ผบ.ทบ.ลั่นกลุ่มต่อต้านไม่เคลื่อนไหวการบังคับใช้ม.44 ก็ไม่เกิด ยันกองทัพเป็นกลไกหลักของรบ.ต้องดูแลความเรียบร้อ
ที่กองดุริยางค์ทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุว่าจะใช้กฎหมายเข้มข้นในการดำเนินการกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและคสช.ว่า มีบางคนไม่เข้าใจการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำความเข้าใจแนวทางต่าง ๆ หากได้ติดตามนายกรัฐมนตรีจากที่เคยกล่าวไว้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของโรดแม็พ ซึ่งได้ผ่านช่วงแรกแล้ว ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3 คือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่สมบูรณ์ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการตามรายละเอียดในการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ทุกอย่างที่จะเป็นไปได้ต้องมีความคิดเห็นร่วมกัน ส่วนผู้ที่ถูกคัดเลือกเป็นสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องเป็นไปตามกรอบ ส่วนใครมีความคิดเห็นสามารถส่งความคิดเห็นให้แต่ละคณะได้ ผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันก็ขอให้เข้าใจการทำหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนทหารก็เป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลที่ต้องช่วยกันดูแลให้เกิดความเรียบร้อย
เมื่อถามว่าโอกาสที่รัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียนให้ทราบไปแล้ว รัฐบาลต้องดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรงหรือเกิดปัญหาอะไร ตนเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ที่จะเป็นไปในอนาคตต้องดูที่ความเข้าใจและความร่วมมือ ไม่มีใครอยากเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกลับมาอีก ดังนั้นจะต้องเดินไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น หากร่วมมือกันก็จะไม่เกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามถึงปมการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาจะเป็นชนวนความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนไม่อยากกล่าวถึง เพราะเป็นเรื่องนอกกรอบจึงไม่อยากให้ความเห็น แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งนี้จะผิดหรือถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย จะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเหตุผล
เมื่อถามต่อว่ากองทัพได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่ากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยยังสามารถดูแลสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไรมาก เพียงแต่มีคนเห็นต่าง แต่เราก็พยายามทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้หนักใจ อีกทั้งนายกฯได้สั่งการให้ติดตามและดูแลสถานการณ์และตนก็ดำเนินการตามนั้น หากมีคนไม่เข้าใจทางกองทัพก็พยายามพูดคุยดำเนินการไม่ให้เกิดความรุนแรง จะใช้ความเข้าใจเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะประกาศใช้กฎอัยการศึกจนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า รัฐบาลกับคสช.จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ๆ
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตั้งสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.)อยู่แล้ว แต่ยังมีการจัดตั้งสถาบันภายนอกอย่างสถาบันปฎิรูปประเทศ (สปท.)กับ สภาประชาชนเพื่อการปฎิรูป (สชป.) และพยายามทำงานควบคู่ไปด้วยจะเกิดปัญหาหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ความคิดเห็นที่มาจากภายนอกที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเข้ามา ถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะเรามี สปช.อยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร แต่หากมีข้อคิดเห็น อยากให้ส่งเข้ามาตามระบบและตนคิดว่า สปช.ที่ คสช.ตั้งขึ้น คงจะรับฟังไม่น่ามีปัญหาอะไร
"แต่ทางที่ดีน่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการที่เรากำหนดขึ้นมา ส่วนที่จัดตั้งขึ้นมาเองภายนอก พูดอะไรออกมา ไม่มีสิ่งมารองรับ เพราะฉะนั้นอยากให้ส่งข้อคิดเห็นมา ถ้าไปพูดกันภายนอก ไปคนละทิศคนละทางก็ไม่เหมาะสม อยากให้ขอความกรุณาให้ทุกฝ่ายเห็นใจรัฐบาลและร่วมมือร่วมใจกันทำให้อยู่ในกรอบ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย เพราะขณะนี้สถานการณ์สงบดีอยู่แล้วขอให้ช่วยกันต่อไป รัฐบาลก็ทำงานอยู่ในกรอบตามที่ได้ให้สัญญาไว้ เราก็พยายามเดินหน้าไปตามนั้น ดังนั้นต้องให้เวลาและร่วมมือกันเพื่อให้เกิดความสงบ"ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า ในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันลอยกระทงนั้น นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดูแลเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบหลัก ส่วนทหารจะเข้าไปร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จัดงาน และยืนยันจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจัดงานตามประเพณี จะพยายามทำให้เกิดความสุข





