"พรเพชร"เผยยังไม่ชัด"ยิ่งลักษณ์"แจงสนช.ปมถอดถอน วันที่ 12 พ.ย. หรือไม่ ชี้มีช่องให้มอบตัวแทนมาก็ได้
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกระบวนการพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่ง หลังพบพฤติกรรมในการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ตามสำนวนไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าในวันที่ 27 พ.ย. ที่ประชุมสนช. จะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาในขั้นตอนของการแถลงเปิดคดี คือการนำรายงานของ ป.ป.ช. ตามการไต่สวนเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาในที่ประชุม จากนั้นถึงจะเป็นขั้นตอนที่ผู้ถูกกล่าวหา คือ นายสมศักดิ์ และนายนิคม มาชี้แจงต่อทีประชุม ส่วนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะเป็นการแยกสำนวน หรือรวมสำนวนพิจารณานั้นต้องขึ้นอยู่กับการหารือของฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าจะใช้รูปแบบใด อย่างไรก็ตามสำนวนในคดีของทั้ง 2 คนนั้นถือเป็นคนละคดีกัน ขณะที่การพิจารณาเรื่องดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
"สำหรับเสียงการลงมติถอดถอนของบุคคลทั้ง 2 นั้น ตามที่หลายฝ่ายมองว่าไม่สามารถยึดเสียงที่ลงมติรับเรื่องถอดถอนเข้าสู่กระบวนการของสนช.ได้ ผมมองว่าต้องแยกเรื่องดังกล่าวออกจากกัน เพราะว่าการพิจารณาในกระบวนการถอดถอนนั้นจะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงในคดี แต่การรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการนั้นเป็นประเด็นฐานความผิดตามกฎหมาย ดังนั้นผลการลงมติถอดถอนในท้ายสุดจะเป็นอย่างไร ต้องพิจารณาในข้อเท็จจริงด้วย ทั้งนี้การลงมติในท้ายสุดจะต้องลงคะแนนลับ แต่การพิจารณานั้นจะเป็นไปอย่างเปิดเผย" นายพรเพชร กล่าว
นายพรเพชร กล่าวด้วยว่า สำหรับการพิจารณาถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่งตามรายงานไต่สวนของป.ป.ช.ที่ส่งมายังสนช.ซึ่งตนได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 12 พ.ย. นั้น ตนไม่ทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางมาเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาชี้แจงต่อที่ประชุมสนช. เพราะตามข้อบังคับการประชุมสนช. ระบุให้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือตัวแทนก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการรับเรื่องถอดถอนของอดีตนักการเมืองในสายพรรคเพื่อไทยพิจารณาอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งได้ นายพรเพชร กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมวลชนขึ้น แต่เท่าที่ดูปฏิกิริยาเชื่อว่าจะไม่มีสิ่งใดที่นำไปสู่ความรุนแรง ส่วนมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่รัฐสภาในวันพิจารณาเรื่องดังกล่าวตนยังไม่ได้สั่งการใดเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่าฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะดูแลเต็มที่





