"ถาวร"หนุนสนช.ถอดถอน"นิคม-สมศักดิ์"ขู่ไม่ทำเจอมวลมหาประชาชนแน่ พร้อมเดินหน้ายื่นศาลรธน.
นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำกปปส. แถลงถึงกรณีการการถอนถอดนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้สมาชิกสนช.กลับมีแนวความคิดออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.เห็นว่าไม่มีอำนาจในการรับไว้พิจารณาถอดถอน เนื่องรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ซึ่งตนถือว่าเป็นความคิดที่คับแคบและไม่ตีความให้กว้าง 2. เห็นว่าสนช.มีอำนาจรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตามมาตรา 5 ที่ระบุว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบังคับใช้. ให้วินิจฉัยการกระทำนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศ แต่ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญและมาตรา 6 ที่บัญญัติว่า ให้สนช.ทำหน้าที่ส.ส. ส.ว. และรัฐสภา
นายถาวร กล่าวว่า ขอให้กำลังใจสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีแนวคิดให้รับเรื่องถอดถอนบุคคลทั้ง 2 ไว้พิจารณา และขอให้สนช.ชุดที่เห็นว่าไม่มีอำนาจไว้พิจารณาให้ทบทวนใหม่ ขอตั้งข้อสังเกตว่าสนช.ในส่วนนี้ เข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน ทั้งที่ถูกอุปโหลกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แต่กลับเกรงกลัวกลุ่มการเมืองใดใช่หรือไม่ ดังนั้นขอให้กลุ่มที่มีแนวคิดว่าจะต้องรับไว้พิจารณา ทำความเข้าใจกับกลุ่มสนช.ที่มีแนวคิดเห็นต่าง และการพิจารณาของสนช.ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ หากมีความจริงใจและเปิดเผย ขอเรียกร้องให้ไม่มีการประชุมลับและถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 สถานีวิทยุรัฐสภา และสถานีโทรทัศน์รัฐสภา
นายถาวร กล่าวว่า ในส่วนการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สนช.นัดพิจารณาในวันที่ 12 พ.ย. แต่ขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ออกมารับผิดชอบอะไร แต่กลับไปเที่ยวเฮฮาซึ่งตรงกันข้ามกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในโครงการรับจำนำข้าวจนต้องผูกคอตาย ดังนั้นภารกิจหลักของสนช.จึงต้องทำหน้าที่ถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาให้พิจารณา ทั้งนี้ ยืนยันว่า สนช.มีอำนาจหน้าที่ถอดถอนนักการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในสมัยรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ และหากสนช.ไม่รับการถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไว้พิจารณา สนช.จะต้องเผชิญหน้ากับมวลมหาประชาชนแน่นอน โดยตนจะดำเนินการยื่นเรื่องถอดถอนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวตามมาตรา 6 ดังนั้นขอเรียกร้องให้หัวหน้าคสช.เตือนสติไปยังสนช.ว่าต้องทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนประชาชนแม้จะถูกอุปโหลกก็ตาม ในการกำจัดทุจริต ถ้าไม่รีบทำวันนี้จะหมดโอกาส และรัฐประหารจะเสียของ
"ผมขอให้กำลังใจรัฐบาลคสช.ที่เข้ามาบริหารประเทศ และรับไม้ต่อไปจากพวกตนหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป ใน 11 ด้าน ตรงกับข้อเสนอของกปปส.ถึง 6 ด้าน ซึ่งจากนี้ไปมวลมหาประชาชนจะติดตามการทำงานและจะมีข้อเสนอแนะเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม กรณีทีรัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศโดยให้กอ.รมน.เป็นผู้ดำเนินการ ตนจะให้ความร่วมมือทุกเวที" นายถาวร กล่าว
เมื่อถามว่า มีสนช.บางคน เห็นว่า การถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีส่อว่าทุจริตโครงการรับจำนำข้าว อาจจะล้มเหลว เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยนั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) แต่กลับมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นประธานการประชุมแทน นายถาวร ชี้แจงว่า เป็นความคิดของคนที่ไม่ลงลึกถึงการตรวจสอบพยานหลักฐานในการไต่สวนของป.ป.ช. ขออย่าได้โปรดคิดเอาเอง ขอให้นึกภาพว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่นำเอานโยบายนี้มาใช้ การนั่งหัวโต๊ะการประชุมเป็นเรื่องกายภาพ แต่เราต้องยึดเรื่องอำนาจความเป็นหัวหน้ารัฐบาลเป็นหลัก ทั้งนี้ การคิดว่าเรื่องการนั่งหัวโต๊ะนั้นเป็นความคิดแบบศรีธนญชัย เพื่อที่จะไม่ต้องการรับผิดชอบทางกฎหมาย คือไม่กล้าลงมติถอดถอน หรือรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา
เมื่อถามว่า สนช.บางคนไม่ต้องการรับรองเรื่องไว้ถอนถอด เนื่องจากเกรงกลัวจะถูกฟ้องร้องภายหลัง นายถาวร กล่าวว่า ถ้าเขาบอกว่าเขากลัวติดคุก บอกไปได้เลยว่า การทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แนวการตีความ แนวคำพิพากษาศาลฏีกาไม่ผิดกฎหมายอาญา เพียงแต่ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เป็นเรื่องแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนที่เข้าไปเป็นสมาชิกรัฐสภา แต่มีโทษทางการเมือง สมมุติการประชุมวันนั้นมีมติออกมาว่าไม่มีอำนาจถอดถอน ตนจะยื่นถอดถอนคุณแน่โดยอาศัยรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 5 ให้อำนาจประชาชนถอดถอนได้แม้สนช.จะได้รับการแต่งตั้งมาก็ตาม





