"วิปสนช."เสนอประชุมลับถกปมถอดถอน"สมศักดิ์-นิคม"เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายโดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญปี50
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวิสามัญสนช. (วิปสนช.) กล่าวภายหลังการประชุมวิปสนช.ว่า ที่ประชุมวิปสนช.มีมติเสนอให้การประชุมสนช.วันที่ 6 พ.ย.เพื่อพิจารณาเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เป็นการประชุมลับ และลงคะแนนลับ เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่จะสามารถเข้าสู่กระบวนการถอดถอนได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว และมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ได้ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพ และความเสมอภาค ซึ่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ได้นำเสนอในที่ประชุมด้วย ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมมีมติอย่างไรรับ นายพรเพชร จะทำหน้าที่แถลงชี้แจงเหตุผลให้ทราบอีกครั้ง
"ข้อเสนอของวิปสนช.ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะ มีความกังวลว่า หากมีการประชุมโดยเปิดเผยอาจจะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่คัดค้าน จึงอยากให้เป็นการประชุมลับ"โฆษกวิปสนช.กล่าว.
เมื่อถามอีกว่า กังวลหรือไม่ว่าหากโหวดออกมาแล้วเป็นไปในทิศทางที่ไม่มีอำนาจถอดถอน นพ.เจตน์ กล่าวว่า เราก็มีความกังวลว่าถ้าโหวตออกมาแล้วปรากฎว่าไม่มีอำนาจถอดถอนก็กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย ซึ่งก็มีการพูดถึงเรื่องทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์กันมาก ทั้งยังกังวลใจว่าหากสนช.ไม่รับเรื่องถอดถอนแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับมวลชน เมื่อมาถึงตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้ดุลยพินิจ และยึดธงในเรื่องของความปรองดองเป็นหลัก ส่วนเมื่อรับแล้วอาจต้องเผชิญกับมวลชนอีกฝั่งนั้นเราก็มีความกังวล ถึงขนาดบางคนเสนอให้ยืดออกไปอีกแต่ที่ประชุมวิปไม่เห็นด้วย และพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า สนช.สายทหาร จะลงมติไม่รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการถอดถอน และบางคนอาจงดออกเสียง นพ.เจตน์ กล่าวว่า กรรมาธิการบางคนที่เป็นทหาร สนับสนุนให้ที่ประชุมรับเรื่องเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนไปก่อน แต่กรรมาธิการบางคนให้ยืดเรื่องออกไป ซึ่งในส่วนนี้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา ได้เลื่อนการลงมติไปแล้วครั้งหนึ่งก็ยังถูกด่า แต่ถึงที่สุดก็ต้องยึดหลักของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเรื่องดังกล่าว ที่ประชุมวิปสนช.ให้เป็นการประชุมลับโดยให้เจ้าหน้าที่และผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม เพื่อเปิดให้กมธ.ได้อภิปรายประเด็นนี้อย่างเต็มที่ ทำให้มีกรรมาธิการบางคนจึงได้เสนอให้การประชุมสนช.ให้เป็นการประชุมลับและโหวตลับ เพื่อลดกระแสกดดันจากภายนอก





