"พล.อ.ประยุทธ์"ชี้หามาตรการอื่นหากแกนนำยังปลุกม็อบ ย้ำผิดกฎหมายขออย่าทำประเทศวุ่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นของแกนนำกลุ่มต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันอยู่โดยให้ฝ่ายความมั่นคงได้ไปพูดคุยส่วนใหญ่พอเชิญมาพูดคุยก็รู้เรื่องทุกครั้ง แต่พอต่อไปก็ไปพูดกันอีก เดี๋ยวคงต้องหามาตรการอื่นต่อไป แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการจำกัดสิทธ์และจะเป็นปัญหา จึงอยากขอร้องประชาชนส่วนใหญ่ให้เข้าใจและช่วยกันลดแรงกดดัน ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่สามารถเดินไปไหนได้ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเราพยายามให้ทุกคนได้แสดงออกอยู่แล้ว แต่ถ้าการแสดงออกนั้นทำให้เกิดปัญหาก็ต้องหามาตรการอื่นต่อไป ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังพิจารณาเรื่องอื่นๆอยู่
เมื่อถามว่าทั้งสองกลุ่มระบุว่า จะมีการนำมวลชนออกมาเคลื่อนไหว หากสนช. มีท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจการถอดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากมีนำม็อบออกมาก็ถือว่าผิดกฎหมาย วันนี้ส่วนตัวคิดว่าเราต้องก้าวพ้นคำว่ากับดักของประเทศไทยให้ได้ ให้ได้ รวมทั้งหลายๆเรื่อง ทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม จิตวิทยา เราต้องก้าวพ้นกับดักนี้ให้ได้ โดยเฉพาะกับดักประชาธิปไตย ว่ามันควรจะต้องเป็นอย่างไรต่อไป วันนี้เราเข้ามาแก้เพื่ออนาคต ถ้ายังแก้แล้วกับไปมีการทะเลาะกันมีปัญหาเรื่องเดิมๆคงไม่ได้ ปัญหาเดิมที่เคยเกิดขึ้นก็ต้องปล่อยให้กระบวนการแก้ปัญหา คนผิดอย่างไรก็ต้องผิดถ้าใช้ทางนี้ไม่ได้ก็ใช้กฎหมายอื่นซึ่งมีอีกมาก มีวิธีการอื่นอีก ไม่ใช้ว่า คสช.จะทำทุกอย่างได้ทั้งหมด เพราะถ้าจะให้ใช้แบบนั้นก็ต้องใช้อำนาจเต็มที่ ก็ขอให้ใจเย็นๆ
เมื่อถามต่อว่า ประเด็นการถอดถอนจะกลายเป็นเรื่องเปราะบางสำหรับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกฎหมายไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เดี๋ยวฝ่ายกฎหมายเขาว่ากัน ซึ่งว่าอย่างไรก็เป็นตามนั้น ตนไม่ได้ไปก้าวล่วง ส่วนจะกระทบกระเทือนการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสื่อว่าจะช่วยกันทำอย่างไรให้ปัญหาลดระดับลง ต้องช่วยกันอธิบายให้เข้าใจว่าวันนี้เราต้องทำตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพราะถ้าใช้แต่อำนาจอนาคตข้างหน้าปัญหาก็จะเกิดขึ้นมาอีก ดังนั้นวันนี้ก็ให้ทุกอย่างเดินไปตามข้อกฎหมายถ้าใครไม่พอใจก็สามารถร้องทุกกล่าวโทษได้
เมื่อถามต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่เห็นภาพการชุมนุมอีกใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปบอกกับคนที่จะมาชุมนุมเพราะการชุมนุมถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และต้องขอร้องว่าอย่ามีการชุมนุมกันเลย มีอะไรก็ขอให้เสนอแนะและพูดคุยกัน ถ้ามากดดันกันก็คงเป็นแบบเก่า ตนก็ต้องออกมาใช้กฎหมายอยู่ดี เพราะต้องดูเหตุผลความจำเป็นด้วย
"อย่ามาพูดจาข่มขู่กันไปกันมา มันไม่ได้ แล้วประเทศชาติ และประชาชนอยู่กันตรงไหน ได้ถามเขาบ้างหรือเปล่า สำหรับผมแล้วฟังเสียงคนทั้งประเทศอยากถามกลับว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวฟังและถามคนอื่นบ้างหรือไม่ ถ้าไปปลุกระดมขึ้นมาแล้วมีปัญหามีผลกระทบกันระหว่างรัฐและประชาชนก็จะทำให้เกิดเหตุและปัญหาขึ้นมาอีก แล้วประเทศจะเดินต่อไปอย่างไรในอนาคต ทุกคนก็อยากให้เกิดความสงบเรียบร้อย"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในทางการข่าวก็มีรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆทุกวัน แต่คงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการในการรับมืออยู่แล้ว โดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนซึ่งกฎหมายมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน ก็ขอร้องสื่อให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ว่าตอนนี้อย่าออกมาเคลื่อนไหวบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ต่างชาติให้การยอมรับ ถ้ามีการเคลื่อนไหวออกมาชุมนุมอีก บ้านเมืองก็จะวุ่นวายต่างชาติก็จะไม่ยอมรับ แล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไรการลงทุน การค้า และเศรษฐกิจต่างๆ ก็จะชะลอตัวแล้วจะแก้อย่างไร ขณะนี้รัฐบาลได้แก้ปัญหาไปทั้งหมดแล้ว ทุกอย่างทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่แต่ไม่ลืมประโยชน์ของคนส่วนน้อย ไม่ใช้เฉพาะคนที่ชอบ คสช. หรือรัฐบาลนี้เท่านั้น แม้แต่คนที่เห็นต่างตนก็ต้องฟังและนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ถ้าทุกคนตั้งหลักต้องเอาแพ้หรือชนะในเรื่องเดิมๆก็คงไม่ถูกและไม่ใช่วาระสำคัญในเวลานี้ เอาไว้รอให้มีรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เอาแพ้ชนะกัน
เมื่อถามว่าไม่ใช่เป็นเพราะช่วงนี้หัวหน้าคสช.ใจดี เป็นพิเศษ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้ใจดี แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปตามสถานการณ์ บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้อำนาจในทางสร้างสรรค์ แก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง และปัญหาของคนส่วนใหญ่ ปัญหาของคนมีรายได้น้อย แต่ให้ความเป็นธรรมกับคนทุกฝ่าย แต่ถ้าจำเป็น ที่ต้องใช้กฎหมายก็ต้องใช้ ต่างประเทศก็ต้องเข้าใจเราด้วย แต่ถ้าคนไทยไม่เข้าใจกันเองแล้วจะให้ใครมาเข้าใจ ประเทศชาติจะอยู่ตรงไหน วันนี้ต่างชาติต่างก็บอกว่าประเทศไทยสวยงามและพร้อมให้คนมาท่องเที่ยวในบ้านเรามากขึ้น โดยจะเป็นได้จากฤดูการท่องเที่ยวนี้ โรงแรมก็เกือบเต็มทั้งหมด ตั๋วเครื่องบินก็มีการจองเพิ่ม ถ้าทุกคนช่วยกันลดสิ่งที่ไม่ดีงามออกไปจากสายตาชาวโลกประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่หวั่นไหวกับบรรดาที่นักการเมืองออกมาลองของให้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อย่าใช้คำว่าไม่หวั่นไหวเลย เรามีการเตรียมการรับในฐานะที่รัฐบาลเข้ามาเพื่อลดปัญหา และความขัดแย้งก็ต้องขอให้ยุติกันไปก่อน





