ซึ่งบทเรียนจากรัฐธรรมนูญปี 2550 คือทำประชามติให้ประชาชนรับโดยที่ไม่รู้เนื้อหา แต่รับเพื่อให้มีการเลือกตั้งไปก่อน
“มันไม่ใช่แค่เยสหรือโนแบบประชามติแยกประเทศของสก๊อตแลนด์มันง่าย แต่นี่เป็นรัฐธรรมนูญจึงกำหนดเนื้อหายาก หากจะออกแบบให้สามารถรับมาตรานี้ไม่รับมาตรานี้ก็ต้องใช้เวลามากขึ้น ไม่สามารถทำให้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด แต่ควรจะใช้วิธีแบ่งอนุกรรมาธิการเป็นกลุ่มย่อยๆ ไปรับฟังความเห็นให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งจะเท่ากับการทำประชามติย่อยๆ ในเนื้อหาหลายๆ ประเด็น เพราะเชื่อว่าห้วงเวลาไม่เอื้ออำนวยให้ทำประชามติหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญ” นายจรุงวิทย์ กล่าว





