วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมยศ'เต้นสั่งสอบด่วน ส่วยผับค้ากามส่งตำรวจ

ผบ.ตร.สั่งสอบเอาผิดวินัย-อาญาตำรวจ หลังทหารผนึกเทศกิจ บุก "ไรเดอร์ รีสอร์ท-คุ้มพระราม"

พบสาวไทยและต่างด้าวลอบค้าประเวณี ผงะเจอโพยส่งส่วยตำรวจ ด้านรอง ผกก.สน.ประเวศ ชี้ "พ.ต.ท." รับส่วยไม่มีชื่ออยู่สารบบในโรงพักแล้ว

เกิดกระแสร้อนภายในวงการสีกาขึ้นอีกครั้ง หลัง พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รอง ผบ.ม.1 รอ. พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักงานเขตประเวศ สนธิกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อ ไรเดอร์ รีสอร์ท อยู่ที่ 35/1 ม.7 ซ.ศรีนครินทร์ 49 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเปิดเกินเวลาและมีการค้าประเวณี นอกจากนั้นมีการพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง และที่สำคัญคือมีการพบเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายเงินหรือการส่งส่วย ให้กับตำรวจหลายหน่วยงานด้วยกัน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การเข้าตรวจค้นเป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหารในการกวดขันสถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งพบว่าสถานบันเทิงมีการลักลอบค้าประเวณีจริง และเปิดเกินเวลารวมถึงมั่วสุมยาเสพติดจริง

ส่วนกรณีพบเอกสารบัญชีจ่ายส่วยทั้งในพื้นที่และตำรวจส่วนกลางหลายหน่วยงานนั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ทางพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว และยังไม่เห็นเอกสารฉบับจริง พบเพียงภาพที่ปรากฎในโซเชียลมีเดียเท่านั้น โดยเบื้องต้นจะมีการตรวจสอบว่า มีการจ่ายเงินกับตำรวจตามบัญชีดังกล่าวจริงหรือไม่ หากพบกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ประวุฒิ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามักพบโพยรับส่วยที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งในกรณีนี้กลับพบเป็นลักษณะการพิมพ์เป็นเอกสารทางการ มีตราประทับของร้านชัดเจน และจากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ 2 นาย ที่ปรากฎชื่อในเอกสารได้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว

ด้านพ.ต.ท.เผด็จ ภู่บุบผากาญจน รอง ผกก.สน.ประเวศ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้ร่วมกับทหารทำการตรวจค้น ไรเดอร์ ผับ และคุ้มพระราม ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อหากับนางบุปผา ศรีหล้า อายุ 40 ปี เจ้าของ ในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินคดีหญิงชาวลาว 1 คน และชาวกัมพูชาอีก 1 คน ซึ่งเป็นพนักงานไรเดอร์ ผับ ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอาศัยในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินคดีในข้อหายาเสพติด กับ น.ส.สังวาน บูรณกิตติ และ น.ส.เสาร์วลี เกตุชีพ ซึ่งเป็นนักเที่ยวที่เข้ามาเสพยา โดยจะนำตัวผู้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลต่อไป

ส่วนกรณีที่มีบัญชีรายชื่อนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปเก็บเงินที่สถานบันเทิงดังกล่าว พ.ต.ท.เผด็จ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตนได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบข่าวพบว่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏตามชื่อที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตร ไม่มีรายชื่อนายตำรวจคนดังกล่าวอยู่ที่ สน.ประเวศ อย่างไรก็ตาม ตนกำลังทำรายงานเสนอข้อเท็จจริงให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อที่พบอยู่ในบัญชีระบุยศ พ.ต.ท.นั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีชื่อปรากฏอยู่ที่ สน.ประเวศ

สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รอง ผบ.ม.1 รอ. พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักงานเขตประเวศ สนธิกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อ ไรเดอร์ รีสอร์ท อยู่ที่ 35/1 ม.7 ซ.ศรีนครินทร์ 49 แขวงหนองบอน เขตประเวศ

พ.อ.นพสิทธิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชน ว่าสถานบริการดังกล่าวเปิดเกินเวลา ไม่มีใบประกอบกิจการสถานบริการ และมีการค้าประเวณีแอบแฝง จึงใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเข้าตรวจค้น ในที่เกิดเหตุเป็นสถานบริการครบวงจร ในส่วนของไรเดอร์ รีสอร์ท แบ่งออกเป็นสถานบันเทิงแบบร้านอาหาร ห้องพัก พบนักเที่ยวจำนวนมาก และอีกส่วนของสถานบริการคือ อาบ อบ นวด ชื่อคุ้มพระราม ศรีนครินทร์ มีนายอมรินทร์ พวงจินดา อายุ 39 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการ จากการตรวจสอบภายในพบหญิงสาวให้บริการค้าประเวณีประมาณ 12 ราย เป็นสาวชาวไทย 10 คน และสาวต่างด้าว 2 คน และบริเวณห้องน้ำชายพบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 6 เม็ด อุปกรณ์เสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุด บริเวณตู้เก็บของพนักงานพบกัญชาจำนวน 5 ห่อเล็ก ถุงยางอนามัยอีกจำนวนมาก สมุดบันทึกชั่วโมงการทำงานของทางร้านโดยใช้จดบันทึกการทำงานของสาวบริการ และเอกสารสำคัญทางร้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรายการจ่ายมีการระบุชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยต่างๆ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวหญิงขายบริการไปตรวจหาสารเสพติด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารได้ประสานตำรวจ สน.ประเวศ แจ้งข้อกล่าวหาไม่มีใบประกอบกิจการสถานบันเทิง เป็นธุระจัดหาหญิงสาวมาค้าประเวณี ให้ที่พักอาศัยแก่ชาวต่างด้าว มียาเสพติดให้โทษประเภท 1,5 (ยาบ้า,กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดสถานประกอบการค้าประเวณีโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อเติมอาคารผิดแบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนสถานบริการไรเดอร์ รีสอร์ท นั้นยังไม่มีผู้ใดออกมารับเป็นเจ้าของ จึงจะทำการสืบหาตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป