เผยปี57ยาบ้าทะลัก-ยึด161ล้านเม็ด ปปส.คลอดแผนปราบเชิงรุก
ประชุมบอร์ด ป.ป.ส.ชุดใหม่ ไฟเขียวแผนยุทธศาสตร์ฯ 5 ปี พร้อมแผนปฏิบัติการปี 58 ตั้งเป้าบูรณาการเชิงรุกตัดคนและเครือข่ายออกจากวงจรยาเสพติด เลขาฯ ป.ป.ส. สรุปผลปราบยาเสพติดปี 57 จับผู้ต้องหาได้กว่า 3 แสนคน ยึดยาบ้าได้กว่า 161 ล้านเม็ด ด้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สนธิกำลังบุกค้นเรือนจำใน 3 จังหวัด ขณะที่ตำรวจสืบจับเอเย่นต์ยาบ้า 2 ราย
วานนี้ (6 พ.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 1/2557 พร้อมด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ส. อาทิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 7 กระทรวง และผู้แทนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 9 แห่ง ร่วมประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2558 - 2562) และแผนปฏิบัติการประจำปี 2558
นายวิษณุ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐบาลนี้ และเป็นคณะกรรมการฯ ชุดใหม่ ที่มีการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่เพื่อให้เกิดการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
โดยในส่วนของการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ หรือ ศอ.ปส. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 156/2557 ลงวันที่ 18 ต.ค.2557 แล้ว โดยมุ่งหวังให้ ศอ.ปส. เป็นองค์กรอำนวยการแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับชาติ ทำหน้าที่อำนวยการนำนโยบายยุทธศาสตร์และมาตรการต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการและผู้อำนวยการ
นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในเรื่องการปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะ 5 ปี โดยให้ทดลองใช้ในพื้นที่ 10 จังหวัด และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2558
รวมถึง เรื่องอำนาจการพิจารณาแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จากเดิมที่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
มุ่งลดปริมาณคนเข้าสู่วงจรยา
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในปีแรกของแผนยุทธศาสตร์ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2558 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อลดปริมาณคนหรือผู้ที่จะเข้าสู่วงจรการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้น้อยที่สุด และนำคนออกจากวงจรการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เรียกว่า "แรงงานยาเสพติด" ให้ได้มากที่สุด
นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อความร่วมมือเชิงรุกภายนอกประเทศเพื่อยุติการผลิตยาเสพติด การป้องกันเชิงรุกต่อกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้อง การสร้างมาตรฐานการบำบัดรักษา การติดตามช่วยเหลือป้องกันการเสพซ้ำ การสกัดกั้นยาเสพติด การทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้า การตัดวงจรทางการเงิน ปราบปรามเครือข่ายนักค้าและการแพร่ระบาดในเรือนจำ
ผลปราบยาปี2557-ยาบ้าทะลัก65ล้านเม็ด
ทั้งนี้ ในการประชุม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้นำเสนอสถานการณ์และติดตามผลการดำเนินงานในรอบปี 2557 โดยระบุว่าประชาชนพึงพอใจต่อการดำเนินงานด้านยาเสพติดช่วงปลายปี ในช่วงที่ คสช. เข้ามาดูแล อยู่ที่ร้อยละ 91 สูงกว่าการประเมินในช่วงต้นปีงบประมาณซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 75
ส่วนผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2557 (1 ต.ค. 56 - 30 ก.ย. 57) ในภาพรวม แยกเป็น 7 แผนงานหลัก ดังนี้
แผนงานที่ 1 การสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด ดำเนินการจำนวน 76,739 หมู่บ้านหรือชุมชน จากเป้าหมาย 81,910 หมู่บ้านหรือชุมชน คิดเป็นร้อยละ 93.76
แผนงานที่ 2 การแก้ไขปัญหาผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด ผลการบำบัดรักษาระบบสมัครใจ บังคับบำบัด และต้องโทษ เป้าหมาย 300,000 คน เข้ารับการบำบัดจำนวน 303,501 คน คิดเป็นร้อยละ 101.17
แผนงานที่ 3 การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กประถมศึกษาปีที่ 4-6 ได้จำนวน 1,919,951 คน คิดเป็นร้อยละ 100.12 และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสถานศึกษาจำนวน 10,811 แห่ง
แผนงานที่ 4 การปราบปรามยาเสพติด จับกุมคดียาเสพติดได้ 347,028 คดี ผู้ต้องหา 365,918 คน ได้ของกลางยาบ้า 96,155,912 เม็ด เฮโรอีน 497.30 กิโลกรัม ไอซ์ 1,073.60 กิโลกรัม กัญชา 28,104.54 กิโลกรัม
แผนงานที่ 5 ความร่วมมือระหว่างประเทศ พัฒนากลไกความร่วมมือพื้นที่ชายแดน จำนวน 20 แห่ง ใน 14 จังหวัด มีการลาดตระเวนสกัดกั้น จำนวน 288 ครั้ง และตั้งด่านสกัด 470 ครั้ง จับกุมได้ 29 ครั้ง ผู้ต้องหา 29 คน
แผนงานที่ 6 จับกุมการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากนอกประเทศ สรุปได้ดังนี้ ยาบ้าจับกุมได้ 65,241,480 เม็ด คิดเป็นร้อยละ 67.85 ของการจับกุมภาพรวม ยาไอซ์จับกุมได้ 509.98 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 47.56 เฮโรอีนจับกุมได้ 474.86 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 95.49 และกัญชาจับกุมได้ 15,538.59 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 55.29
แผนงานที่ 7 การบริหารจัดการแบบบูรณาการ มีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 7,750,741,564 บาท คิดเป็นร้อยละ 74.73 ส่วนการพัฒนากฎหมาย ได้ดำเนินการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมในขณะนี้จำนวน 11 ฉบับ
บุกจู่โจมค้นเรือนจำ3แห่ง
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่มีการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำใน จ.อุตรดิตถ์ ปทุมธานี เพชรบุรี ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย หรือยาเสพติด มีเพียงเศษลวด ของมีดคม เชือก ไฟแช็ก ไม้ปลายแหลม บุหรี่ อุปกรณ์สักร่างกาย แต่ในเรือนจำเพชรบุรีมีการตรวจพบผู้ต้องขัง 2 รายมีปัสสาวะสีม่วงซึ่งได้นำส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อยืนยันอีกครั้งว่ามาจากสารเสพติดหรือไม่
ตำรวจรวบเอเย่นต์ยาบ้า2ราย
วานนี้ (6 พ.ย.) ตำรวจนครบาล นำโดย พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.น.3 นำกำลังเข้าจับกุม นายอนุวัช บุญเสริม อายุ 23 ปี พร้อมยาบ้า จำนวน 12,400 เม็ด โทรศัพท์มือถือ และถุงพลาสติก 2 ใบ
ส่วนตำรวจรถไฟหาดใหญ่ จับกุม เยาวชนชาย อายุ 19 ปี ลักลอบขนยาบ้า จำนวน 2,020 เม็ด โดยซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย เดินทางมากับรถไฟขบวนที่ 169 กรุงเทพฯ-ยะลา โดยจับกุมได้ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ พร้อมโทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่า รับจ้างขนยาบ้าจาก จ.ปทุมธานี เพื่อไปส่งที่ จ.ปัตตานี





