วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลยธ.ย้ำอำนาจสนช.ทบทวนเมธีนั่งก.ต.ทรงคุณวุฒิ

ศาลยุติธรรม ย้ำหากทบทวน "เมธี ครองแก้ว" นั่งก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ สนช.ต้องพิจารณาเอง

หลังปธ.ศาลฎีกา แจ้งทราบมีผู้คัดค้าน ขณะที่ กม.ไม่ได้ให้อำนาจศาลยับยั้ง สุดท้ายหากเลือกผู้ขาดคุณสมบัติ การเมืองต้องรับผิดชอบ

นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มทนายความ 18 ราย ยื่นหนังสือคัดค้าน นายเมธี ครองแก้ว ที่ได้รับเลือกจาก สนช.มาเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิว่า ส่วนตัวไม่เห็นหนังสือดังกล่าว จึงไม่ทราบว่าผู้ที่คัดค้านเป็นทนายความกลุ่มใด โดยในส่วนของศาลยุติธรรมนั้น นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฏีกา ได้มีหนังสือแจ้งไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถึงกรณีเรื่องดังกล่าวแล้ว

ขณะที่นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า หนังสือที่นายดิเรก ประธานศาลฎีกา ส่งถึงนายพรเพชร ประธาน สนช.นั้น เป็นหนังสือแจ้งทราบข้อมูลเรื่องที่มีผู้ยื่นคัดค้านการเลือกนายเมธี เป็นตัวแทนจากฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วน สนช.จะปฏิบัติอย่างไรต่อกรณีดังกล่าว ก็เป็นอำนาจหน้าที่ สนช. อย่างไรก็ดีตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ไม่ว่าจะในสถานการณ์การเมืองปกติที่มีสภาผู้แทนราษฎร หรือในสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนผ่านที่มี สนช.ปฏิบัติหน้าที่แทนสภาฯ ศาลยุติธรรม ไม่มีอำนาจทบทวน ไม่รับบุคคลที่ฝ่ายการเมืองเลือกมา เป็นก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะตามรัฐธรรมนูญฯ ที่เคยบังคับใช้และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ได้ให้อำนาจ ส.ว.คัดเลือก ผู้มีคุณสมบัติ 2 คน มาปฏิบัติหน้าที่เป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่เมื่อไม่มี ส.ว.ในขณะนี้ สนช.จึงทำหน้าที่ ดังนั้นหากฝ่ายการเมือง เลือกผู้ที่ขาดคุณสมบัติมาถือเป็นความรับผิดชอบฝ่ายการเมืองต่อไป ถ้าจะยับยั้งหรือทบทวนการทำหน้าที่ในฐานะ ก.ต.ของนายเมธี ด้วยเหตุผลใดๆ ที่เห็นว่าอาจจะขัดกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ สนช.ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่คัดเลือกบุคคลมา จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน

ด้านนายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า กลุ่มทนายความ ที่ยื่นหนังสือคัดค้านนายเมธี เป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกลุ่มใด แต่ในส่วนที่ประชุมสภาทนายความ ไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งตามนโยบายสภาทนายความ ไม่มีการคัดค้านใครเป็นรายบุคคลอยู่แล้ว หากดำเนินการจะทำในลักษณะองค์กร จึงคาดว่ากลุ่มทนายความที่ออกมาเคลื่อนไหวอาจทำในลักษณะสมาคม ที่มีเป็นจำนวนมาก

ขณะที่แหล่งข่าวศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ข้อมูลเรื่องคดีความของนายเมธี ที่ถูกฟ้องร้องนั้น ทราบว่าผลยังไม่ถึงที่สุด ขณะที่คดีไม่ใช่การฟ้องในคดีอาญาส่วนตัว ซึ่งชั้นพิจารณาคุณสมบัติ ของ สนช. ทราบว่ามีการสอบถามข้อมูลมายังศาลยุติธรรมก็ได้แจ้งข้อมูลให้ทราบแล้ว โดยการพิจารณาคุณสมบัติจาก สนช.มีการกลั่นกรองหลายชั้น หากพบบุคคลนั้น จะขาดคุณสมบัติก็คงไม่ผ่านการพิจารณาชั้นกรรมาธิการของ สนช. แต่ถ้าการเลือกบุคคลนั้นทั้งที่ขาดคุณสมบัติจะถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะกฎหมายกำหนดคุณสมบัติไว้ ขณะที่ ฝนายเมธีนั้น ได้รับการแต่งตั้ง เป็น ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิตามกฎหมายแล้ว เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จากสัดส่วนการสรรหาจาก สนช. ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับประธาน สนช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนกรณีที่มีข่าวฝ่ายเมืองเสนอ จะขอผู้พิพากษา ไปเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมนั้นนั้น แหล่งข่าวศาลยุติธรรม กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของ ก.ต. เป็นหลัก ทราบว่าจะมีการพิจารณาในวันที่ 17 พ.ย.นี้ หากในที่ประชุม ก.ต.มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งตามระเบียบปฏิบัติ เรื่องดังกล่าวก็สามารถเป็นไปได้ แต่ถ้ามีมติไม่เห็นชอบ แม้ว่าจะมีการประกาศแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาไปแล้วก็ตาม ผู้พิพากษารายนั้นก็ต้องปฏิบัติยึดถือมติของ ก.ต.เป็นหลักโดยไม่สามารถไปรับตำแหน่งทางการเมืองได้