นายกฯขีดเส้นตาย 7 รัฐวิสาหกิจ เร่งทำแผนฟื้นฟูแก้ปัญหาขาดทุน ให้เสร็จภายในธ.ค.นี้ ย้ำต้องหยุดภาวะขาดทุนให้ได้
คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ “ซูเปอร์บอร์ด” ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ก่อนหน้านี้ ได้สั่งการให้ 7 รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุน ประกอบด้วย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ซึ่งแต่ละแห่งจะต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอให้กับ“ซูเปอร์บอร์ด”
ล่าสุด พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่าสัปดาห์หน้าจะไปตรวจ 7 รัฐวิสาหกิจ ที่มีปัญหาการขาดทุน ที่อยู่ระหว่างส่งแผนฟื้นฟู ให้กับ“ซูเปอร์บอร์ด” พิจารณา เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน รายงานรายละเอียดเพิ่ม เกี่ยวกับการดำเนินงาน และสถานะของหน่วยงาน หลังจากได้ทำการตรวจสอบสถานะทางการเงิน (Due Diligence) แล้ว
“หน่วยงานต่างๆ มีผู้บริหารใหม่ ได้ส่งแผนฟื้นฟูมาแล้ว เราก็ดูอยู่แต่ยังไม่ครบถ้วน บอกตรงๆ แผนฟื้นฟูยังไม่ผ่าน ต้องไปขันน็อตเพิ่มต้องดูบทบาทในอนาคต ว่ารัฐวิสาหกิจต่างๆจะมีบทบาทอย่างไร ข้อมูลที่ได้จะนำไปทำงานร่วมกับคนร. ” พล.อ.อนันตพร กล่าว
หนักใจขสมก.-ร.ฟ.ท.หนี้สินจำนวนมาก
พล.อ.อนันตพร กล่าวว่าแต่ละรัฐวิสาหกิจ มีปัญหาของตัวเองเท่าที่ดูแผนฟื้นฟูฯ ของแต่ละหน่วยงานรู้สึกหนักใจกับปัญหา อย่างขสมก.มีหนี้สินอยู่จำนวนมาก ขณะที่ธุรกิจหลักเป็นการให้บริการประชาชนและไม่มีธุรกิจอื่นๆรองรับ และมีปัญหาการให้บริการสาธารณะในโครงการรถเมล์ฟรี ที่ผ่านมาการอุดหนุนจากรัฐบาลอาจไม่เพียงพอ ขณะที่ ร.ฟ.ท.ก็มีปัญหาหนี้สิน แต่มีทรัพย์สินเป็นที่ดินจำนวนมาก สามารถนำมาบริหารจัดการสร้างรายได้ อาจต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาบริหารทรัพย์สินของร.ฟ.ท.ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการทำยุทธศาสตร์การให้บริการและเดินรถให้ชัดเจน
ส่วนหน่วยงานอย่างบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม มีปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจที่ปัจจุบัน อาจไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ แต่หน่วยงานเหล่านี้ก็มีทรัพย์สินและบุคลากรจำนวนมาก
นายกฯสั่งแก้ปัญหาให้จบสิ้นปีนี้
“นายกฯได้ให้นโยบายกับรัฐวิสาหกิจว่า อยากให้หน่วยงานต่างๆที่ขาดทุนแก้ปัญหาให้ได้ภายในปีนี้ คือให้หยุดภาวะเลือดไหลให้ได้ เพื่อที่ปีหน้าจะเดินหน้าสร้างกำไร เป็นหน่วยงานที่พึ่งได้ของประชาชน เป็นของขวัญปีใหม่ แต่การตัดสินใจต่างๆต้องรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและแต่องค์กรมีบุคลากรนับหมื่นคน เป็นเหตุทำให้การแก้ปัญหาล่าช้าบ้าง” พล.อ. อนันตพร กล่าว
สำหรับแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ให้กับโครงการขนาดใหญ่ หรือโครงการลงทุน 3.3 ล้านล้านบาท พล.ท.อนันตพร กล่าวว่านายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ใช้การเบิกจ่ายในระบบงบประมาณกระจายไปในกระทรวงที่รับผิดชอบ เช่น กรมชลประทาน และกระทรวงคมนาคม ที่มีการทำสัญญาล่วงหน้าไปแล้ว
หวังโครงการลงทุนสร้างผลงานรัฐ
ส่วนโครงการที่มีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ใช้การประมูลระบบการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) 100% ไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการพิเศษเพื่อให้เกิดความโปร่งใส คาดว่าโครงการของกระทรวงคมนาคม จะสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมให้กับรัฐบาลได้
ย้ำแผนฟื้นฟูบินไทยธ.ค.ต้องชัด
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการคนร. กล่าวว่าขณะนี้การแก้ปัญหาการบินไทย ได้ตั้งคณะที่ปรึกษาเข้ามาทำแผนฟื้นฟูแล้ว แต่ต้องเสนอแผนที่ชัดเจนต่อคนร.พิจารณาเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าแผนฟื้นฟูมีความจำเป็นเรื่องเงินกู้หรือไม่ การกู้เงินระยะสั้นหรือระยาว ต้องเสนอสคร.และคนร.พิจารณา ดังนั้นการแก้ปัญหารัฐวิสาหกิจ ทั้ง 7 แห่ง ต้องเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่
สั่ง"ร.ฟ.ท.-ขสมก."แก้แผน
ส่วนแผนการแก้ปัญหาของร.ฟ.ท.และขสมก. ทางคนร.ได้ให้กระทรวงคมนาคม หารือระหว่างคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหา เพื่อกำหนดบทบาทและทิศทาง จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรที่เหมาะสมก่อน เสนอคนร.ในเดือนธ.ค.นี้
ขณะที่ร.ฟ.ท.และขสมก. ได้ส่งแผนฟื้นฟูอย่างไม่เป็นทางการแล้ว แต่คนร. เห็นว่าต้องทบทวนแผน เพราะยังขาดการกำหนดบทบาทในอนาคต จึงให้บอร์ดร.ฟ.ท. และบอร์ดขสมก. ปรับแก้ไขแผนให้สอดรับกับความเป็นจริงเพื่อให้องค์กรอยู่รอดได้ และรองรับการลงทุนระบบราง
"การรถไฟ ต้องปรับโครงสร้างระบบรางและการเดินรถ การบริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ ส่วนขสมก.ต้องไปดูว่ารถเมล์เอ็นจีวีทยอยซื้อแล้ว จะมีแผนสร้างรายได้อย่างไร ต้องมีวิธีการช่วยเหลือตั๋วร่วมถาวร จัดสรรให้คนมีรายได้น้อย จำเป็นต้องใช้รถสาธารณะเท่านั้น เช่น คูปอง " นายกุลิศ กล่าว
จี้"ทีโอที"เร่งปรับโครงสร้าง
ส่วนทีโอที และ กสท อยู่ระหว่างการกำหนดทิศทางและตรวจสอบทรัพย์สินว่า ต้องการดำเนินการแยกหน่วยธุรกิจเฉพาะ สำหรับการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ ทีโอที ต้องปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมกับกำหนดบทบาทและทิศทางของ 6 กลุ่มธุรกิจ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนธุรกิจ 3 จีและ 4 จี การลงทุนอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์และความเร็วสูง
ส่วนความคืบหน้าแผนฟื้นฟู เอสเอ็มอีแบงก์ และไอแบงก์ คาดว่า ภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ทั้งสองธนาคารจะทำดิวดิลิเจนส์เสร็จสิ้น จากนั้นจะเสนอ ที่ประชุม คนร.
สั่งห้ามบินไทยกู้เงินคลัง-ออมสิน
แหล่งข่าวจากคนร. กล่าวว่าในการประชุมซูเปอร์บอร์ดครั้งล่าสุด ได้หารือถึงแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้การบินไทยแก้ปัญหา โดยใช้สภาพคล่อง จากการดำเนินงาน ไม่ต้องกู้เงินจากกระทรวงการคลัง 2 หมื่นล้านบาท หรือจากธนาคารออมสิน 7,000 ล้านบาท
"หากการบินไทยสามารถแก้ปัญหาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องกู้เงิน จะยิ่งสร้างความเชื่อมั่น สร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ในสายตานักลงทุนและสถาบันการเงิน " แหล่งข่าว กล่าว
การแก้ปัญหาการบินไทยต้องรอความชัดเจนของแผนฟื้นฟู ภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเสนอคนร.พิจารณา ล่าสุดที่ประชุมบอร์ดธนาคารออมสิน ได้อนุมัติแผนกู้เงินระยะสั้นของการบินไทย 7,000 ล้านบาท สำหรับสภาพคล่อง ประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน อายุไม่เกิน 12 เดือน ต้องมีหนังสือยืนยันการหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวมาทดแทนเงินกู้ระยะสั้นส่วนนี้
รับมอบเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกมี.ค.58
ด้านพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการจัดซื้อรถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) เป็นเชื้อเพลิง ของขสมก. โดยยืนยันว่าล็อตแรกจัดซื้อได้ 489 คัน จากทั้งหมด 3,183 คัน เดิมตั้งเป้าจะรับมอบเดือนม.ค.2558 แต่ช่วงที่ผ่านมามีข้อทักท้วง 4-6 ประเด็น รวมทั้งราคากลางในการจัดซื้อ ที่คณะกรรมการทีโออาร์เคยกำหนดก่อนหน้านี้ เชื่อว่าหลังปรับปรุงคณะกรรมการทีโออาร์แล้ว จะได้ขีอยุติ โดยรถล็อตแรกจะรับมอบได้ไม่เกินเดือนมี.ค. 2558
นางปราณี ศุกระศร กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า การเร่งเดินหน้าเรื่องนี้ คณะกรรมการทีโออาร์จะสรุปร่างล่าสุดแล้วเสร็จเดือนพ.ย.นี้ หลังจากนั้น จะประกวดราคาทันที มั่นใจว่า รถใหม่ 489 คัน จะรับมอบได้ไตรมาสแรก 2558 ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องราคากลาง ขสมก.ได้เชิญตัวแทนจากองค์กรภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าร่างใหม่จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย





