วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อุดมเดช'ยัน'ประยุทธ์'ไม่ได้กลั่นแกล้ง'ยิ่งลักษณ์'

“อุดมเดช" ยัน "ประยุทธ์" ไม่ได้กลั่นแกล้ง "ยิ่งลักษณ์-พท." ชี้ปรองดองจะเกิดได้ ต้องอาศัยการผสมผสานทางความคิด

“อุดมเดช" ยัน "ประยุทธ์" ไม่ได้กลั่นแกล้ง "ยิ่งลักษณ์-พท." ชี้ปรองดองจะเกิดได้ ต้องอาศัยการผสมผสานทางความคิดและการยอมรับ เผย มีกลุ่มต้าน เล็งตั้งเวทีปลุกระดม สั่ง ผบ.หน่วย เข้าพูดคุย เชื่อรับมือได้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังจากเป็นประธานกล่าวให้โอวาท คณะนักกีฬายิงปืนยุทธวิธีกองทัพบก กลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 24 ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า สถานการณ์ขณะนี้ยอมรับว่ามีความเคลื่อนไหวของผู้เห็นต่าง แต่ไม่รุนแรงมาก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล ทั้งนี้ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังเน้นการพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ โดยเฉพาะในบางเรื่อง บางประเด็น ที่อาจเกิดความไม่เข้าใจกัน

ทั้งนี้ตนได้สั่งการไปยังหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ ให้ยึดนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อเสริมสร้างให้ความเข้าใจกับกลุ่มคนเห็นต่าง และตนเชื่อว่าประเทศจะเดินไปได้ คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการนำมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาปฎิบัติกับผู้เห็นต่างนั้น รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการขอให้ทุกคนสบายใจและร่วมมือกันในการทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า

“ขอยืนยันว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ใช้ ม.44 ในการควบคุมสถานการณ์ สิ่งที่นายกฯพูดก็เพื่อต้องการบอกให้ทุกคนเข้าใจว่า คสช. ยังมีอำนาจอยู่และสามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยิบมาใช้ในทันทีทันใด ทั้งนี้การดำเนินการกับกลุ่มผู้ต่อต้านยังยึดหลักการทำความเข้าใจเหมือนเดิม “ พล.อ.อุดมเดช กล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการเรียกตัวนายวรชัย เหมะ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และนายถาวร เสนเนียม อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ มาพูดคุยในฐานะที่ทั้งสองได้ออกมา ให้สัมภาษณ์ กดดันการทำงานของสภานิติบัญญัติ (สนช.)หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กำลังดูอยู่ และพยายามทำความเข้าใจ ถ้ามีโอกาส จะให้ผบ.หน่วยที่ดูแลพื้นที่นั้น ๆ เข้าไปพูดคุย ทั้งนี้เชื่อว่าทุกคนอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้าแต่มีวิธีการแสดงออกที่แตกต่างกันไปตามความคิด แต่เชื่อว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรงของเจ้าหน้าที่

ต่อข้อถามที่ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านปรากฎในพื้นที่ใดบ้าง พล.อ.อุดมเดช กล่าว่า หากใช้คำว่าการเคลื่อนไหว จะมองเป็นภาพใหญ่เกินไป จากข้อมูลทราบว่ามีการพูดคุย ให้ข้อคิดเห็นกัน มีการแสดงออกผ่านการจัดเวที เสวนา อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว ว่าจะดำเนินการใด ๆ ต้องขออนุญาตคสช.ก่อนและจะต้องไม่มีการพูดคุยที่ทำให้เกิดความแตกแยก ยุยงปลุกปั่นในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ที่ผ่านมาก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ พูดคุยกันก็ไม่มีอะไร อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้กลุ่มเห็นต่างทุกกลุ่ม ได้ใช้ช่องทางสภาปฏิรูป ทั้ง 11 ด้าน มากกว่า แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างพูดโดยใช้ช่องทางข้างนอก ภาพที่ออกจะไม่ก่อให้เกิดความรักความสามัคคี

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานอัยการสูงสุดและคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เตรียมจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องอีกหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทุกอย่างต้องยึดตามความถูกต้อง อะไรถูกหรือผิด ผลจะแสดงออกมาเองตามขั้นตอนและวิธีการ ตนเชื่อมั่นว่าความถูกต้องมีอยู่

เมื่อถามว่า คสช.ไม่ได้สะกัดกั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือสมาชิกพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ พล.อ. อุดมเดช กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในรัฐบาลต่างเข้าใจว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องมีการผสมผสาน ความเข้าใจทางความคิด การยอมรับและพึงพอใจของทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นจะไปจำกัดหรือกลั่นแกล้งใคร ท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่ทำ เพราะยุทธศาสตร์แห่งความสำเร็จต้องมีความเข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในรอบปีนี้ เราจะมีการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ถ้าหากไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ซึ่งตรงนี้รัฐบาลเองก็เข้าใจ จึงไม่ได้เข้าไปแบ่งแยก เพียงแต่ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกสี ต้องพยายามเข้าใจ ไม่เคลื่อนไหวไปคนละทิศละทาง และหันหน้ามาคุยกันบนเวทีที่เราเปิดให้